วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ้านนี้อยู่แล้วสบาย! อยู่แล้วดี! เปิด 6 เคล็ดลับจัดบ้านฉบับง่ายแต่ได้ผล

สภาวะสบายของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนเลือกพื้นที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา บ้างขอเพียงมุมระเบียงเล็กๆ ที่มองเห็นท้องฟ้ากว้างเท่านั้น เพราะฉะนั้นสภาวะสบายจึงมีความหมายเท่ากับความสุข ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ที่บ้านของตัวเอง “ดีไซน์ไอเดีย” ฉบับนี้มีข้อควรคำนึงถึงในการสร้างบ้านหรือจัดบ้านให้สะอาด ปลอดโปร่ง และน่าอยู่มาฝากกันค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดี เมื่อร่างกายแข็งแรงก็พลอยทำให้จิตใจเบิกบานแจ่มใสไปด้วย อย่างนี้แล้วความสุขจะไปไหนเสีย

1. ฝุ่นละออง ดองไว้ไม่ดี

ฝุ่นก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้และสุขภาพที่เสื่อมถอย แต่เราก็หลีกเลี่ยงได้ยากเต็มที เพราะรอบตัวเรานั้นมีทั้งฝุ่นที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผิวหนังชั้นนอกที่ผลัดเซลล์ผิว เส้นผม ขนสัตว์เลี้ยง และฝุ่นในอากาศที่เป็นมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ขอแนะนำให้หมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ หากกำลังจะสร้างบ้าน ควรเริ่มจัดวางแปลนบ้านโดยลดพื้นที่ซอกหลืบที่ทำความสะอาดยากหรือพื้นที่ที่เข้าไม่ถึงให้น้อยที่สุด ทำบานปิดให้ตู้หรือชั้นวางแบบเปิดโล่งที่ใช้จัดเก็บหนังสือหรือของโชว์ รวมถึงเรื่องเล็กๆ ที่อาจไม่เล็กอย่างระยะของโรงจอดรถกับประตูบ้าน หากมีพื้นที่เพียงพออาจเว้นระยะห่างสักหน่อย เพื่อจะได้ไม่ต้องจอดรถตรงกับหน้าประตูพอดี เพราะอาจเป็นการนำพาฝุ่นและควันเข้าบ้านได้ หรืออาจปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองฝุ่นละอองบริเวณหน้าบ้าน ก็ทำให้บ้านสดชื่นและช่วยลดฝุ่นละอองไปด้วยในตัว

2. กลิ่นที่พึงใจ

บ้านหอมๆ สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่เปิดประตูรั้ว กลิ่นภายในบ้าน มีได้ตั้งแต่กลิ่นท่อระบายน้ำ กลิ่นขยะ ฯลฯ ควรหมั่นดูแลบ่อพักขยะอย่าให้เกิดการอุดตัน ควรทิ้งขยะในภาชนะที่ปิดมิดชิด หรือทิ้งตามเวลาที่รถเก็บขยะมารับไปเพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมจนส่งกลิ่นเหม็นเน่า ส่วนภายในบ้านควรหมั่นตรวจสอบกลิ่นจากท่อน้ำทิ้งต่างๆ เช่น ท่อระบายน้ำทิ้งจากซิงค์ในครัว ซึ่งไม่ควรมีเศษอาหารมาอุดตัน หรือกลิ่นจากห้องน้ำที่เกิดจากชักโครก ควรตรวจสอบว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ หมั่นทำความสะอาดและติดตั้งพัดลมดูดอากาศก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง เมื่อบ้านสะอาดแล้ว ลองหาเครื่องหอมในบ้านที่กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไปมาใช้แทนของตกแต่งบ้านก็ได้ และยังทำให้บ้านมีกลิ่นหอมอีกด้วย

