วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวลวงหนุ่มแต่งงาน ประวัติโกงอื้อ หลอกกำถั่ว ขโมยแอร์ เบี้ยวค่าทุเรียน

สาวแสบ "น้ำมนต์" ประวัติฉ้อโกงอื้อ หลอกพนันกำถั่ว ซื้อที่ดิน เบี้ยวค่าทุเรียนระยอง ขโมยแอร์รีสอร์ต จนมาถึงลวงหนุ่มๆ แต่งงาน เชิดสินสอด เจ้าตัวอ้าง หลอกแค่ 7 คน ขณะที่เพื่อนชายคนสนิท ที่ถูกจับด้วย แฉตกเป็นเหยื่ออีกคน สูญเงินกว่า 5 หมื่น...


เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ภายหลังจากตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้นำ น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ บัวใหญ่ อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดเลย หญิงสาวที่หลอกชายหนุ่ม 13 ราย แต่งงานและเชิดเงินสินสอดหนีหายไป เข้าสอบปากคำภายในอาคาร 1 นานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนจะนำมาฝากขังที่บริเวณชั้น 1 หลังสามารถควบคุมตัวได้ที่ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อมเพื่อนชายคนสนิท

ขณะที่ก่อนแถลงข่าวพบว่า น.ส.จริยาภรณ์ สวมเสื้อสีน้ำตาล กางเกงยีนส์ขายาว มีอาการค่อนข้างเครียดและอิดโรย อีกทั้งพยายามเดินหลบเพื่อไม่ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ กระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ในฐานะประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางมาพร้อมกับผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ที่น.ส.น้ำมนต์ ขโมยไปหลังหลอกแต่งงานด้วย

ผู้เสียหายรายดังกล่าว เผยว่า ตัวเองถูกหลอกเงินค่าสินสอดไปกว่า 180,000 บาท และประสงค์จะขอรถยนต์ของตัวเองคืน นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังนำรถกระบะสีดำ และรถเก๋งสีขาว รวม 2 คัน ที่ยึดมาจาก น.ส.จริยาภรณ์ มาจอดหน้าอาคาร รวมถึงแอร์ ของกลางที่น.ส.จริยาภรณ์ ขโมยมาจากรีสอร์ต

กระทั่งในเวลาต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เดินทางมาโดยระบุสั้นๆ ว่า ไม่ใช่การแถลงข่าว โดยกล่าวถึงความคืบหน้าในคดีหลอกชายหนุ่มแต่งงาน ว่าได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานให้มีความชัดเจน ซึ่งพบว่ามีมูลค่าเสียหาย 3 ล้าน ส่วนบ้านเช่าที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งใช้จัดงานแต่ง ทาง น.ส.จริยาภรณ์ ยังมีการโกงทรัพย์สินในคดีลักทรัพย์

นอกจากนั้นที่ผ่านมายังมีคดีอีกจำนวนมาก ทั้งหลอกพนันกำถั่ว หลอกซื้อที่ดิน โดยผู้ต้องหาไม่ได้ใช้อะไรมากมาย แต่กระจายตัวตามที่ต่างๆ ในการตระเวนฉ้อโกงตามที่ต่างๆ ซึ่งสุดท้ายในคดีฉ้อโกง จะถูกยึดทรัพย์ รวมถึงถูกนำตัวไปส่งท้องที่ออกหมายจับ

ด้าน น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ ยืนยันทำอาชีพขายผลไม้จริง และได้ไปมาหาสู่แต่งงานจริงกับชายหนุ่มคนล่าสุด ไม่ได้เจตนาล่อลวงหรือเอาทรัพย์ผู้เสียหาย ตอนคบกันก็รักกัน และขอยอมรับผิด พร้อมกับอ้างว่าไม่ทราบว่ามีผู้เสียหาย 10 กว่าราย ยืนยันมีผู้เสียหายเพียง 7 ราย ที่หลอกแต่งงานเท่านั้น ส่วนที่เหลือน่าจะโดนหลอกเรื่องทำผลไม้

ขณะที่นายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒกุล เพื่อนชายคนสนิทที่ถูกจับกุม ระบุว่า ตนเองโดนหลอกด้วยเช่นกันสูญเงิน 4-5 หมื่นบาท และไม่ได้รู้เห็นในการกระทำผิด ซึ่งไม่เคยรู้พฤติการณ์มาก่อน กระทั่งมาเป็นข่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ เข้าไปนั่งในรถยนต์กระบะสีดำที่หลอกลวงมา เดินทางไป จ.ระยอง เนื่องจากมีคดีซื้อทุเรียนแล้วไม่จ่ายเงินใน จ.ระยอง ตามหมายจับคดีเก่าอีกด้วย.