วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"Pastel Mood" ไอศกรีมโฮมเมด ที่รสชาติต้องมาก่อน

ความฝันที่อยากทำธุรกิจส่วนตัว เป็นของตนเอง คงเป็นหนึ่งในฝันของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ที่อยากจะออกมาเลือกเดินบนทางที่ตนเองกำหนด และอยากทำในสิ่งที่ตนต้องการ

ตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมายในปัจจุบัน ซึ่งก็มีทั้งทำแล้วประสบความสำเร็จ และล้มเหลวก็มี ซึ่งส่วนใหญ่ที่สำเร็จนั้นจะมาจากทำในสิ่งที่ชอบและมีตลาดรองรับ ซึ่งจากความชอบก็จะทำให้ใส่ใจในสิ่งนั้นอย่างเต็มที่และทำออกมาดีแบบอัตโนมัติ

Business On My Way เสาร์นี้ขอนำเสนอเรื่องราวสาวสวยคนรุ่นใหม่ที่เลือกเดินตามฝันทำในสิ่งที่ตนเองรักและชอบ กับ “คุณแพม” (อภิรัตน์ อังกุรนาค) เจ้าของแบรนด์ “พาสเทล มู้ด” (Pastel Mood) ไอศกรีมโฮมเมด ที่ให้ความสำคัญเรื่องของรสชาติ คุณภาพ และความอร่อยเป็นอันดับต้นๆ

คุณแพมเล่าว่า จุดเริ่มชีวิตเธอก็เหมือนคนทั่วไปคือ เรียนจบก็ทำงาน โดยทำงานบริษัทฯแห่งหนึ่งอยู่ประมาณ 7 ปี วันหนึ่งเริ่มรู้สึกอิ่มตัว และอยากหาอะไรทำอย่างอื่น ก็นั่งคิดอยู่นานว่าจะทำอะไรดี ในที่สุดก็มีไอเดียที่จะทำธุรกิจของตนเอง ทีนี้ก็มาคิดต่อว่าจะทำเกี่ยวกับอะไร เพราะก็มีข้อจำกัดในด้านเงินทุน และคิดไว้อีกว่าต้องเป็นธุรกิจที่ไม่ใช้แรงงานเยอะ สามารถทำได้ด้วยตนเองเป็นหลัก

จากนั้นก็มานั่งคิดว่าจะทำเกี่ยวกับอาหารหรือไม่ก็ขนม ด้วยการที่จบด้านการตลาดในตอนปริญญาตรี และบริหารธุรกิจในปริญญาโท ก็ทำให้ช่วยวิเคราะห์ภาพรวมตลาดได้ ซึ่งก็มองว่าทำด้านอาหารก็มีคู่แข่งเยอะ ทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ แถมยังใช้แรงงานมากอีกด้วย หรือเปิดร้านเบเกอรี่ ร้านกาแฟ ก็มีคนเปิดเยอะหันไปทางไหนก็เจอ

ในที่สุดก็มาตกผนึกที่ทำ “ไอศกรีม” เพราะด้วยความที่เป็นสิ่งที่ชอบทานอยู่แล้ว อีกอย่างมองว่าไอศกรีมสามารถทานได้ในทุกสภาวะอากาศ อีกทั้งเมืองไทยก็เป็นเขตอากาศร้อน ไอศกรีมจะมาตอบโจทย์ช่วยดับร้อนได้อีกทางเลือก

“แพมเป็นคนที่ชอบทาน และชอบสรรหาของอร่อยๆตลอดเวลา และชอบความรู้สึกฟินที่เป็นความสุขที่ตามมาเวลาที่ได้ทานอาหารหรือขนมที่รสชาติเริ่ดๆก็เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราสามารถแบ่งปันความสุขนี้ให้กับคนอื่นได้บ้าง จึงเริ่มทำไอศกรีม Pastel Mood ขึ้นมา เพราะเราอยากทำไอศกรีมอร่อยๆ จากวัตถุดิบคุณภาพที่คัดสรรแล้ว ในราคาที่เป็นกันเอง”

