วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนออกเงินดิจิทัลสกุลหยวน

ข่าวใหญ่ที่ฮือฮาในโลกดิจิทัลเมื่อวันจันทร์ก็คือ แบงก์ชาติจีน ร่วมกับ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับการประกันภัย คณะกรรมการกำกับธนาคาร ออกคำสั่ง ห้ามนิติบุคคลและบุคคลระดมทุนด้วย ICO ขายเงินดิจิทัลให้นักลงทุน อาจเข้าข่ายเป็นขบวนการแชร์ลูกโซ่ ส่วนเงินที่ได้ระดมทุนมาแล้วก่อนหน้านี้ ให้นำเงินคืนแก่ผู้ลงทุนทั้งหมด ถือเป็นการล้างบางสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

ทันทีที่ประกาศ Bitcoin เงินดิจิทัลสกุลแรกที่ราคาพุ่งขึ้นไปถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ หล่นตุ๊บลงทันที วันพุธเหลือ 4,491 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ แต่ก็ยังทรงอิทธิพลในตลาดเงินดิจิทัลและตลาดเงินจริง มีมูลค่าตลาด 74,300 ล้านดอลลาร์ 2.45 ล้านล้านบาท

ความสำเร็จของ “บิทคอยน์” ทำให้มีสตาร์ตอัพหน้าใหม่สร้าง “เงินดิจิทัลสกุลใหม่” ออกมามากมาย เพื่อระดมเงินขายให้กับนักลงทุนที่สนใจ เรียกว่า ICO หรือ Initial Coin Offering ขายเงินดิจิทัลที่ไม่มีตัวตนเป็น “เงินจริง” จากผู้ลงทุน เอาเงินจริงเข้ากระเป๋ารวยกันไป จากนั้นก็สร้างราคาให้มีการซื้อขายในตลาด ราคาขึ้นลงเหมือนการเล่นหุ้น เช่น บิทคอยน์ นำออกขายครั้งแรกปี 2009 ราคา 0.0007 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ แต่วันนี้ราคาขึ้นไปสูงสุดถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อ 1 บิทคอยน์ เพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่า

การทำ ICO จะแตกต่างจาก IPO หรือ Initial Public Offering ในตลาดทุน ซึ่งเป็นการขายหุ้นในบริษัทที่มีตัวตน มีรายได้และมีกำไรแล้ว แต่ ICO เป็นการ เอาเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นมาไปเสนอขายเอาเงินเข้ากระเป๋า แล้วไปสร้างตลาดเพื่อเก็งกำไร หรืออาจจะนำไปใช้จริงก็ได้ ถ้ามีคนยอมรับอย่างเช่นบิทคอยน์

เมื่อการ “หาเงินจริง” จากการ “สร้างเงินดิจิทัลขาย” ทำได้ง่ายดังพลิกฝ่ามือ ทำให้มีผู้สร้างเงินดิจิทัลออกขายหรือ ICO กันมากมาย ที่หลอกลวงก็มี ที่เจ๊งไปก็มาก จากข้อมูลเงินดิจิทัลล่าสุด มีเงินสกุลดิจิทัลที่ยังซื้อขายอยู่ในตลาดเพียง 33 สกุลเท่านั้น

แม้แต่ เบอร์เกอร์ คิง ฟาสต์ฟู้ดเบอร์เกอร์ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ วันนี้ก็ออกเงินดิจิทัลของตัวเองที่รัสเซีย เรียกว่า Whoppercoin โดยใช้ชื่อ

Whopper Sandwich มาตั้งเป็นชื่อเงินดิจิทัลจะออกแอพให้ลูกค้าดาวน์โหลดไปใช้ในเดือนกันยายนนี้

สาเหตุที่ แบงก์ชาติจีน กวาดล้างเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ และบังคับให้คืนเงินที่ระดมได้คืนเจ้าของเงิน เพราะช่วงที่ผ่านมา มีการสร้างเงินดิจิทัลออกมาระดมทุนขายกันเยอะมาก ตั้งแต่ต้นปี 2017 จนถึงปัจจุบัน มีการออกเงินดิจิทัลสกุลใหม่ขายไปแล้วเป็นเงินกว่า 2,160 ล้านดอลลาร์ ราว 71,000 กว่าล้านบาท ก่อนหน้านี้ก็มีการออกเงินดิจิทัลขายไปแล้วกว่า 2,320 ล้านดอลลาร์ ราว 76,500 กว่าล้านบาท

รวมแล้วมีการทำ ICO ขายเงินดิจิทัลในจีนไปแล้วเกือบ 150,000 ล้านบาท ทำให้ทางการจีนต้องกวาดล้างครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินของจีน

อันที่จริง เงินดิจิทัล ก็มีประโยชน์ในตัวของมันเอง แบงก์ชาติจีน เองก็กำลังจะออก “เงินดิจิทัลสกุลหยวน” มาใช้แทน “ธนบัตร” เพื่อประโยชน์ค่าใช้จ่ายการพิมพ์ธนบัตร ลองคิดดูประชากรจีนมีมากกว่า 1,300 ล้านคน ปีหนึ่งๆแบงก์ชาติจีนต้องพิมพ์ธนบัตรไม่รู้กี่พันล้านฉบับ เพื่อใช้หมุนเวียนในตลาด ถ้าใช้เงินดิจิทัลเข้ามาทดแทน ก็จะช่วยลดการพิมพ์ธนบัตรลงไปเยอะมาก เวลานี้จีนกำลังทดลอง “เงินดิจิทัลสกุลหยวน” อยู่

แบงก์ชาติจีน ให้เหตุผลในการออก “เงินดิจิทัลสกุลหยวน” ว่า 1.เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนอีกหลายล้านคนในประเทศที่ยังเข้าไม่ถึงธนาคาร 2.การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน จะช่วยลดการโกงและการทุจริตคอร์รัปชันได้ 3.ช่วยให้การแลกเปลี่ยนเงินตราง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มการค้าระหว่างประเทศ ทำให้การค้าเร็วขึ้น เศรษฐกิจเติบโตเร็วขึ้น

ฟังดูก็มีประโยชน์ดีครับ แบงก์ชาติไทย น่าจะออก “เงินดิจิทัลสกุลบาท” มาลองใช้บ้างก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องไปใช้ บิทคอยน์ หรือ เงินดิจิทัลสกุลอื่น ที่มีความเสี่ยง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”