วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่ร่ำไห้ วอน ปล่อยลูกกลับบ้าน หญิงหาย 5 วัน เบาะแสสุดท้าย อยู่ขอนแก่น

ผบก.อุดรฯ เร่งติดตามสาวอ้างถูกจับตัว ส่วนแม่ร่ำไห้ วอนคนจับปล่อยลูกกลับบ้าน เป็นห่วงลูกมาก กลัวกลายเป็นผอ.อ้อย 2 ด้านเพื่อนสนิท เผย เมื่อวานยังติดต่อได้แถมถ่ายรูปมาให้ดูว่า ยังมีชีวิตอยู่ แชร์โลเกชั่นสุดท้ายอยู่ที่อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เรียกประชุมด่วน ถึงความคืบหน้าการติดตามหาตัว น.ส.จิรานุช หรือกิ่ง ภูงามดี อายุ 25 ปี ชาวบ้าน ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ที่หายตัวไปจากบ้านนานกว่า 5 วัน พร้อมรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ แค็บ สีดำ ทะเบียน ฒท 2475 กทม. ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา โดย น.ส.กิ่ง บอกกับทางบ้านว่า จะเข้ามาทำธุระในเขตเทศบาลนครอุดรธานี 

จนกระทั่งนายกิตติศักดิ์ ด้วงทา อายุ 39 ปี และนางทองยุ่น แพงคำฮัก อายุ 57 ปี พี่ชายและแม่ของ น.ส.จิรานุช เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานี และร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ให้เร่งติดตามตัว เพราะเกรงว่า น.ส.จิรานุช จะได้รับอันตราย เนื่องจากมีการติดต่อทางข้อความทางโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทในหมู่บ้านว่า เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยไปเก็บเงินมาจ่ายค่ายาเสพติดให้กับคนมีสี

โดยการประชุมติดตามความคืบหน้า การสืบสวนติดตามหาตัว น.ส.จิรานุช มี พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สืบสวน พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สืบสวน ส.เมืองอุดรธานี เพื่อหาแนวทางการสืบสวนติดตามตัว น.ส.กิ่ง ทั้งการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือ และการส่งข้อความคุยกับเพื่อนสนิท แต่ไม่อนุญาตผู้สื่อข่าวร่วมรับฟัง

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยังทุกสถานีทั้ง 23 แห่ง รวมทั้งชุดสืบสวนจังหวัด ชุดสืบสวน ภ.4 และ แจ้งไปยังสถานีตำรวจจังหวัดข้างเคียง เพื่อประสานการปฏิบัติ ในการสืบหาตัว น.ส.จิรานุช ว่า ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ อยู่ในระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่สามารถตอบได้ว่า ขณะนี้เหตุการณ์เป็นในทางบวกมากกว่า เชื่อว่าผลการติดตามตัว น.ส.จิรานุช ในช่วงแรกๆ นี้ คงจะคลี่คลายไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนข้อความที่มีการคุยกับเพื่อน

“เรื่องที่ น.ส.จิรานุช บอกว่าไปเก็บเงินค่ายา ให้ตำรวจในอุดรธานี เรื่องนี้ เราต้องได้ตัว น.ส.จิรานุช กลับมาก่อน จึงจะสามารถดำเนินการหาตัวได้ เพราะตอนนี้ถ้าไปสืบสวนทางปลายเหตุขึ้นมา ก็คงจะไม่ได้อะไร ต้องรอให้ได้ตัวมาก่อน จึงจะสามารถให้เขายืนยันได้ว่าเป็นใคร และเราจะสามารถคลี่คลายตรงจุดนี้ได้ แต่ตอนนี้ขอให้ตำรวจได้ทำงานก่อน”

ต่อมาเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 87 หมู่ 3 บ้านนาอ้ายใหญ่ ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.จิรานุช พบว่า ที่บ้านเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว สร้างอยู่กลางสวนยางพารา ภายในบ้าน พบนางทองยุ่น แพงคำฮัก อายุ 57 ปี แม่ของ น.ส.จิรานุช พร้อมญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวกว่า 20 คน ที่มาให้กำลังใจกับครอบครัว พร้อมสอบถามติดตามความคืบหน้าในการหายตัวไปของ น.ส.จิรานุช โดยทางบ้านมีการทำอาหารเลี้ยงรับ เพื่อรอทราบความคืบหน้าการหายตัวไปของ น.ส.จิรานุช

ซึ่งนางทองยุ่น เปิดเผยว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน น.ส.จิรานุช เป็นลูกคนสุดท้อง อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องฉีดยาเข้าหน้าท้องเป็นประจำ แต่งงานได้ 4 ปี แต่ยังไม่มีลูก ส่วนสามีเดินทางไปทำงานอิสราเอลได้ 1 เดือน หลังจากตนไปแจ้งคนหาย และร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี แล้ว จนเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (6 ก.ย.) น.ส.สิริกัญญา วงศ์ไทย อายุ 25 ปี เพื่อนสนิทของ น.ส.จิรานุช ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาหา และบอกว่า น.ส.กิ่ง ส่งข้อความมาหา ขอยืมเงิน 6,000 บาท เพื่อนำไปจ่ายเคลียร์เรื่องทั้งหมด แล้วจะได้กลับบ้านตอนค่ำ ให้ทางบ้านต้มไก่รอไว้เลย

“ตนจึงปรึกษาญาติพี่น้อง และหาเงินที่จะส่งไปให้ลูก เมื่อโอนเงินให้ลูกไปแล้ว ทางบ้านก็เตรียมทำอาหารรอลูกจะกลับบ้าน แต่จนแล้วจนรอด ลูกก็ไม่กลับมา เมื่อโทรกลับก็ไม่รับสาย ทั้งที่เปิดเครื่องอยู่ ทำให้ตนทุกข์ใจ และเป็นห่วงลูกมาก เรื่องจะดีหรือร้ายที่เกิดกับลูกตนเป็นแม่รับได้ ขอให้ลูกกลับมา เพราะแม่เป็นห่วงมาก กลัวหายไปเหมือนในข่าว ผอ.อ้อย ฝากถึงผู้ที่จับตัวลูกสาวเอาไว้ ก็ขอให้ปล่อยกลับมาบ้าน มาหาพ่อแม่ และญาติทุกคนเป็นห่วงมาก เพราะไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว” นางทองยุ่นฯ กล่าวทั้งน้ำตา

ด้าน น.ส.สิริกัญญา วงศ์ไทย เพื่อนสนิท น.ส.จิรานุช เปิดเผยว่า ตนเป็นเพื่อนสนิทที่ น.ส.จิรานุชไว้ใจที่สุด เมื่อเพื่อนส่งข้อความมาให้ตนหาเงินโอนไปให้ 6,000 บาท เพื่อนำไปเคลียร์เรื่องราวให้เรียบร้อย แล้วจะได้กลับบ้าน ตนไม่มีเงิน จึงไปปรึกษานางทองยุ่น และญาติ เมื่อโอนเงินให้แล้ว ตนโทรหา น.ส.จิรานุช ก็ยังสามารถติดต่อได้ และได้ยินเสียงคนจำนวนมาก คล้ายกับมีงานเลี้ยงสังสรรค์ และบอกว่า กำลังออกไปกินข้าวไม่สามารถโทรศัพท์แบบเห็นหน้าได้ แต่ได้ถ่ายรูปส่งมาให้ดูว่ายังมีชีวิตอยู่

“ซึ่งรู้แต่เพียงว่าอยู่ที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เพราะมีการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ดีใจที่จะได้กลับบ้าน ที่มีการแชร์โลเกชั่นมา หลังจากนั้น ตนโทรไปเกือบ 100 ครั้ง ก็ไม่รับสายอีก แต่ทั้งนี้ตนเป็นห่วงเพื่อน เพราะว่าการคุยหลังๆ มา เพื่อนใช้ข้อความแปลกๆ ที่ไม่เคยคุยกัน ตนกลัวว่า จะเหมือนคดี ผอ.อ้อย ที่กำลังเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้”