วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพื่อไทย จี้ คสช. หยุดคุกคามเสรีภาพ จวกฟังแต่พวกประจบสอพลอ

เพื่อไทย ออกแถลงการณ์ ซัด คสช.เสพติดอำนาจ บิดเบือนกฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ปิดปากคนเห็นต่าง จวกฟังแต่พวกประจบสอพลอ จี้หยุดคุกคามสิทธิเสรีภาพ เปิดโอกาสให้มีการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

วันที่ 7 ก.ย. 60 พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ เรื่องขอเรียกร้องให้ คสช.และรัฐบาลยุติการคุกคามสิทธิเสรีภาพและหยุดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอาผิดกับฝ่ายที่เห็นต่างว่า หลังการรัฐประหารมีการจับกุมดำเนินคดีคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมือง หรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และ คสช.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการคุกคามต่อบุคคล นักวิชาการ และสถาบันทางวิชาการที่จัดเสวนาทางวิชาการเพื่อแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ด้วย โดยอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายอื่นๆ และคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ห้ามมั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป เป็นเครื่องมือ

โดยล่าสุดมีการจับกุมดำเนินคดีกับอาจารย์และนักศึกษาจำนวน 5 คน เพียงแค่การชูป้ายเวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหารเท่านั้น จนเป็นเหตุให้มีนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนกว่าพันคน ลงชื่อคัดค้านการกระทำดังกล่าวของกลุ่มผู้มีอำนาจ

พรรคเพื่อไทย เห็นว่าแม้ คสช. และรัฐบาลจะมาจากการยึดอำนาจ แต่ก็ไม่ควรจะเสพติดกับการใช้อำนาจจนเกินไป เพราะขณะนี้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว ซึ่งได้รับรอง และคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล และเสรีภาพทางวิชาการไว้ คสช. และรัฐบาลควรต้องตระหนักให้บุคคลได้ใช้เสรีภาพดังกล่าวได้ ไม่ใช่ใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือไปปิดกั้นการใช้เสรีภาพของบุคคลดังเช่นที่เป็นอยู่ 

แถลงการณ์ ระบุว่า ข้อสำคัญการดำเนินคดีกับบุคคลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 นั้น ต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบของความผิดเป็นสำคัญด้วย โดยเฉพาะเรื่องเจตนา และเจตนาพิเศษ หรือมูลเหตุจูงใจของผู้กระทำ ซึ่งพรรคเห็นว่าการแสดงออกของนักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนที่ถูกจับกุมดำเนินคดีนั้น มิได้เข้าองค์ประกอบที่จะเป็นความผิดตามมาตรา 116 รวมถึงกรณีอื่นๆ อีกหลายคดี การใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง หรือความผิดในข้อหาต่างๆ เท่าที่จะกำหนดได้ เข้าดำเนินคดีกับบุคคลและผลักให้เป็นภาระของผู้ถูกกล่าวหาให้พิสูจน์ตนเองนั้น ถือเป็นการบิดเบือนการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อปิดปากผู้เห็นต่างโดยแท้ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นของ คสช. แต่ทุกคนถือเป็นเจ้าของประเทศ

การดำเนินการใดที่จะมีผลกระทบถึงประชาชน ก็ควรต้องรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความหลากหลาย แม้จะเป็นความเห็นที่แตกต่างหรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และ คสช.ก็ต้องรับฟัง จะฟังเฉพาะพวกที่มีความคิดประจบสอพลอ หรือที่ได้ตำแหน่งจาก คสช. และรัฐบาล ไม่ได้ อย่ามองประชาชน นักวิชาการ หรือบุคคลในฝ่ายการเมืองที่อยู่คนละฝ่ายกับตน เป็นฝ่ายตรงข้ามหรือศัตรูทางการเมืองที่ต้องกำจัด มิฉะนั้นแล้วความสามัคคีปรองดองที่ทุกฝ่ายมุ่งหวัง ไม่มีหนทางที่จะสำเร็จลงได้ 

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า นอกจากนั้น คสช.และรัฐบาลต้องไม่เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชั้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ องค์กรอิสระ รวมถึงองค์กรอัยการ ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมก่อนคดีจะไปถึงศาล ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนรับผิดชอบได้ทำหน้าที่ และใช้ดุลพินิจของตนไปตามพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และไม่เลือกปฏิบัติ

พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้ คสช.และรัฐบาล ยุติการคุกคามสิทธิ เสรีภาพ และหยุดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อเอาผิดกับฝ่ายที่เห็นต่างจากตน และต้องเปิดใจกว้าง ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคล และเปิดโอกาสให้มีการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการแสดงความคิดเห็นได้ ตราบใดที่การดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดสิทธิ เสรีภาพของบุคคลอื่น หรือละเมิดกฎหมาย ไม่ใช่แต่จะใช้กฎหมายเพื่อปิดปากบุคคลไว้ก่อนดังเช่นที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศมีประสิทธิภาพ และผู้มีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในทุกขั้นตอน ไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใด