วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลวิจัย 'ภูธร มาร์เก็ตติ้ง' ชี้สื่อออนไลน์ มัดใจคนบ้านเฮามากสุด

CMMU เปิดวิจัย 'ภูธร มาร์เก็ตติ้ง' เผย 3 รูปแบบสื่อครองใจคนบ้านเฮา ชี้ออนไลน์ผงาดขึ้นแท่น มัดใจคนกว่า 50 ล้านคน พบ 88% มักกดข้ามโฆษณา เว้นเรื่องตลกขบขัน ส่วนกลาง-อีสาน ชอบการโพสต์แบบอัลบั้ม ต่างจากคนเหนือชอบแบบรูปเดียว เพราะอ่านจบได้ในหน้าเดียว..

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU เปิดเผยงานวิจัย ภูธร มาร์เก็ตติ้ง ล้วงลึกอินไซด์... สื่อแบบใด จับใจตลาดท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยมีจำนวนมากกว่า 54 ล้านคน หรือคิดเป็น 84% ของประชากรรวมทั้งประเทศ อันเป็นผลการศึกษาชิ้นล่าสุดของสาขาการตลาด จากการสำรวจกลุ่มคนต่างจังหวัด กว่า 800 คน อายุระหว่าง 20-50 ปี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 9,001-20,000 บาท

อาจารย์สุพรรณี วาทยะกร อาจารย์สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ทำให้ความเจริญจากเมืองกรุงแพร่ขยายเข้าไปยังพื้นที่ในต่างจังหวัดมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวในการใช้กลยุทธ์และการสื่อสารการตลาด ให้สอดคล้องกับความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์ของคนต่างจังหวัด เพราะถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยมีจำนวนมากกว่า 54 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 84% ของประชากรรวมทั้งประเทศ จากจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 65.7 ล้านคน ดังนั้น ตลาดภูธรถือเป็นตลาดใหญ่มีเม็ดเงินสะพัด มากกว่าปีละ 3 แสนล้านบาท

สำหรับภาคที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนมากที่สุด คือ ภาคใต้ และภาคกลาง ประมาณเดือนละ 20,000 บาท รองลงมา คือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณเดือนละ 15,000 บาท สำหรับกลุ่มสินค้าที่จับจ่ายใช้สอยมากที่สุดคือ อุปโภคบริโภค ด้วยมูลค่าการจับจ่ายที่สูงมาก กลุ่มนักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด CMMU จึงทำการศึกษารูปแบบการสื่อสารการตลาดให้โดนใจผู้บริโภคในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบันที่แต่ละแบรนด์มีการแข่งขันสูงมาก การสื่อสารการตลาดที่ถูกช่องทาง ถูกวิธี และโดนใจกลุ่มเป้าหมาย มีผลต่อการทำให้สินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักและขยายยอดขายได้อย่างรวดเร็ว  

ทางด้าน นายวรท ตรีรัตน์ศิริกุล นักศึกษาปริญญาโท สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รูปแบบการสื่อสารการตลาด 3 อันดับแรก ที่คนต่างจังหวัดเข้าถึงและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ได้แก่ 1. สื่อออนไลน์ (Online Media) โดยปัจจุบันสื่อออนไลน์เข้าถึงกลุ่มคน คนต่างจังหวัดเกือบ 100% แล้ว โดยคนส่วนใหญ่นิยมเล่นโซเชียลมีเดีย ในช่วงเวลา 20.00 - 24.00 น. อันดับ 1 คือ Facebook เพื่อติดตามชีวิตเพื่อน อ่านข่าว สาระต่างๆ ในเพจ และช็อปปิ้งออนไลน์ เฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อเดือน อันดับ 2 คือ คือ LINE เพื่อติดต่อสื่อสารพูดคุยกับเพื่อน อันดับ 3 คือ Youtube และ Instagram ซึ่งคนต่างจังหวัดชอบดูรายการย้อนหลังผ่าน Youtube และรายการที่ชื่นชอบคือละครเป็นต่อ และรายการเกมโชว์ I can see your voice และ The Mask Singer

