วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซึมเศร้าหรือแค่เศร้าซึม

เห็นใจน้องคนนี้จังค่ะ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราคุยกันใน Club Friday ชื่อตอนว่า “เหตุเกิดจากเพื่อน” น้องส่งมาด้วยข้อความสั้นๆ ว่า “พี่อ้อยคะ หนูเพิ่งแต่งงานกับแฟนได้ไม่ถึงเดือน เพิ่งมารู้ว่าเพื่อนสนิทท้องกับสามีหนูได้ 3 เดือนแล้วเมื่อต้นปี หนูเสียใจที่สุด จนตอนนี้กลายเป็นโรคซึมเศร้า ปรึกษาหมออยู่ค่ะ ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับหนูด้วย” 


ขนาดว่าฟังเรื่องความรักของใครๆ มาหลายปี เจอข้อความนี้ยังจุกไปด้วยเลย โถ .. น้อง อยู่ใกล้ๆ จะกอดแน่นๆ นะ หากแฟนกับเพื่อน อยากสร้างครอบครัวด้วยกันเบอร์นั้น ดึงเรามาอยู่ตรงนี้ทำไม เพิ่งเริ่มต้นชีวิตคู่ อยู่ๆ ก็กลายเป็นคี่ คนที่เรารักสองคนทรยศหัวใจเรา มารู้ในวันที่แต่งงานไปแล้วแค่เดือนเดียว ไม่รักก็บอก อย่าหลอกว่ารักจะเจ็บหนักถ้ามารู้ทีหลังค่ะ ยังถามน้องไปว่า มีใครอยู่ใกล้ๆ หรือเปล่า ปัญหานี้ไม่ต้องแก้ แค่ต้องยอมรับ ถ้ายังรับไม่ไหว ต้องหาใครอยู่ใกล้ๆ กอดกันไปปลอบใจกันไป คนทุกคนมีเรื่องยาก เป็นของตัวเองค่ะ น้องถามว่า ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดกับเรา นั่นสิถ้าพี่ถามกลับว่า ถ้าไม่เกิดกับเรา น้องจะให้เกิดกับใคร? ชี้ซิ เราก็ทำไม่ได้อยู่ดี เมื่อความจริงอยู่ตรงหน้า เราต้องกล้ายอมรับความจริง แม้ความจริงนั้นจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม เขาไม่ได้ดีพอกับหัวใจดีๆ ของเรา เสียใจก็ร้องไห้ น้ำตาแห้งเมื่อไหร่ก็เดินหน้าต่อ อยู่ใกล้คุณหมอเข้าไว้ เพราะตอนนี้ เราทั้งเศร้าซึม และซึมเศร้า ต้องรักษาใจ และกายไปพร้อมๆ กัน เป็นกำลังใจให้น้องตรงนี้ ขอยืนยันกับน้องอีกที คนไม่รักดีออกไปจากชีวิต เร็วเท่าไรยิ่งดี จะได้มีคนดีที่รักกัน มาแทนที่ในเร็ววัน

