วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนี้เสียพุ่งตั้งแต่เด็กยันแก่ ผลวิจัยชี้คนไทยเป็นหนี้ซ้ำซากหลายก้อน

เอกซเรย์หนี้คนไทยยังมีหนี้สูง ห่วงคนอายุน้อยและวัยเกษียณ กู้สินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พบคนกู้ส่วนหนึ่งใช้สินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย-หมุนเงินใช้จ่ายประทังชีวิต ส่งผลให้จำนวนคนเป็นหนี้เสียพุ่ง ตะลึง! พฤติกรรมคนซื้อมอเตอร์ไซค์ทิ้งรถเมื่อผ่อนไม่ไหว ส่งผลให้หนี้เสียสูงถึง 37%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (สศป.) ได้ออกรายงานผลงานวิจัยเรื่อง “X-Ray พฤติกรรมการกู้ของคนไทยผ่าน Big Data ของเครดิตบูโร” ซึ่งทำการวิจัยโดยนางโสมรัศมิ์ จันทรัตน์ และ น.ส.อัจจนา ล่ำซำ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สศป. โดยเป็นการวิจัยจากข้อมูลหนี้ครัวเรือนไทยจากข้อมูลของเครดิตบูโร ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงเดือน ก.ค.2559 โดยพบว่า พฤติกรรมการกู้เงินของคนไทยมีหนี้ในทุกช่วงอายุ โดยพบว่า คนไทยจำนวน 60% ของผู้กู้ที่เป็นผู้กู้อายุน้อยคือ ต่ำกว่า 25 ปี และผู้กู้ในกลุ่มสูงอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป จะมีสินเชื่อเพียง 1 สัญญา

ขณะที่ผู้กู้ 60% ของวัยทำงานของผู้กู้วัยทำงานจะมีสินเชื่อหลายสัญญาและหลายสถาบันการเงิน โดย 20% ของจำนวนนี้มีสินเชื่อมากกว่า 5 สัญญา ในหลายสถาบันการเงิน และมีจำนวน 10% ที่ใช้สินเชื่อมากกว่า 5 สัญญา จากมากกว่า 5 สถาบันการเงิน โดยคนที่มีหนี้หลายสัญญา เป็นคนกู้ในกลุ่มอายุ 35-45 ปี และเป็นกลุ่มที่ต้องจับตามากที่สุด ขณะที่พื้นที่ที่คนเข้าถึงสินเชื่อมากที่สุดคือ กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีมากกว่า 60% ขณะที่ภาคอื่นมีสัดส่วนคนที่มีสินเชื่อทั้งสิ้น 40% โดยชุมชนเมืองมีคนที่มีหนี้หลายสัญญามากกว่าในชนบท

ทั้งนี้ ผู้กู้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี จะมีสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อรถยนต์ จักรยานยนต์ บัตรเครดิต เป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับหนี้ที่มีทั้งหมด เพราะสินเชื่อเหล่านี้เป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย ขณะที่คนที่มีอายุมากขึ้น สินเชื่อบ้านจะเริ่มเพิ่มมากขึ้น โดยสัดส่วนสินเชื่อบ้านจะสูงสุดอยู่ที่ 10% ของหนี้ อยู่ในอายุ 35-45 ปี ขณะที่ผู้กู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี จะกลับมากู้สินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังมีหนี้จากทำธุรกิจที่ต้องชำระต่อเนื่องด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะไปถึงคนที่มีสินเชื่อเพียงประเภทเดียว ซึ่งมี 58% ของคนเป็นหนี้รวม สินเชื่อที่สูงที่สุด 18% คือ สินเชื่อรถยนต์ และจักรยานยนต์ และที่น่าเป็นห่วงคือ มีจำนวนคนที่เป็นหนี้เสียสูงถึง 24% ของคนกู้ทั้งหมด โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการรถคันแรกที่กระตุ้นให้ผู้กู้ที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ตลาดรถยนต์ ซึ่งส่วนนี้ผู้วิจัยอยากจะเตือนไปถึงคนทำนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปถึงการทำนโยบายที่กระตุ้นการก่อหนี้โดยหากแยกเฉพาะสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์พบว่า ผู้กู้ถึง 37% ของผู้กู้ทั้งหมดที่เป็นหนี้เสีย

โดยสันนิษฐานว่า เนื่องจากคนซื้อมอเตอร์ไซค์มีบุคคลในภาคเกษตรที่รายได้ที่ไม่แน่นอน เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเกษตร ประกอบกับสินเชื่อมอเตอร์ไซค์เงินดาวน์ต่ำ ทำให้เมื่อไม่มีเงินผ่อนต่อจะตัดสินใจทิ้งรถได้โดยง่าย

ทั้งนี้ ผู้วิจัยยังสรุปด้วยว่า สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล เป็นสินเชื่อที่มีจำนวนผู้ใช้มากที่สุดถึง 70% และมีจำนวนคนที่เป็นหนี้เสียสูงถึง 15% ซึ่งแตกต่างจากสินเชื้อบ้านที่มีคนเป็นหนี้เสียเพียง 7-14% ขณะที่ผู้มีบัตรเครดิต 1 ใบ กับสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวมีโอกาสที่จะเป็นหนี้เสียมากที่สุด ขณะที่พิจารณาตามอายุคนในวัยทำงาน 25-45 ปีเป็นหนี้เสียบัตรเครดิตมากที่สุด

ส่วนสินเชื่อบุคคลพบว่า ผู้กู้มากกว่าครึ่งหนึ่งมีสินเชื่อบุคคลเพียง 1 สัญญา แต่คนที่เป็นหนี้เสียสินเชื่อบุคคลส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีสินเชื่อหลายสัญญาและหลายสถาบันการเงิน การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นการซื้อสินค้ากลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น โทรศัพท์มือถือราคาแพง แว่นตา นาฬิกา เป็นต้น.