อย่างไรก็ตาม จากผลวิจัยพบว่า 88% ของกลุ่มตัวอย่างมักกดข้ามโฆษณา ยกเว้นโฆษณาตลกขบขันเพราะดูเพื่อความบันเทิง รองลงมาคือโฆษณาเล่าเรื่องราวซึ้งปนเศร้าหรือดราม่า โดยคนภาคใต้จะชอบโฆษณาที่มีเพลงประกอบมากที่สุด และจากการสัมภาษณ์เชิงลึกพบว่าคนต่างจังหวัดในภาคกลางและภาคอีสาน ชอบการโพสต์แบบอัลบั้มรูปมากที่สุด ส่วนคนภาคเหนือชอบแบบรูปเดียวเพราะสามารถอ่านจบได้ในหน้าเดียว ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรดึงสิ่งสำคัญที่ต้องการจะสื่อสารไว้ช่วงแรก เพื่อตอบสนองกลุ่มคนต่างจังหวัดได้ครบทุกภาค

2. สื่อภายในร้านค้า (Point of sales material) จากงานวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างเคยเห็นสื่อภายในร้านค้าถึง 90% และตัดสินใจซื้อสินค้าจากสื่อประเภทนี้ถึง 86% โดยป้ายยื่นและป้ายที่อยู่บนชั้นวางสินค้า เป็นป้ายที่กลุ่มตัวอย่างทุกภาคพบเห็นบ่อยที่สุด เนื่องจากอ่านง่ายและสามารถตัดสินใจซื้อได้ทันทีที่หน้าชั้นวางสินค้า 3. สื่อทีวี (Television) ผลสำรวจของคนต่างจังหวัดเข้าถึงสื่อทีวี คิดเป็น 89% ช่วงเวลาที่ดูทีวีมากที่สุดคือ 20.00น. - 24.00 น. เฉลี่ยใช้เวลาดูประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยจากการสำรวจช่องที่ครองเรตติ้งชาวภูธรมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 คือ ช่อง one (31) รายการที่คนต่างจังหวัดพูดถึงมากที่สุดคือละครซิทคอม เช่น ละครเป็นต่อ และรายการประกวดร้องเพลง เช่น รายการศึกวันดวลเพลง

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าคนต่างจังหวัดเน้นความบันเทิงครบทุกรสชาติ อันดับที่ 2 คือช่อง 3 ผู้ชมส่วนใหญ่เน้นไปที่รายการข่าว โดยรายการที่พูดถึงมากที่สุดคือ เรื่องเล่าเช้านี้ และข่าว 3 มิติ เนื่องจากเป็นข่าวที่ทันเหตุการณ์ ผู้ประกาศข่าวอ่านข่าวสนุก เนื้อหาครบถ้วน และเจาะลึกในประเด็นข่าวนั้นๆ ได้ดี และอันดับที่ 3 คือ ช่อง 7 ส่วนใหญ่นิยมดู รายการกิ๊กดู๋ สงครามเพลง เนื่องจากเป็นพื้นที่ให้คนต่างจังหวัดได้แสดงออกถึงวัฒนธรรม เพราะเป็นเพลงที่ใช้ภาษาท้องถิ่น และ รายการปลดหนี้ เพราะให้กำลังใจคนที่มีวิถีชีวิตคล้ายคลึงกัน

นอกจากนี้ ผลวิจัยดังกล่าวสามารถสรุปเป็นกลยุทธ์ ภูธร - PHUTORN ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้การสื่อสารการตลาดตรงใจผู้บริโภคต่างจังหวัด ดังนี้ 
P - Picture & Promotion : เน้นภาพชัดและโปรโมชั่นเด่น เนื้อหาในโบรชัวร์จะต้องไม่เยอะ
H – Humour : ตลก ขบขันสอดแทรกความบันเทิงในรายการทีวี
U - Useful : บอกคุณสมบัติประโยชน์ของสินค้า จะช่วยในการตัดสินซื้อ ณ จุดขาย (POS)
T - Telling a Story : ถ่ายทอดเรื่องราวสะท้อนชีวิตจริง และสร้างแรงบันดาลใจ
O - Obvious : สื่อสารตรงประเด็นชัดเจน แจ่มแจ้ง
R - Reliable : แหล่งข้อมูลวางใจ เชื่อถือได้ โดยเฉพาะการรีวิวสินค้า
N - Note of Music : ดนตรีในหัวใจ ใช้ทำนองเพลงในการสื่อสาร.