วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยนเซฟเฮาส์ ด.ญ.14! ทนายโจทก์-กำนันบอกตรงกันไม่เห็น 3 ผู้ต้องหา

ตามคดีรุมโทรม ด.ญ. 14 ปีที่พังงา ทนายความโจทก์จี้เร่งทำสำนวนขอหมายเรียกผู้ต้องสงสัยสอบเพิ่ม ด้าน ปธ.มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เผย ย้ายเซฟเฮาส์แล้วหลังเด็กถูกคุกคาม ขณะกำนันในพื้นที่ มอง ชาวบ้านตอบโต้เพราะเสียหาย

รายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ วันนี้ (7 ก.ย. 60) ติดตามต่อเรื่องคดีข่มขืนรุมโทรมเด็กที่ จ.พังงา ทนายฮานีฟ หยงสตาร์ เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ในฐานะทนายความโจทก์ร่วมคดีแรก กล่าวว่า ยังยืนยันในพยานหลักฐานที่จะเอาผิดผู้กระทำผิดมา 3 ผู้ต้องหาที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนั้นมีการกระทำความผิดจริง และขณะนี้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว โดยเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหลายๆ ส่วน ไม่ใช่เพียงพนักงานสอบสวนนายเดียว หลังจากมีการพบข้อมูลว่ามีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมจากที่ 3 ผู้ต้องหาพาเด็กออกไปกระทำนอกบ้าน ส่วนพ่อเลี้ยงไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิด และตอนนี้ทางทีมคุ้มครองพยานจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วย มีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมส่งต่อศาลเพื่อให้พิจารณาถึงเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหาต่อไป

สำหรับเรื่องการขยายผลบุคคลกระทำความผิดเพิ่มเติมนั้นยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับ ซึ่งพยานหลักฐานเรื่องการยืนยันผู้กระทำผิดน่าจะชัดแล้วบางส่วน แต่ยังขาดเรื่องการชี้จุดเพราะพาเด็กไปชี้ไม่ได้ อาจจะต้องชี้ผ่านภาพถ่าย ถ้าจบขั้นนี้สัปดาห์หน้าน่าจะมีหมายออกมา ทั้งนี้ ส่วนตัวตั้งข้อสงสัยว่า คนในหมู่บ้านรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่เด็กยังไม่เคยให้การยืนยัน แต่คนในพื้นที่ให้การว่าตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัย มองว่ากระบวนการจัดการน่าจะมีปัญหาบางจุด ทำให้ข้อมูลรั่ว และอาจทำให้รูปคดีเสียหาย อยากเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำสำนวนให้เร็วที่สุด และออกหมายเรียกเข้าพบเร็วที่สุด เพื่อลดการคลาดเคลื่อนของคดี

ด้าน นายชานนท์ อับดุลล่าห์ ประธานมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้เด็กอยู่กับครอบครัวในเซฟเฮ้าส์ หลังก่อนมีข่าวว่ามีคนในหมู่บ้านไปประจันหน้าและโดนคุกคาม ตอนนี้การันตีเรื่องความปลอดภัยอย่างสูง ส่วนที่เด็กไม่ออกมาพูดตั้งแต่เกิดเหตุ ส่วนตัวคิดว่าเด็กอาจจะคำนึงว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะปลอดภัยแค่ไหน พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดชาวบ้านถึงเพิ่งออกมาให้ข้อมูลและใครที่ได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์นี้

ขณะที่ ทนายความสรรเพชร ทิพย์มณเทียร ซึ่งเป็นทนายฝั่งชาวบ้าน เผยว่า ปัจจุบันชาวบ้านเกาะแรด มีความกังวลในเรื่องนี้ เพราะหากบอกว่ามีผู้ต้องหา 40 คน มันคือผู้ชายทั้งหมู่บ้าน ซึ่งตนเองจะเข้ามาช่วยเรื่องการฟ้องหมิ่นประมาทหากเกิดคดีความ โดยยินดีให้คำแนะนำ ยืนยันว่าไม่ได้มีการห้ามปรามในการให้สัมภาษณ์ของชาวบ้าน

นายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ให้สัมภาษณ์ว่า ความวิตกกังวลชาวบ้านดีขึ้นมากหลังทุกภาคส่วนมาดูแลเยียวยาจิตใจ ซึ่งกรณีที่ออกมาให้ข้อมูลภายหลังเพราะชาวบ้านคาดไม่ถึงว่า ก่อนหน้าที่ให้ช่วยเหลือครอบครัวนี้ แต่กลับพลิกมาเป็นผู้ต้องหาเสียเอง พอโดนกระทบเลยต้องระบายออกมา และคนที่ถูกกล่าวหามีเพิ่มมา 8 คน เป็นชื่อเล่น ซึ่งเจ้าของชื่อรู้สึกเสียหายเลยออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ อีกทั้ง การได้ยินคำว่า "40 ทรชน" ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากเพราะตกเป็นจำเลยสังคม และทุกคนเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ทนายฮานีฟ และกำนันตำบลหล่อยูง ให้สัมภาษณ์ตรงกันว่า ยังไม่เห็นผู้ต้องหาทั้ง 3 คนอยู่ในพื้นที่หลังได้รับการประกันตัว ส่วนเรื่องราวจะดำเนินต่อไปในทางทิศทางใดต้องติดตาม...