หลังๆ ได้ยินคำว่า ซึมเศร้าบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มไม่แน่ใจว่า ถ้าไม่ไปคุยกับคุณหมอ เรากำลังเข้าใจไปเองหรือเปล่าว่า นี่ละโรคซึมเศร้า หรือเราแค่เศร้าซึมเฉยๆ ยิ่งทำงานกับความอ่อนแอของผู้คน บางคนเล่าไปร้องไห้ไป แล้วจบด้วยประโยคที่ว่า “บางทีนะพี่ หนูอยากฆ่าตัวตายให้จบๆ” พอได้ยินประโยคนี้จะชะงักทุกที เพราะไม่รู้ว่า ความคิดในการอยากตาย ออกมาจากปากคนที่เป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า พยายามไปหาข้อมูล แล้วเจอว่า ถ้าแค่เศร้าซึมจะให้กำลังใจน้องได้อย่างสบายใจ “อย่าเลย เรามักฆ่าตัวตายเพื่อคนที่ไม่รักเรา แล้วมาทำร้ายหัวใจคนที่รักเราเท่าชีวิตนะน้อง คนอื่นเจอหนักกว่าเรา เขายังรอด เราก็ต้องรอดเหมือนกัน” ในประโยคเดียวกัน ไม่ควรใช้กับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า เพราะสารเคมีในสมองบางตัวลดลง ทำให้คนที่เป็นโรคซึมเศร้า นอกจากเศร้า ยังรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า การบอกว่าคนอื่นเขายังรอดเลย จะกลายเป็นซ้ำเติมคนที่โทรฯ เข้ามาว่าเขาปอด ไม่เก่งเลย คนอื่นเขายังทำได้เลย แม้เจตนาจะไม่เคยคิดแบบนั้นสักนิด แต่ผิดที่วิธีพูด เวลามีข่าวใครฆ่าตัวตาย มีคนมากมายที่ไปแสดงความเห็นว่า น่าจะคิดถึงคนที่รักเขานะ การฆ่าตัวตายจริงๆ ก็ไม่ได้จบ แค่เราอยากหลบหนีปัญหาสักพักก็จะมีข้อความส่งเข้าไปด่า อย่าตัดสินชีวิตใคร เขาอาจเป็นโรคซึมเศร้าไง นั่นสิคะ แล้วเราต้องคุยกับเขายังไง ไม่ใช่พอเป็นโรคซึมเศร้าปั๊บ เราก็อนุญาตให้เขาฆ่าตัวตายได้แบบไม่ต้องไปให้กำลังใจอะไรอย่างนั้นหรือ จนเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา กดทีวีเปลี่ยนช่องไปมา จนเจอเรื่องนี้ ละครตอนเกือบ 4 ทุ่ม ชื่อว่า S.O.S เป็นเรื่องของเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อน้องบู ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเขาอธิบายอาการคนเป็นโรคซึมเศร้าได้ชัดมาก ละครทำให้คนที่นั่งดู รู้เลยว่า คนเป็นโรคซึมเศร้า เห็นโลกนี้ยังไง รู้สึกยังไง ดูไปเช็กตัวเองไป เราล่ะ เป็นโรคซึมเศร้าแบบที่เราไม่รู้ตัวไหม มีโอกาสเสี่ยงหรือเปล่า หรือแม้แต่คนใกล้ตัวเรา มีสัญญาณอย่างที่ในเรื่องบอกไหม แม้จะรู้ว่า โรคซึมเศร้า มีอาการให้เห็นหลายร้อยรูปแบบ คนที่เป็นโรคซึมเศร้า พยายามร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราใส่ใจมองเห็นหรือเปล่า น้องบูในเรื่องอายุไม่ถึง 18 จะไปหาหมอ ก็ต้องให้ผู้ปกครองพาไป หรือเซ็นอนุญาต ที่ลำบากแทบตายก็เรื่องนี้แหละค่ะ บูเป็นความหวังทั้งหมดของพ่อ พ่อไม่เคยเข้าใจ ลูกจะเศร้าอะไร พยายามบอกพ่อหลายครั้ง ท่านฟังผ่านๆ และคิดว่า แค่เศร้า ทำไมต้องไปหาหมอ รอจนต้องเจอเหตุการณ์ที่น้องทำร้ายตัวเอง นั่งดูจนจบ EP. 1 ถึงเข้าใจว่า คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าบางคน ฆ่าตัวตายทั้งที่ไม่ได้อยากตาย แค่อยากเปลี่ยนที่เจ็บ ไม่อยากรู้สึกแย่กับตัวเองอีกแล้ว ไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองห่วย ช่วยเบนความสนใจไปที่เรื่องอื่นได้ไหม เจ็บตรงไหนก็ได้ ให้ใจไปผูกกับความเจ็บนั้น จะได้ไม่ต้องจมกับความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเอง น้องบูพยายามหาวิธีที่จะมีความสุขและเอาชนะโรคซึมเศร้าของตัวเองให้ได้ จนไปเจอการเล่นสเก็ตบอร์ด คำถามที่น้องอยากรู้คือ การเล่นสเก็ตบอร์ด จะทำให้โรคซึมเศร้าหายไปได้ไหม



ถ้าเลือกได้ไม่มีใครอยากเศร้า แต่บางทีก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเราคนเดียวเสมอไป ซื่อสัตย์ต่อเขาแทบตาย สุดท้ายเขาทรยศ ดูแลเขาแทบตาย สุดท้ายเขาเลือกคนอื่น มีครอบครัวอยู่ข้างกาย แต่กลายเป็นโรคซึมเศร้า สารเคมีในสมองเปลี่ยนไป ให้กำลังใจตัวเองมากแค่ไหน แต่รับมือความรู้สึกแย่กับตัวเองไม่ได้ซะที ถ้ามีใครสักคน อ่านมาถึงประโยคนี้ ช่วยกันดูแลตัวเองและคนรอบข้างดีๆ นะคะ บางทีอาจมีคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ขอความช่วยเหลือเราอยู่ ในส่วนของหมอ ก็รักษากันไป แต่ในส่วนใจ เราฟังกัน อยู่ข้างๆ กัน ไม่ต้องชิงตัดสินอะไร แค่ให้เขารู้ว่า ไม่มีเรื่องไหนของเขาที่เราไม่ใส่ใจ มีอะไรหันมาต้องเจอเรา หรือบางวันกอดกันให้กำลังใจกัน จะซึมเศร้า หรือเศร้าซึม ใครก็อยากกอดและถูกกอด เพราะกอดทำให้เรารอดเสมอ เชื่อแบบนั้นค่ะ

IG : DJAoy 
 
 
 
 
 
 
 
 

ดีเจพี่อ้อย