3. แสงส่อง

แสงสว่างที่เพียงพอช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำให้บ้านไม่อับชื้น ทิศทางการเปิดรับแสงภายในบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรวางแผนตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ เช่น มุมหลักที่ใช้งานพร้อมหน้าทั้งครอบครัวอย่างห้องนั่งเล่น หากใช้เวลาในช่วงเช้ามากกว่าช่วงเวลาอื่น การหันหน้าไปทางทิศตะวันออกก็ทำให้ได้รับแสงยามเช้า นอกจากนี้วัสดุที่เลือกใช้ภายในบ้านก็ไม่ควรมองข้าม ในมุมที่ต้องการให้มีแสงส่องผ่าน เช่น ครัวหรือห้องน้ำ ควรเลือกกรุกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์กลาสแบบใสหรือทำผนังกระจก ก็ช่วยให้แสงส่องผ่านได้ดี

4. วอนลมพัดพา

ลมช่วยระบายอากาศและสร้างสภาวะน่าอยู่ได้เป็นอย่างดี การออกแบบช่องลมในบ้านจึงมีความสำคัญมาก ทิศทางลมที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวบ้านต้องมีทางให้เข้า - ออก ดังนั้นช่องลมควรอยู่ตรงกันหรือเยื้องกัน นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงทิศทางลมประจำฤดูด้วย เช่น ฤดูร้อนลมพัดมาจากทางทิศใต้ ฤดูหนาวลมพัดมาจากทางทิศเหนือลงใต้ และฤดูฝนลมพัดเข้ามาทุกทิศทาง มีหลายวิธีที่ช่วยให้ลมเข้าบ้าน เช่น เลือกติดหน้าต่างบานเกล็ดหรือใช้อิฐบล็อกช่องลมที่ช่วยพรางสายตาและสร้างความเป็นส่วนตัวได้ในระดับหนึ่ง

5. ไม่มีเสียงรบกวน

มลพิษทางเสียงนับเป็นปัญหาใหญ่ที่เข้ามาขัดจังหวะความสงบภายในบ้าน วัสดุกรุที่ดีจะช่วยดูดซับเสียงทำให้บ้านเงียบและกันความร้อนไปในตัว หากใช้กระจกนิรภัยซึ่งเป็นกระจกสองแผ่นคั่นกลางด้วยพีวีบี (Polyvinyl Butyral) ที่มีคุณสมบัติเหนียวและทนทานจะช่วยลดอันตรายจากรังสียูวีและคลื่นเสียงความถี่สูงได้ หรือใช้กระจกฉนวนกันความร้อนหรือกระจก Low-E ที่ทำจากกระจกสองแผ่นประกบกัน โดยมีอะลูมิเนียมซึ่งบรรจุสารดูดซึมความชื้นหรือก๊าซเฉื่อยคั่นกลาง ด้านนอกนิยมใช้กระจกเทมเปอร์เพื่อช่วยสะท้อนแสงได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงใช้วัสดุสร้างบ้านแบบเดิมแต่คูณสองเข้าไปก็ช่วยเก็บเสียงได้อีกทาง เช่น ผนังยิปซัมหรือแผ่นอะคูสติกบอร์ด หรือก่อผนังสองชั้น โดยเว้นช่องตรงกลาง บวกกับใช้วัสดุซับเสียงช่วยอีกชั้น รับรองว่าเงียบสบายสมใจ

6. สัตว์เลี้ยงและไม่อยากเลี้ยง

สัตว์เลี้ยงสุดรักอาจนำพาสุขภาพไม่ดีมาสู่เราได้หากดูแลพวกเขาได้ไม่ดีพอ ควรกำหนดขอบเขตให้พวกเขาตั้งแต่เริ่มเลี้ยง ฝึกให้ทำกิจกรรมเป็นบริเวณๆ ไป เพื่อช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้ได้สะดวก รวมถึงสัตว์ที่เราไม่ได้อยากเลี้ยงแต่มาเองอย่างยุง หนู หรือแมลงต่างๆ ก็ควรออกแบบพื้นที่ให้มิดชิด ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ตู้ควรมีหน้าบานปิดมิดชิด และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ก็จะช่วยป้องกันได้อีกทางหนึ่ง.