วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอละพ่อ! สาวอุดรฯ หายตัวพร้อมรถกระบะ ที่แท้กุเรื่องเที่ยวบ้านเพื่อน

โอละพ่อ!!! พบแล้วสาวอุดรฯ วัย 25 หายตัวจากบ้านไปพร้อมรถกระบะ กว่า 5 วัน ที่แท้กุเรื่อง โกหกครอบครัว เพื่อจะไปเที่ยวบ้านเพื่อน รับกุเรื่องโยงยาเสพติด ด้านแม่ รับตัว บอกให้อภัย และจะได้ปรับความเข้าใจกัน ...

จากกรณีแม่และพี่ชาย แจ้งตำรวจและศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ว่า น.ส.กิ่ง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หายตัวไปจากบ้านนานกว่า 5 วัน พร้อมรถกระบะ โตโยต้า วีโก้แค็บ สีดำ ทะเบียน ฒท 2475 กทม. ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน เพราะเกรงว่า น.ส.กิ่ง จะได้รับอันตราย เนื่องจากมีการติดต่อทางข้อความทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทในหมู่บ้านว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดย ผบก.ภ.จ.อุดรธานี สั่งการให้ตำรวจติดตามหาตัวเร่งด่วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 กันยายน ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร ร.ต.อ.บรรเทิง ทัพโยธา รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วย นายกิตติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พี่ชายไปพบตัว น.ส.กิ่ง ที่บ้านนายม ต.สระพัง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเพื่อน ในสภาพมีอาการปวดขา เพราะไม่ได้ฉีดยารักษาโรคเบาหวานหลายวัน พร้อมรถยนต์กระบะ จึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมนำตัว น.ส.กิ่ง เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี โดยมีญาติเดินทางมารอรับตัว

กระทั่งเวลา 16.30 น. ทั้งหมดเดินทางมาถึงกองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี โดย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง กก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้สอบถาม น.ส.กิ่ง ถึงสาเหตุการกุเรื่อง ว่าพัวพันยาเสพติด ซึ่ง น.ส.กิ่ง ให้การรับสารภาพว่า หลังจากสามีเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ก็ได้ขับรถไปหาเพื่อนเก่า ที่ไม่ได้เจอกันนานที่ บ้านนายม ต.สระพัง อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ตนไม่อยากกลับบ้านจึงได้กุเรื่องโกหกพ่อแม่และญาติว่าพัวพันยาเสพติด และยังโทรศัพท์มาโกหกให้เพื่อนส่งเงินไปให้เที่ยวเตร่ และใช้จ่ายกับเพื่อน โดยไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายใหญ่โตขนาดนี้ 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญ แม่และญาติ เข้าไปพบ น.ส.กิ่ง ซึ่งทันทีที่เจอลูก แม่ได้โผเข้ากอดพร้อมกับร้องไห้ บอกว่าให้อภัยลูกทุกอย่าง จะพบลูกอยู่ในสภาพไหนก็ยินดี แม้จะต้องติดคุกติดตาราง ดีกว่าไม่มีชีวิตรอดกลับมา ปัญหาต่างๆ สามารถแก้ไขได้ พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณตำรวจที่ช่วยติดตามลูกกลับมาสู้อ้อมอกแม่อีกครั้ง และไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.จิรานุช 

พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยต่อว่า ตำรวจอุดรธานี เคยได้รับแจ้งคนหายคล้ายกับกรณีนี้มา 2 ครั้ง โดยกุเรื่องว่าถูกจับตัวไว้ กักตัวไม่ให้กลับบ้าน แต่ตำรวจมีหน้าที่ติดตาม และพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือโกหก เพื่อจะได้ดำเนินการช่วยเหลือ เมื่อพบว่าเป็นเรื่องโกหก ก็รู้สึกโล่งใจ และไม่ติดใจดำเนินคดีกับใคร และให้นำ น.ส.จิรานุช แม่และญาติเดินทางกลับบ้าน เพื่อให้ปรับความเข้าใจกัน.