วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจแบ่งปันมาแรง

วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมชวนท่านผู้อ่านไปคุยเรื่อง “เศรษฐกิจแบ่งปัน” Sharing Economy ที่กำลังร้อนแรงสักวันนะครับ ผมจำได้ว่าผมเคยคุยเรื่อง Sharing Economy กับ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีสำนักนายกฯ มานานมาก คุยกันตั้งแต่ก่อนวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ และก่อนการเกิดของ Sharing Economy Startup อย่าง Airbnb และ Uber ด้วยซ้ำ ตอนแรกๆ ดร.สุวิทย์ เรียกว่า Open Collaborative Platform

ก็คิดไม่ถึงว่า Sharing Economy วันนี้จะฮอตฮิตเติบโตอย่างรวดเร็ว และทำรายได้มหาศาลไปทั่วโลกขนาดนี้

Sharing Economy เป็นการนำสิ่งของเครื่องใช้มาแบ่งปันใช้ร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ เป็น Collaborative Consumption การบริโภคร่วมกัน อย่างที่ ดร.สุวิทย์ พูดถึงเมื่อสิบปีก่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ ห้องพัก เสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม สินค้ามือสอง ล่าสุดที่มาเปิดตัวในไทยคือ รถจักรยาน

ไพร๊ซ วอเตอร์ เฮ้าส์ บริษัทที่ปรึกษาชื่อดังได้สำรวจเศรษฐกิจแบ่งปันกับผู้บริโภคในสหรัฐฯ 1,000 ราย พบว่ามีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลเป็นอย่างยิ่ง

ไพร๊ซคาดว่าปี 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมที่นำแนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปันมาปรับใช้กับธุรกิจ เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Travel) ธุรกิจให้บริการโดยสารทางรถยนต์ รถเช่า และการแบ่งปันรถยนต์ใช้ (Car Sharing) ธุรกิจการเงิน (Finance) ธุรกิจการจัดหาคนทำงาน และ ธุรกิจบริการเพลงและวีดิโอสตรีมมิ่ง (Music and Video Streaming) จะผลักดันให้มูลค่าตลาดของ Sharing Economy เติบโตถึง 335,000 ล้านดอลลาร์ ราว 11 ล้านล้านบาท จากมูลค่า 500,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น Airbnb การจองห้องพักว่างจากเจ้าของห้อง เจ้าของบ้าน เจ้าของอพาร์ตเมนต์ เป็นการเชื่อมโยง คนที่มีที่พักว่าง กับ นักท่องเที่ยวที่กำลังหาที่พัก เข้าหากัน ผ่านแอพพลิเคชั่น Airbnb โดยแอร์บีเอ็นบี คิดเปอร์เซ็นต์จากนักท่องเที่ยว เจ้าของห้องพัก รวมทั้งบริการพิเศษต่างๆ เป็นธุรกิจร่วมที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย วันนี้ แอร์บีเอ็นบี มีห้องพักอยู่ในระบบ กว่า 3 ล้านห้อง ใน 65,000 เมือง ใน 191 ประเทศทั่วโลก

ปี 2017 นี้ แอร์บีเอ็นบีคาดว่าจะมีกำไร 450 ล้านดอลลาร์ 14,850 ล้านบาท จากรายได้ 2,800 ล้านดอลลาร์ ราว 92,400 ล้านบาท และปี 2020 คาดว่าจะทำรายได้แบบก้าวกระโดดถึง 8,500 ล้านดอลลาร์ 280,500 ล้านบาทเลยทีเดียว

Uber ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจในเศรษฐกิจแบ่งปัน แม้อูเบอร์จะไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเองแม้แต่คันเดียว มีแต่แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการเท่านั้น ก่อตั้งมาได้ 8 ปี วันนี้อูเบอร์มีรายได้สูงถึง 69,000 ล้านดอลลาร์ 2.277 ล้านล้านบาท มีคนขับรถยนต์อยู่ใน 633 เมืองทั่วโลกถึง 1.5 ล้านคน และยังมีบริการอื่นอีก เช่น เฮลิคอปเตอร์ UberX UberPOOL ในเมืองไทยยังมี UberEAT บริการสั่งอาหารส่งถึงที่

ธุรกิจในระบบเศรษฐกิจแบ่งปันที่เกิดขึ้นล่าสุดก็คือ Mobike รถจักรยานสาธารณะให้เช่า ที่ก่อตั้งโดยสามหนุ่มจากปักกิ่งในนาม ไป่จิงโมไบ๊ค เทคโนโลยี เมื่อต้นปี 2015 บริษัทเพิ่งมีอายุเพียงสองปีเศษ แต่วันนี้ Mobike กลายเป็นผู้ให้บริการรถจักรยานสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโลก เดือนธันวาคมปีที่แล้ว Mobike ทำให้ มหานครเซี่ยงไฮ้ กลายเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่ามีรถจักรยานแบ่งปันใหญ่ที่สุดในโลก

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โมไบ๊ค ระดมทุนได้อีก 600 ล้านดอลลาร์ 19,800 ล้านบาท จาก เทนเซ็นต์ บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จีน ทำให้ปี 2017 โมไบ๊ค์ ระดมทุนใหม่ได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ ราว 33,000 ล้านบาท มากโขทีเดียว

แม้ Mobike จะเพิ่งเกิดมาได้สองปีเศษ แต่เติบโตรวดเร็วมาก วันนี้ Mobike มีรถจักรยานให้เช่าผ่านคิวอาร์โค้ดถึง 160 เมืองในจีน และอีกหลายเมืองในต่างประเทศ เช่น กรุงเทพฯ สิงคโปร์ แมนเชสเตอร์ ฟลอเรนซ์ มิลาน ลอนดอน ซัปโปโร เป็นต้น ผมก็เก็บมาเล่าสู่กันฟังในวันหยุดสบายๆ ธุรกิจแบ่งปันในโลกเบี้ยวใบนี้กำลังมาแรงจริงๆ.


“ลม เปลี่ยนทิศ”