วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แชมป์ทีวีในตลาดหุ้น เวิร์คพ้อยท์ “แซง” ช่อง 3

โดย ซูม

หนังสือพิมพ์ “ข่าวหุ้น” รายวัน พาดหัวหน้า 1 ในฉบับวันพุธที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมาว่า “WORK ล้มยักษ์ใหญ่ BEC มาร์เก็ต แค็ป ขึ้นเบอร์ 1”

WORK ก็คือตัวอักษรสัญลักษณ์ของบริษัท เวิร์คพ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ในตลาดหุ้น ซึ่งเป็นเจ้าของดิจิทัลทีวี ช่อง 23 หรือช่อง เวิร์คพ้อยท์ นั่นเอง

ส่วน BEC เป็นอักษรย่อสัญลักษณ์ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นเจ้าของทีวีช่อง 3 กับดิจิทัลทีวี 33 ที่แฟนๆทั่วประเทศคุ้นเคย และเป็นแชมป์ทีวีร่ำรวยสุดเมื่อหลายปีก่อน

ดังนั้น เมื่อแปลความตามหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นอย่างตรงไปตรงมา ขณะนี้ช่อง เวิร์คพ้อยท์ ขึ้นมาเป็นช่องที่รวยที่สุดเรียบร้อยแล้ว วัดจาก “มาร์เก็ต แค็ป” ในตลาดหลักทรัพย์

คำว่า มาร์เก็ต แค็ป ก็คือ “มูลค่าตลาด” ของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งคิดมาจากราคาหุ้นคูณกับจำนวนหุ้นที่จดทะเบียน ซึ่ง ณ วันที่หนังสือพิมพ์ ลงข่าว มูลค่าตลาดของ บริษัท เวิร์คพ้อยท์ อยู่ที่ 35,049 ล้านบาทสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในบรรดาหุ้นดิจิทัลทีวีทั้งหลาย

ปรับเพิ่มขึ้นถึง 28,236 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2556 ที่บริษัทชนะประมูลทีวีดิจิทัลได้ช่อง 23 มาบริหารจัดการ

ในขณะที่อันดับ 2 บีอีซี เวิลด์ หรือเจ้าของช่อง 3 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 33,600 ล้านบาท ลดลงไปถึง 67,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2556 ที่ชนะประมูลทีวีดิจิทัลมาได้ 3 ช่อง

ส่งผลให้แชมป์เก่าต้องสูญเสียตำแหน่งในทันทีทันควัน

ส่วนอันดับ 3 เป็นของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) มีมาร์เก็ต แค็ป รวมทั้งสิ้น 15,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,185 ล้านบาท (เทียบกับปลายปี 2556 เช่นกัน)

อันดับ 4 บริษัท โมโน เทคโนโลจีฯ หรือช่อง MONO มีมาร์เก็ต แค็ป 11,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 290 ล้านบาท อันดับ 5 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ มีมาร์เก็ต แค็ป 9,429 ล้านบาท ลดลง 2,597 ล้านบาท และ ฯลฯ

เป็นที่ทราบแล้วว่า มูลค่าตลาดหรือมาร์เก็ต แค็ป ของหุ้นต่างๆนั้น นอกจากจะสะท้อนความสำเร็จของการดำเนินงานของแต่ละบริษัทโดยตรง แล้วก็อาจจะมีการบวกราคาแห่งความคาดหวังในอนาคตลงไปบ้าง ทำให้ราคาหุ้นบางหุ้นที่คนเชื่อถือมีราคาสูงกว่าราคาแห่งความเป็นจริง ขึ้นอยู่กับความเชื่อถือว่าจะมีมากแค่ไหน

การที่ราคาหุ้นของเวิร์คพ้อยท์กระฉูดขึ้นเช่นนี้ นอกจากผลประกอบการแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความคาดหวังและความเชื่อมั่นอื่นๆด้วย

โดยเฉพาะจากความสำเร็จของรายการโชว์และเกมส์โชว์ต่างๆ และล่าสุดก็คือ “หน้ากากนักร้อง” หรือ The Mask Singer ซึ่งทำเรตติ้งถล่มทลายเฉลี่ยแล้วเกิน 10 สำหรับซีซั่น 1 แม้ซีซั่น 2 จะตกลงมามาก จนผมก็เคยเอามาเขียนด้วยความตกใจ แต่เฉลี่ยแล้วก็ยังอยู่ที่ 6-7 ซึ่งเป็นเรตติ้งที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว เทียบได้กับละครดังๆหลายเรื่อง

จึงไม่ต้องสงสัยที่ “เสี่ยตา” ปัญญา นิรันดร์กุล จะเดินหน้า “หน้ากากนักร้อง” ซีซั่น 3 แบบต่อเนื่อง เพราะขนาดขึ้นค่าโฆษณาเป็น 420,000 บาทต่อนาทีแล้ว (เพิ่มจากซีซั่นแรกกว่า 1 เท่า) ก็ยังมีสินค้าจองเต็มพื้นที่

ผมในฐานะคนดูทีวีและเป็นมิตรกับทุกๆช่อง จึงขอแสดงความยินดีกับแชมป์รายใหม่อย่างเวิร์คพอยท์ด้วยความจริงใจ แต่ก็อยากให้กำลังใจช่อง 3 ให้สู้ๆต่อไปนะครับ

รวมทั้งดิจิทัลทีวีช่องอื่นๆด้วย ส่วนใหญ่ก็เลือดตากระเด็นทั้งนั้น ประสบความสำเร็จอยู่ช่องเดียวคือเวิร์คพอยท์นี่แหละ

อีกช่องที่ประสบความสำเร็จก็คือ ช่อง 7 สี เพราะละครยังเรตติ้ง 6-7 อยู่เรื่อยๆ แถมไม่ต้องแบกค่าประมูลมากมาย เนื่องจากประมูลไว้ช่องเดียวน่าจะมีกำไรมากอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่เห็นตัวเลขเพราะไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จึงเดาไม่ถูกว่าร่ำรวยขนาดไหน

ส่วนช่องที่เหลือนอกเหนือจากนี้ขอให้สู้สู้ตายทุกๆช่องเช่นกันครับมีข่าวแว่วๆว่ารัฐบาลจะมีมาตรการต่อลมหายใจ หรือช่วยให้ตายช้าลง จะเป็นข่าวจริงหรือข่าวลือ โปรดติดตามก็แล้วกัน

ผมละกลัวว่าจะเป็นข่าวลือเสียละมากกว่าน่ะ?


“ซูม”