วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่เสี้ยววินาที! อุทาหรณ์พ่อแม่ ของเล่นทำลูกเกือบตาย แพทย์ชี้วิธีป้องกัน (คลิป)

ผู้ปกครองโพสต์เตือนภัย ลูกรักประสบภัยจากการเล่นของเล่นเกินวัย ล้มหัวฟาด ร้องกลั้นจนชักเกร็งจนต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว โพสต์คลิป หวังเป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่ควรระวัง...

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.60 สมาชิกเฟซบุ๊ก ปืน วชิรพันธ์ เสตะรุจิ โพสต์คลิปเหตุการณ์สุดสะเทือนใจเมื่อลูกวัย 11 เดือน ซึ่งอยู่ในวัยเกาะยืนเล่นของเล่นที่ไม่เหมาะกับวัยจนล้มหัวฟาดพื้น โดยผู้โพสต์ระบุเหตุการณ์ว่า 

(คลิปน้องโฮมมี่) แชร์ได้ครับ อุทาหรณ์ของเด็กที่เล่นของเล่นไม่เหมาะสมกับวัย น้องโฮมมี่อายุ 11 เดือน เป็นวัยที่กำลังชอบเกาะยืนเกาะทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อหัดยืน แต่น้องยังยืนเองไม่ได้ เล่นของเล่นพี่สาว โดยเล่นรถไฟฟ้าพี่เป็นรถ 3 ล้อ จนถึงตอนที่ทุกคนก็ดูน้องอย่างไกล้ชิด แต่แค่เสี้ยววินาที รถ 3 ล้อได้ล้มลงบนแผ่นรองคลานดูเหมือนไม่มีอะไร หัวน้องได้ฟาดพื้นอย่างแรง น้องทั้งเจ็บแล้วตกใจ ร้องแบบไม่มีเสียง ร้องกลั้น สักพักแขนขาเกร็ง และหมดสติไป จึงรีบพาน้องขึ้นรถเพื่อไป รพ. ขณะเดินทาง น้องก็มึนๆ งงๆ ไม่รู้เรื่องอะไร ตาจะปิดอย่างเดียว จนถึงมือหมอห้องฉุกเฉิน น้องก็รู้เรื่องแบบช้าๆ ตอบรับช้าๆ แต่พอ 1 ชม. ผ่านไปก็ดีขึ้นเรื่อยๆ นำตัวน้องเข้าเอกซเรย์สมอง และหมอให้นอน รพ.ดูอาการ 1 คืนครับ

หัวใจพ่อแม่ กับลูกสาววัย 11 เดือน ที่หมดสติมันไม่รู้จะอธิบายยังไงได้เลยครับ ตัวแม่น้องนั้นสติแตก ส่วนผมทำยังไงให้ขับรถไปถึงหมอให้เร็วที่สุดและต้องปลอดภัย ตอนนี้น้องอาการดีขึ้นแล้วครับซนได้แล้ว แต่ยังทานไม่ค่อยได้ เมื่อเย็นวันนี้ได้ให้หมอเด็กตรวจดูอีกครั้งแล้ว น้องปกติดีแล้วครับ ขอบคุณทุกคนมากครับ

ชาวเน็ตเมื่อได้ดูคลิปแล้ว ต่างเข้ามาให้กำลังใจขอให้หายไวๆ และขอบคุณที่แชร์โพสต์ บางความคิดเห็นบอกว่าจะระวังตัวและดูแลลูกให้ดียิ่งขึ้น

อาการล่าสุดของน้องโฮมมี่ นายวชิรพันธ์ เสตะรุจิ หรือ ปืน ผู้เป็นพ่อกล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่าวันเกิดเหตุเอกซเรย์ดูสมองแล้ว อีก 4-5 วันจะกลับไปเอกซเรย์อีกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดของตน ส่วนสาเหตุที่ลงคลิปเพื่ออยากฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับครอบครัวอื่น

“รู้สึกใจคอไม่ดีเลยที่น้องตกใจแล้วร้องแบบไม่ออกเสียง ร้องกลั้น และเป็นครั้งแรกที่ร้องแบบนี้ เลยทำให้หมดสติ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ร้ายเช่นนี้ ขอให้พ่อ แม่ระวังๆ กันด้วย” นายวชิรพันธ์กล่าว

ด้าน รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำว่าการเลี้ยงลูกวัย 10-11 เดือน ซึ่งกำลังอยู่ในพัฒนาการการเกาะยืน เกาะเดิน ความน่ากลัวของพัฒนาการนี้คือเนื่องจากเด็กยังทรงตัวได้ไม่ดีจึงเกิดการล้มบ่อย เพราะฉะนั้นพื้นที่เกาะยืนต้องไม่นุ่มนิ่มหรือแข็งเกิน และอย่าใช้รถหัดเดิน

ซึ่งคุณหมอจะเรียกกันว่ารถหัดไม่เดิน เพราะจริงๆ แล้วมันเป็นเทคนิคการตลาดเท่านั้นที่เขียนว่าเป็นรถหัดเดิน เนื่องจากการนำเด็กไปนั่งในรถ เด็กจะเดินไม่ได้ เพราะไม่รู้จักน้ำหนักขาและตัว ไม่รู้จักทรงตัว มีแต่ลื่นไถลกระโจนไปข้างหน้าซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในเด็กวัยนี้

อีกทั้งเด็กวัย 10-11 เดือน นิ้วมือเริ่มไขว่คว้าจับของชิ้นเล็กได้ เช่น เมล็ดข้าว จากนั้น ก็จะยัดเข้ารูจมูก หรือใส่ปากตัวเอง ทำให้สำลักหรือไปติดหลอดลมจนเสียชีวิต เพราะฉะนั้นวัตถุชิ้นเล็กๆ อย่าให้ลูกเล่น เด็กวัยต่ำกว่า 1 ปี มักนำทุกอย่างเข้าปาก ซึ่งไม่ควรดุด่าเพราะเป็นวัยของเขา ดังนั้นของเล่นที่ควรให้เล่นสำหรับอายุน้อยกว่า 1 ปี สีห้ามลอกและไม่ควรเป็นชิ้นเล็ก

“เวลาจะให้ลูกเล่นอะไรให้กลับไปดูพัฒนาการ และสมรรถนะของลูกด้วย หลักวิธีทำให้ลูกปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ ขอให้พ่อแม่คิดแง่ลบไว้ก่อน เช่น ถ้ากำลังคืบคลาน แล้วบริเวณนั้นมีกระติกน้ำร้อน แล้วบางคนจะคิดว่าตั้งไว้ดี ห่างไกลมือ คงไม่หล่นลงมาหรอก ซึ่งไม่ควรคิดแบบนี้ ให้คิดในแง่ลบว่าถ้ามันหล่นลงมา หลักการของพ่อแม่คือให้คิดทุกอย่างเป็นแง่ลบ ถ้าคิดแง่บวกอุบัติเหตุมักมากับความประมาท ความประมาทเกิดจากการมองเหตุการณ์เป็นบวกไว้ก่อนว่าไม่เกิด ไม่เป็น” รศ.นพ.สุริยเดว

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน