วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก้าวไม่พ้นทักษิณ นายกฯตู่ เดือดผลโพลดัง

อัดสื่อบอกโลกรู้ยังหนีคดี พท.โว-หาบุคคลเทียบยาก! มาร์คจี้ปชป.กู้วิกฤติศรัทธา

“บิ๊กตู่” ฉุนก้าวไม่พ้น “ทักษิณ” หลังโพลสถาบันพระปกเกล้าชูเป็นนายกฯมีคะแนน นิยมสูงสุดห้วง 15 ปี อัดสื่อช่วยบอกโลกด้วยว่ายังเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ ถึงยังไงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม “มาร์ค” สะดุ้งคะแนนวูบ สั่ง ปชป.เร่งฟื้นศรัทธาประชาชน มุ่งเน้นสร้างความหวังด้านเศรษฐกิจ แก้ทุจริตคอร์รัปชัน แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาลทุกขั้ว ไม่ว่าจะเป็น คสช.หรือพรรคเพื่อไทย ถ้านโยบายตรงกัน พท.ได้ทีโวผลงาน “ทักษิณ” หาตัวจับยาก จี้ถาม “บิ๊กป้อม” โรดแม็ปเลือกตั้งเคลื่อน มีวาระซ่อนเร้นหรือเปล่า ขยี้แผนยุทธศาสตร์ชาติสืบทอดอำนาจชัดเจน รัฐบาลหน้าเป็นง่อยทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่ใช่พวก คสช. “ประวิตร” สำทับเลือกตั้งช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับ ก.ม.ลูก ย้ำคนพา “ปู” หนีต้องรับผิด รับยังมืดไม่รู้ข้อมูล ส่วน ผบ.ตร.ยันมีความคืบหน้าตลอด

จากกรณีที่สถาบันพระปกเกล้าร่วมกับหน่วยงานของรัฐ คือ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการเมืองในห้วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่านายกรัฐมนตรีที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น

“บิ๊กตู่” ฉุนคนไทยก้าวไม่พ้น “ทักษิณ”

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถาบันพระปกเกล้า เผยผลสำรวจในห้วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา พบว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ว่า สื่อหลายคนยังก้าวไม่พ้นเสนอกันทุกวัน ก้าวไม่พ้นสักที ตนลืมไปแล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายว่ากัน การก้าวพ้นต้องสร้างการรับรู้ ถ้ามัวคิดถึงแต่ตรงนั้นประเทศไม่ต้องเดินไปไหนแล้ว เข้าใจหรือไม่ว่าความผิดยังมีอยู่สื่อต้องช่วยกันบอก ตนได้อธิบายต่างประเทศให้เขารับทราบแบบนี้ มีความผิดอย่างไร ผิดหรือถูกให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ถ้าหนีไปก่อนก็พิจารณาไม่ได้ คดีก็ต้องคิดค้างอยู่แบบนี้ เรื่องมีแค่นี้เอง รัฐบาลไม่ได้ต้องการไปไล่ล่าใครทั้งสิ้น เพราะความผิดเกิดขึ้นก่อนที่ตนเข้ามา

ยังมีความผิดอยู่ต้องใช้ ก.ม.จัดการ

เมื่อถามว่า แล้ววันนี้รัฐบาลก้าวข้ามชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สื่อนั้นแหละไม่ก้าวข้าม วันก่อนนักข่าวไปถาม รมว.มหาดไทย ถูกเล่นงานมาครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ยังมาถามตนอีก สำหรับตนก้าวข้ามทุกคนที่เป็นความขัดแย้ง ก้าวข้ามตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาแล้ว แต่ไม่ได้ก้าวข้ามหัวเขานะ ไม่ได้ไปดูถูก การก้าวข้ามของตนคือการไม่นึกถึงเขา ไม่ให้ความสำคัญ เพราะไม่ได้ทำอย่างที่เขาพูด ขอให้สื่อคิดแบบตนบ้างจะได้ตั้งคำถามที่เป็นประโยชน์บ้าง สื่อไม่เคยถามเลยว่าไปประชุม BRICES ที่ประเทศจีนมาเหนื่อยหรือไม่ เขายอมรับประเทศไทยแค่ไหนสนใจแต่เรื่องการก้าวข้ามหรือไม่ก้าวข้ามอยู่นั่นแหละ ให้ กลไกของกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไป ไม่ใช่ การปล่อยปละละเลย เพราะที่ผ่านมาไม่ทำกัน ไปปลุกประชาชนออกมาสู้กันอยู่นั่นแหละ แล้วสื่อจะไปปลุกกันขึ้นมาอีกหรือ ไปให้กำลังใจให้แต่ละฝ่ายออกมาทะเลาะกันไปมาสุดท้ายก็รุมด่านายกฯ คนเดียว นี่คือวิธีการที่สื่อทำกันวันนี้ อย่าคิดว่าตนไม่ติดตามการทำงานสื่อ ติดตามตลอด แต่ติดตามเรื่องดีๆ ส่วนเรื่องห่วยๆ ขี้เกียจอ่าน ไร้สาระ

