วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมียนมาแย่แล้ว (2)

โดยปกติการบินจากกรุงเทพฯมากรุงคีฟ เมืองหลวงของอูเครน ใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมง แต่ผมมาอูเครนกับร้อยตำรวจเอก ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ครั้งนี้ ใช้เวลานานถึง 25 ชั่วโมง เราใช้สายการบิน Air Astana บินจากกรุงเทพฯมาลงที่กรุงอัลมาตี คาซัคสถาน ใช้เวลา 8 ชั่วโมง ขณะที่เครื่องบินจะแตะพื้น มีลมพายุพัดแรงมาก เครื่องบินโยกเยก นักบินเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ก็จึงยกหัวเครื่องขึ้นและบินไปจอดที่กรุงบิชเค็ก เมืองหลวงของคีร์กีซ

พอกลับมากรุงอัลมาตีอีกรอบ เอ้า เราต่อเครื่องไปอูเครนกันไม่ทันซะแล้ว ต้องนั่งรอที่สนามบินจนถึงตีห้า แล้วจึงค่อยจับสายการบิน UIA บินมากรุงคีฟ โดยปกติกรุงอัลมาตี-กรุงคีฟใช้เวลาบินแค่ 4 ชั่วโมง แต่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับอูเครน ทำให้เครื่องบินอูเครนต้องบินอ้อมน่านฟ้ารัสเซีย ใช้เวลานานถึง 6.30 ชั่วโมง

มีคนตกเครื่องที่สนามบินกรุงอัลมาตีเยอะ ขณะรอ เราก็สนทนากับคนโน้นคนนี้ หัวข้อเด่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกองกำลังกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน หรืออาร์ซา

เมียนมาเป็นประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นับว่าเป็นพุทธประเทศไม่กี่แห่งที่ทะเลาะกับชนกลุ่มน้อยมุสลิม เมียนมาจึงกลายเป็นตำบลกระสุนตกจากมุสลิมและคนที่ไม่ใช่มุสลิมทั่วโลก

ก่อนนั้น ความขัดแย้งมาจากการที่ประเทศมุสลิมทะเลาะกันเอง อย่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย อิรักกับอิหร่าน อิรักกับคูเวต ฯลฯ และก็ทะเลาะกันระหว่างประเทศมุสลิมกับอิสราเอล ในอินเดียเคยเกิดเหตุการณ์มุสลิมทะเลาะกับฮินดู ศรีลังกาเคยเป็นพื้นที่ของความขัดแย้งระหว่างพุทธกับฮินดู อินโดนีเซียที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามขัดแย้งกับชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สุดท้ายจังหวัดติมอร์ต้องแยกประเทศออกไปตั้งประเทศใหม่ ชื่อว่าติมอร์ตะวันออก

ครั้งนี้ เป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลของประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธกับชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาที่เป็นมุสลิม นอกจากนั้นยังมีตัวละครที่เคยเป็นนางเอกโลกอย่างนางซูจี ซึ่งเคยเป็นความหวังของโลกในเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนมาอยู่ในซีกที่ดูเหมือนเป็นฝ่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง จึงเป็นที่สนใจของโลกอย่างมาก

พอรู้ว่า อาจารย์นิติภูมิธณัฐกับผมมาจากเมืองไทยซึ่งมีพรมแดนประชิดติดกับเมียนมา ผู้คนที่สนทนาด้วยก็ถามโน่นนี่นั่น เราตอบว่าไม่รู้อย่างเดียว เพราะอยู่ไกลจากสถานการณ์จริง ส่วนคลิปทั้งภาพและเสียงที่แพร่ขยายกระจายไปในโซเชียลมีเดียนั้น ก็ของปลอมซะเป็นส่วนใหญ่ เราจึงเป็นฝ่ายฟังที่ดีซะดีกว่า เพราะอยากรู้ว่าโลกนานาสากลคิดยังไงกับเมียนมา

เมียนมาเละเป็นโจ๊กไปแล้วครับ เละยิ่งกว่าสมัยที่ปกครองด้วยเผด็จการทหารซะอีก เพราะตอนนั้นเป็นเรื่องภายในของเมียนมาเอง ไม่ได้เกี่ยวกับใคร แต่ตอนนี้เกี่ยวกับโรฮิงญาซึ่งมุสลิมทั่วโลกถือว่าเป็นคนร่วมศาสนา

ทุกครั้งที่พระสงฆ์และองค์กรพุทธหัวรุนแรงในเมียนมาออกมาเคลื่อนไหว ผมมักจะได้ยินอาจารย์นิติภูมิธณัฐวิจารณ์ว่า ท่านเหล่านี้ หาเรื่องเข้าตัวแท้ๆ ความที่ปิดประเทศมานาน ทำให้ท่านกลายเป็นผู้มองโลกแบบม้าลำปาง คิดแต่แค่เพียงว่า ฉันเป็นศูนย์กลาง ฉันเป็นเจ้าของประเทศ ฉันจะทำอะไรยังไงก็ได้ ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมากครับ การที่ออกมาเย้วๆๆ ต่อต้านกันเยอะแยะน่ะ คือการชักศึกเข้าบ้านของแท้ เป็นการสร้างบาปกรรมให้กับประเทศอย่างไม่รู้ตัว

พฤศจิกายน พ.ศ.2559 อาจารย์นิติภูมิธณัฐไปบรรยายเรื่องการเมืองโลกและกองกำลังรัฐอิสลามที่กรุงแบกแดด สาธารณรัฐอิรัก กลับมาก็ทั้งเขียนทั้งพูดว่า ต่อไปทั้งฟิลิปปินส์และเมียนมาจะเละยิ่งกว่าซีเรียและอิรัก

มิถุนายน พ.ศ.2560 อาจารย์ไปอิรักอีกรอบ กลับมาก็พูดและเขียนย้ำความเดิม

ว่าการมองโลกได้แคบมากของคนบางกลุ่ม จะทำให้เมียนมาเผชิญหายนภัยใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อร่างสร้างประเทศมา ผู้อ่านท่านคอยดูเถิด.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com