วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดพื้นที่อีอีซีรับทัพลงทุนญี่ปุ่น

รัฐจัดเวทีใหญ่จับคู่ธุรกิจหวังดึงปักหมุดไทย

“อุตตม” เผยนักธุรกิจญี่ปุ่น 600 ราย เตรียมยกทัพพบนายกฯตู่ 11 ก.ย.นี้ ก่อนลงทุนพื้นที่อีอีซี 13 ก.ย. พร้อมจัดเวทีสัมมนาใหญ่ญี่ปุ่น–ไทยกว่า 1,200 รายคึกคัก และเปิดโต๊ะเจรจาจับคู่ธุรกิจ หวังช่วยดันการลงทุนในประเทศไทยเพิ่ม ขณะที่กระทรวงอุตสาห-กรรมดึงบิ๊กเอกชนไทยเบฟฯ-น้ำตาลราชบุรี ตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 11-13 ก.ย.นี้นักลงทุนญี่ปุ่นจำนวน 600 ราย จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยโดยมีนายฮิโรชิกเงะ เซโกะ รมว.เศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (เมติ) เป็นผู้นำคณะโดยจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 11 ก.ย. เพื่อหารือลู่ทางการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย รวมทั้งจะมีการจัดสัมมนา Symposium on Thailand 4.0 towards Connected Industries ในวันที่ 12 ก.ย. หลังจากนั้น ในวันที่ 13 ก.ย. คณะนักลงทุนทั้งหมดจะลงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จึงมั่นใจว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในงานสัมมนาวันที่ 12 ก.ย.นี้ ที่ 4 หน่วยงานหลักๆได้จัดขึ้น ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และสำนักงานอีอีซี จะเป็นการชี้แจงให้นักลงทุนญี่ปุ่นทั้ง 600 ราย ให้เข้าใจแนวโน้มและนโยบายการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น รวมทั้งในงานยังจะมีผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยอยู่แล้วอีก 400 รายและนักลงทุนไทย 300 รายเข้าร่วมงาน โดยไทยจะชูจุดขายเรื่องอีอีซีเป็นหลัก และภายในงานยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ 300 ราย กับคณะของญี่ปุ่น ที่แบ่งโซนไว้ 4 โซนคือ 1.ชิ้นส่วนยานยนต์ 2.อิเล็กทรอนิกส์ 3.ไบโอเทคโนโลยี 4.อุตสาหกรรมบริการ ส่วนโซนที่ 5.เป็นหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้าและลงทุน

นอกจากนี้ ภายในงานยังจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) รวม 7 ฉบับ คือ 1.สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน) กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทยกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่น (JCCI) 2.สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) กับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) 3.กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกับสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ภายใต้แนวคิด ความร่วมมือทางไกลระหว่างมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นกับนักลงทุนไทย (Flex Campus)

4.นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร กับบริษัทฮิตาชิ 5.กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) 6.กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กับ องค์การสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศญี่ปุ่น (SMRJ) 7.กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและบริษัท JC Service Co.,Ltd.

นายอุตตม กล่าวว่า การมาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยและญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์ครบ 130 ปีซึ่งปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ลงทุนในไทยให้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญและการมาครั้งนี้ได้ยืนยันว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมลงนามร่วมกับเอกชนรายใหญ่ 2 บริษัท เพื่อร่วมกัน จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร (ฟู้ดวัลเลย์) เพื่อพัฒนาต่อยอด ใช้นวัตกรรมสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด จะตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ที่ อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในโครงการผลิตและแปรรูปสินค้าอาหาร และบริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัดจะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ที่จังหวัดราชบุรี ที่เป็นแหล่งผลิตและเพาะปลูกอ้อย มาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารที่ผลิตจากอ้อยและน้ำตาลทราย

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างพิจารณาสิทธิประโยชน์พิเศษ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมจากมาตรการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาทำงานในพื้นที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และจะได้สิทธิพิเศษอื่นๆ คาดว่านำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือน ต.ค.นี้ โดยรูปแบบการลงทุนดังกล่าว จะเป็นการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยได้ โดยผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนในโครงการเวิลด์ ฟู้ดส์ วัลเลย์ ไทยแลนด์ จะได้ประโยชน์จากการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ.