วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.ชง 'บิ๊กตู่' ตั้ง กก.พิเศษไล่ล่าทวงเงินคืนรัฐ ขู่ฟ้องละเว้น ม.157

"มัลลิกา" จี้ รบ.ทวงเงิน 7.6 หมื่นล้านกรณี "พรีเพด" ตามศาลสั่ง ชง "บิ๊กตู่" ตั้ง กก.พิเศษไล่ล่าเงินคืนรัฐ พ่วงจ่อฟ้องคนละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.60 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายคดีที่ถึงที่สุดโดยมีคำสั่งหรือคำพิพากษาศาล หรือท้ายคำพิพากษาในคดีต่างๆ ที่ได้สร้างความเสียหาย ให้แก่รัฐหรือประเทศ ซึ่งตนจะติดตามทวงเงิน หรือค่าความเสียหายเหล่านี้แก่รัฐเป็นซีรีส์ คดีแรก คือ กรณีเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษายึดทรัพย์มูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน จากคดีร่ำรวยผิดปกติของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยทรัพย์จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทนี้ ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ดำเนินการยึดเงินคืนมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนมูลค่าความเสียหายอีกจำนวนกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มบริษัทเอกชนด้านโทรคมนาคม ว่าความเสียหายเกิดจากคดีอาญาหรือการทุจริต

ดังนั้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง คือ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)เดิม ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตั่งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน มีรัฐมนตรี 4 คน และปลัดกระทรวงฯอีก 3 คน เข้ามาบริการกำกับดูแล แต่กลับปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการทวงเงินท้ายคำพิพากษาศาลคืนแก่กระทรวงดีอี หรือกระทรวงไอซีทีเดิม และองค์การโทรศัพท์(TOT) เพื่อฟื้นสภาพรัฐวิสาหกิจไทย และนำรายได้ทั้งหมดส่งคืนแผ่นดินแต่อย่างใด ทั้งที่ในท้ายคำพิพากษาศาลระบุชัดเจนว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์มือถือแบบจ่ายล่วงหน้า(พรีเพด-Prepaid)

"นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ กับ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มีหน้าที่หารายได้เข้ารัฐ ที่ผ่านมา 3 ปี รัฐบาลนี้ถูกวิจารณ์ว่าขาดศักยภาพในการสร้างรายได้ และหารายได้เข้ารัฐ แต่โดยหน้าที่แล้ว ทุกคนลืมหรือละเว้นในการติดตามค่าเสียหายตามท้ายคำพิพากษาศาล เพื่อนำรายได้ที่สมควรเข้าแผ่นดินหรือไม่ ตนจึงขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ตั้งองค์กรพิเศษขึ้นมาเฉพาะเพื่อติดตามทวงคืนค่าเสียหายในคดีที่ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลแล้ว โดยมีอัยการหรือกรรมการกฤษฎีการ่วมเป็นองค์คณะหรือ กรรมการเพื่อติดตามทวงค่าเสียหายเหล่านี้ ให้มีผลบังคับใช้ตามคำพิพากษาศาล โดยถูกต้องตามกฎหมายจากบริษัทเอกชน ข้าราชการ และนักการเมือง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทุจริต ร่วมทุจริตและการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องให้ปรากฏต่อสังคมเป็นรูปธรรมเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงไม่ใช่พูดแค่ลมปาก เพราะยังมีอีกหลายสิบคดี เช่น คดีการออกใบกำกับภาษีปลอม คดีรายได้ของทีโอทีขาดหายไป 7 หมื่นล้านบาท คดีสัญญาดาวเทียมที่ต้องชำระหนี้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สั่งการก็เชื่อว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าเริ่มต้น และตนจะหารือกับฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจะเอาผิดต่ออดีต รมต.และปลัดกระทรวงต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เพื่อฟ้องต่อศาลทุจริตต่อไป" นางมัลลิกา กล่าว