วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.พล.ร.5 ยันไร้ 'โรฮีนจา' หลบหนีเข้าไทย

ผบ.พล.ร.5 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ฉก.ร.25 เข้มดูแลชายแดน สกัดสิ่งผิดกฎหมาย ย้ำไม่ประมาทจัดชุดลาดตระเวน-เครือข่ายวิทยุเครื่องแดง แจ้งเบาะแส "โรฮีนจา" หลังทำลายต้นตอขนย้ายเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.60 ที่ค่ายรัตนรังสรรค์ กองพันที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 จ.ระนอง พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 (พล.ร.5) รับฟังการบรรยายสรุปการป้องกันตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 (ฉก.ร.25) โดยมี พ.อ.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ให้การต้อนรับ

โดย พ.อ.ศานติ กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 มีพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองซึ่งถือเป็นพื้นที่ราบลูกคลื่นและที่ราบเชิงเขา โดยมีพื้นที่รับผิดชอบตลอดแนวพื้นที่ชายแดนทางบกและต่อเนื่องทางทะเลรวมระยะทาง 254 กิโลเมตร รวมทางปฏิบัติพันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพบกทางการเฝ้าตรวจและการป้องกันชายแดนการจัดระเบียบพื้นที่และแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน

พ.อ.ศานติ กล่าวว่า ตลอดจนถึงการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยตามพื้นที่ชายแดน อาทิ การสกัดกั้นการค้ายาเสพติดการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การตัดไม้ทำลายป่า การค้าอาวุธสงคราม การค้าของหลบหนีภาษี การค้าสัตว์ป่าสงวนและการค้ามนุษย์

"สำหรับกรณีการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติของชาวโรฮีนจา เนื่องจากขณะนี้ที่รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา เกิดความวุ่นวาย แม้ว่าตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่มีปัญหาชาวโรฮีนจาอพยพเข้ามา รวมถึงในปีนี้ แต่เราก็ไม่ประมาท โดยมีการเฝ้าระวัง เข้มงวดงานด้านการข่าว จัดชุดลาดตระเวนทั้งทางบกและทางเรือ โดยประสานความร่วมมือกับเครือข่ายวิทยุเครื่องแดง เครือข่ายชาวประมง ทหารเรือ ตำรวจ ยืนยันว่าหากชาวโรฮีนจาลักลอบเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว เราสามารถจับกุมได้ ทั้งนี้ พล.ร. 5 เป็นห่วงในเรื่องนี้มาก" พ.อ.ศานติ กล่าว

ขณะที่ พล.ต.สิทธิพร กล่าวย้ำว่า สำหรับปัญหาเรื่องโรฮีนจา นอกจากปัญหาการเฝ้าระวังแล้วเรายังมีมาตรการเชิงรุก จัดชุดลาดตระเวนจึงทำให้ 2 ปีที่ผ่านมาในพื้นที่แห่งนี้ไม่มีปัญหาดังกล่าว เพราะเราได้ทลายต้นตอนำชาวโรฮีนจาเข้ามา และขณะนี้คดีความต่างๆ สิ้นสุดแล้ว ทำให้เกิดช่องว่าง ไม่มีคนประสานงานกับทางรัฐยะไข่ นำชาวโรฮีนจาเข้ามา แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังเข้มงวดดูแล