วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิษณุ' แจงถก กก.ปฏิรูปหาข้อตกลงเรื่องระเบียบ มั่นใจทำถูกตาม ก.ม.

"วิษณุ" แจง กก.ปฏิรูปตั้งที่ปรึกษาได้ คกก.ปฏิรูปเห็นชอบหลักเกณฑ์ พร้อมเดินหน้างาน เชื่อ "บรรยง" ติยุทธศาสตร์ชาติฯ ไม่มีเจตนาร้าย แค่เตือน รบ.ให้ระวัง

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.60 ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวก่อนการประชุมร่วมประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมประธานคณะกรรมการปฏิรูปครั้งที่ 2 โดยจะออกระเบียบหลายฉบับ อาทิ ระเบียบที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการในการประชุมของคณะกรรมการแต่ละชุด ระเบียบเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็น และระเบียบการว่าจ้างที่ปรึกษา เพื่อให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 13 คณะนำไปใช้ ส่วนการตั้งที่ปรึกษาขึ้นกับความจำเป็น เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ตั้งคณะอนุกรรมการ แต่อนุญาตให้จ้างที่ปรึกษา เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อไปศึกษาวิจัยในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วรายงานผลเข้ามา หลังจากวันนี้จะไม่ค่อยมีเหตุให้มาประชุมร่วมกันอีก ถือเป็นการแบ่งงานของแต่ละคณะแล้ว เพราะที่ประชุมร่วมจะทำหน้าที่ตกลงระเบียบธุรการต่างๆ ที่ทุกคณะต้องทำเหมือนกันหมด เช่น แบบฟอร์ม แบบแผนการปฏิรูปประเทศ จากนั้นก็ไปลงมือทำ ส่วนการกลั่นกรองกฎหมาย บางคณะสามารถทำกฎหมายเองได้ อย่างเช่นชุดปฏิรูปกฎหมายกระบวนการยุติธรรม แต่บางชุดอาจไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จำเป็นต้องประสานงานกับสำนักกฤษฎีกา หรือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาช่วยร่างกฎหมาย

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมฯ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบระเบียบ 2 ฉบับ คือ ระเบียบเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการปฏิรูป และระเบียบที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการในการยกร่างแผนปฏิรูปและการรับฟังความคิดเห็น ตามที่กฎหมายระบุว่าต้องให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูป การรับฟังความคิดเห็นจะใช้ทุกรูปแบบทั้งการเชิญส่วนราชการเข้ามาพบ ออกไปรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มมวลชนและกลุ่มเอ็นจีโอต่างๆ และรับฟังความคิดเห็นทางเว็บไซต์ ทั้งนี้การยกร่างแผนปฏิรูปทั้ง 13 ด้านนั้น จะมีที่มาจาก 3 ทาง คือ 1.ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด 2.แนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปก่อนหน้านี้ ทั้งจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ 3.สิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปคิดขึ้นมาจากการรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำทั้ง 3 ส่วนมาประสานกันแล้วยกร่างมาเป็นแผนปฏิรูปของแต่ละคณะ ต่อไปอาจจะนำมาบูรณาการรวมเป็นแผนเดียวและแบ่งเป็น 13 ด้าน นั้นคือสิ่งที่ต้องทำในอีก 8 เดือนข้างหน้า วันนี้แต่ละครั้งเริ่มยกร่างได้แล้ว เดือน ธ.ค.ร่างที่ 1 ต้องเสร็จก่อนนำไปรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุง และเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก่อนจะประกาศใช้ในเดือน เม.ย. ซึ่งทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม ถ้ามีหน่วยงานใดรู้สึกว่าแผนปฏิรูปติดขัดไม่สามารถปฏิบัติได้ ขอให้บอกมา เพราะแผนปฏิรูปแก้ไขได้ง่าย เสนอเช้า แก้ตอนเย็นยังได้

เมื่อถามว่า ใครไม่เดินตามแผนปฏิรูปใน 5 ปีจะมีโทษหนักหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะไม่พยายามไปถึงว่าต้องมีโทษ เราจะแนะนำเพราะบางครั้งเขาอาจจะฝ่าฝืนโดยที่ไม่รู้ แต่ถ้าพบว่าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ใช้มาตรการในทางบริหาร หากเป็นอธิบดีแล้วทำไมได้ก็ให้คนอื่นมาทำแต่ถ้าจุดหนึ่งเขาทำ

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณี นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตที่ปรึกษานายกฯ ระบุว่า ยุทธศาสตร์ชาติเปรียบเหมือนคบไฟนำทาง หรือโซ่ตรวนล่ามชาติ ว่า วันนี้ นายบรรยง ยังคงทำงานให้รัฐบาลอยู่ ตนก็เข้าใจนายบรรยงว่าไม่ได้พูดเพื่อเจตนาร้ายต่อรัฐบาล แต่เป็นการติเพื่อก่อพูดด้วยความสร้างสรรค์ ให้รัฐบาลระวังสิ่งที่นายบรรยงได้เตือน โดยตนได้บันทึกไว้แล้วทุกข้อซึ่งดีมาก เพราะรัฐบาลจะได้ระวัง

เมื่อถามว่า การที่ นายบรรยง ออกมาพูดช่วงเวลานี้จะเป็นผลร้ายต่อรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นผลร้าย คำว่าโซ่ตรวนนั้นความจริงรัฐบาลต่อไปก็สามารถทำอะไรได้ไม่ยากเลย เพราะถ้าเป็นโซ่ตรวนก็ถือว่ารัฐบาลนี้ให้คีมตัดไปด้วย คุณก็เอาคีมมางัดไม่ได้ยากอะไร เพราะคนเล่นการเมืองรู้ดีว่าคีมที่ตนพูดคืออะไร หากใครคิดว่ายาก ก็ไม่ควรเล่นการเมืองเลยในชีวิตนี้ เพราะคุณไม่เห็นทางออกอะไรเลย.