วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ฉก.ร.5 สั่งคุมเข้มหลังผู้ก่อเหตุ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลบหนี

ผบ.ฉก.ร.5 เข้ม ส่งทหารคุม พื้นที่รอบ อ.สะเดา หลังพบ ผู้ก่อเหตุ 3 จชต.หลบเข้าพัก เน้นงานการข่าว สกัดโรฮีนจา เผย ทำลายแคมป์พักพิงเทือกเขาแก้ว

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลา 09.00 น. ที่ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.อ.ภาสกร ทวีตา รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 รับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยเฉพาะกิจทหารราบที่ 5 ในการป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน การสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายและการสนับสนุนการป้องกันปราบปรามการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ โดยมี พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 (ผบ.ฉก.ร.5) ให้การต้อนรับ

พ.อ.วรเดช กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 มีพื้นที่รับผิดชอบตลอดแนวชายแดน และมีความสัมพันธ์อันดีประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับปัญหาชาวโรฮีนจานั้น ซึ่งจะอพยพมาจาก จ.ระนอง โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 (ฉก.ร.25) ได้จัดการขบวนการจนหมดไป ทั้งการจัดหา นำพา การมาใช้พื้นที่ชายแดนภาคใต้หลบซ่อนตัว หรือเสียชีวิตเหมือนช่วงที่ผ่านมา ไม่น่าจะเกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีความเข้มงวดในการติดตามงานด้านการข่าวโดยการใช้มวลชนตามแนวชายแดน

พ.อ.วรเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ได้มีการจัดตั้งวิทยุเครื่องแดงเพื่อขับเคลื่อนการทำงานด้านมวลชนซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด ซึ่งขณะนี้มีสมาชิก 130 คน ในพื้นที่อำเภอสะเดา สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นั้นเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการปฏิบัติงานก็ต้องให้เกิดความสมดุลในเรื่องของความมั่นคงและก็เรื่องเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบแต่จะต้องควบคุมการกระทำผิดกฎหมายให้ได้

"ในบริเวณเทือกเขาแก้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ที่เคยมีชาวโรฮีนจามาตั้งแคมป์ หลบซ่อนตัวชั่วคราวนั้น ขณะนี้ก็ยังเป็นพื้นที่การเฝ้าระวังยังมีการลาดตระเวนและแคมป์ต่างๆ ได้ถูกทำลายไปแล้วและได้มีการจัดให้มีการปลูกป่าในพื้นที่ทดแทน" พ.อ.วรเดช กล่าว

พ.อ.วรเดช กล่าวยอมรับว่า อำเภอสะเดา มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้หลบเข้ามาซ่อนตัว และถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเช่นเดียวกับอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่มีความตื่นตัวร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยก่อนหน้านั้นจะมีผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อเหตุและหลบมาอยู่ ด่านนอก ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์วางระเบิดที่อำเภอสะเดาทำให้ทุกภาคส่วนเกิดความตื่นตัวและมีการจัดระเบียบเน้นการปฏิบัติการเชิงรุก การหลบหนีเข้ามาของผู้ก่อความไม่สงบจึงเป็นไปได้ยากและไม่มีอิสระ นอกจากนี้ยังมีการจัดระเบียบพื้นที่รอบๆ อ.สะเดา เพื่อจัดทำระบบ ฐานข้อมูล และให้เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมพื้นที่มากขึ้น