คุณแพมเล่าว่า Pastel Mood โลดแล่นในตลาดไอศกรีมมาแล้วกว่า 2 ปี โดยก่อนหน้าที่จะทำไอศกรีมเป็น ก็ไปลงเรียนหลักสูตรสอนทำอยู่หลายเดือน เพื่อเก็บสะสมความรู้ เทคนิควิธีการทำต่างๆ จากนั้นก็จะนำมาต่อยอดประยุกต์เป็นสูตร (รสชาติ) ของตนเอง เพื่อสร้างความต่าง และเป็นที่จดจำของผู้บริโภค

ปัจจุบันมีรสชาติให้เลือก 14 รสชาติ โดยรสชาติที่เป็นไฮไลต์ขายดีก็มีรสนมภูเขาไฟ, ยาคูลท์ ปิโป้ และกะทิมะพร้าวอ่อน นอกจากนี้ ยังมีรสมอคค่าชิพ, มินท์ช็อคชิพ, คุกกี้แอนด์ครีม, สตรอเบอรี่เชอร์เบท, สตรอเบอรี่ โยเกิร์ต, โกโก้, ชาไทย และกล้วยชีส ฯลฯ ให้เลือกลิ้มลองอีกด้วย

นอกจากรสชาติที่กล่าวมาข้างต้น คุณแพมยังบอกด้วยว่า ยังมีรสชาติพิเศษที่จะสามารถทำได้ในแต่ละช่วงฤดูกาลของวัตถุดิบ นั้นก็คือไอศกรีมรสผลไม้ ซึ่งที่เคยทำจำหน่ายก็มีทั้งรสมะม่วง, มะยม, เสาวรส และกระท้อน ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

ทั้งนี้ ในด้านบรรจุภัณฑ์ก็เลือกแบบถ้วยกระดาษขนาด 4 ออนซ์ (น้ำหนัก 95 กรัม) พร้อมช้อนใต้ฝาพร้อมทาน ราคาถ้วยละ 39 บาท อีกทั้งยังมีบริการจัดส่งเดลิเวอรี่ โดยจะคิดค่าบริการตามระยะทาง

และเมื่อถามถึงด้านคู่แข่ง คุณแพมเล่าว่า ต้องยอมรับมาตลาดนี้ก็แข่งดุเดือด ซึ่งก็มีคู่แข่งทั้งทางตรง คือร้านคาเฟ่ไอศกรีม แบรนด์ไอศกรีมรายใหญ่ในตลาด คู่แข่งทางอ้อมก็ยังมีทั้งร้านขนมที่ขายไอศกรีมด้วย ซึ่งเหล่านี้ก็ถือว่ามีอยู่จำนวนเยอะมาก ก็จะเป็นการแชร์ผู้บริโภคกันไป

“เหตุนี้ก็ทำให้แพมจะย้ำบอกตนเองเสมอว่า จะต้องทำไอศกรีมของเราออกมาให้ดี เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำทุกขั้นตอนการ ผลิตอย่างพิถีพิถัน นำเสนอ รสชาติที่แตกต่าง ที่สำคัญ โจทย์หลักไอศกรีม Pastel Mood คือต้องอร่อย เพราะแพมก็เคยเป็นผู้บริโภคมาก่อน จึงรับรู้ได้ว่าหากเสียเงินซื้อมาทานแล้ว ไม่อร่อยอย่างที่บอก ก็จะผิดหวังอย่างมาก และทำให้เกิดความรู้สึกแย่กับแบรนด์นั้นเลยก็ได้ ซึ่งผู้บริโภคจะไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นกับ Pastel Mood แน่นอน”

ท้ายสุดคุณแพมกระซิบบอกด้วยว่า ท่านใดสนใจอยากจะลิ้มลองรสชาติ ก็สามารถไปดูได้ที่เว็บไซต์ www.pastelmood-icecream.com หรือเพจเฟซบุ๊ก : pastelmood.icecream ได้รับรองไม่ผิดหวัง!!!