หงุดหงิดสื่อไม่เคยห่วงใยใส่ใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวต่อเนื่องว่า “ผมอยากรู้ว่าทำไมสื่อไม่เคยถามว่าเหนื่อยหรือไม่ ไปแล้วจะกลับมาหรือเปล่า ฉันไปเที่ยวไหนมาหรือเปล่า แล้วไม่ต้องมาถามตอนนี้ เพราะมันเลยเวลามาแล้ว กลับมาถึงก็โดนสื่อบี้กลับไปเรื่องเดิมแล้วก็มาถามว่าผมก้าวข้ามไหม พวกคุณนั้นแหละที่ไม่ก้าวข้ามเอง”

“มาร์ค” สั่ง ปชป.ปรับทัพกู้คะแนนวูบ

ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นประชาชนของสถาบันพระปกเกล้าที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนนิยมค่อนข้างต่ำมาก ว่า ขณะนี้องค์กรทางการเมืองทั้งหมดอยู่ในบรรยากาศที่คนไม่เชื่อมั่น พรรคการเมืองต้องหาทางฟื้นความศรัทธาจากประชาชนให้ได้ โดยจะชัดเจนมากขึ้นหลังพรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำกับสมาชิกว่าต้องมีวินัยในการให้สัมภาษณ์และการให้ความคิดเห็นมากกว่านี้ ส่วนแนวทางการฟื้นศรัทธาประชาชนของพรรคนั้น ได้จัดลำดับความสำคัญปัญหาที่ประชาชนหวังพึ่งพรรคการเมือง โดยมุ่งที่เรื่องเศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พรรคการเมืองต้องพิสูจน์ความโปร่งใสและความสุจริตให้ได้ ในขณะที่กลไกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ยังไม่มีหลักประกันว่าจะทำงานได้มากแค่ไหน จึงต้องมีการเกาะติดมากขึ้น

แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาลได้ทุกขั้ว

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า คำถามนี้มีสื่อต่างประเทศเคยถามถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคจะเป็นตัวแทนชุดความคิด ชุดนโยบายในการแก้ปัญหาประเทศ และประชาชนจะเป็นตัวตัดสินว่าจะสนับสนุนพรรคมากน้อยแค่ไหน ถ้าสนับสนุนมากก็มีโอกาสไปทำงานผลักดันนโยบายเหล่านี้ด้วยตัวพรรคเอง แต่ถ้าเสียงสนับสนุนไม่พอแล้วต้องจัดตั้งรัฐบาลก็จะยึดเนื้อหาสาระที่เสนอกับประชาชนเป็นหลัก จึงต้องดูว่าพรรคเพื่อไทย หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะสนับสนุนแนวทางของพรรคหรือไม่ ถ้าแนวทางไปด้วยกันได้ก็ร่วมงานกันได้ แต่ถ้าแนวทางไปไม่ได้ก็ร่วมงานไม่ได้ ตนไม่สามารถตอบได้ว่าพรรคเพื่อไทย หรือ พล.อ.ประยุทธ์ หรือพรรคภูมิใจไทยจะมีท่าทีต่อแนวความคิดของพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร จนกว่าสิ่งเหล่านี้จะชัดเจน

พท.โวหาคนเทียบผลงาน “ทักษิณ” ยาก

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันพระปกเกล้าที่ระบุว่าระหว่างปี 2545-2560 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นนายกที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดว่า ผลสำรวจดังกล่าวตรงกับความคิดของประชาชนทั้งประเทศ เพราะตอนที่นายทักษิณเป็นนายกฯนโยบายต่างๆที่ออกมาต่างตรงกับความ ต้องการของประชาชน ทั้งการพักหนี้เกษตรกรรายย่อย 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ที่สำคัญทุกนโยบายสามารถทำได้จริง ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนประชาชนใช้จ่ายเงินได้คล่อง ต่างจากปัจจุบันที่เศรษฐกิจย่ำแย่ เมื่อประชาชนเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง จึงไม่แปลกที่ประชาชนจะเชื่อมั่นนายทักษิณมากที่สุด และเป็นเรื่องยากที่นายกฯคนไหนจะทำได้แบบเดียวกับนายทักษิณ

เย้ย ปชป.ปรับปรุงให้ชนะเลือกตั้งบ้าง

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลโพลที่ออกมาได้สะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่ยังให้ความเชื่อมั่นในตัวนายทักษิณ เพราะผลงานที่ผ่านมาได้สร้างเอาไว้ให้กับประเทศเป็นมรดกมาจนมาถึงปัจจุบัน และยังมีอีกหลายผลงานที่ได้รับการยอมรับในองค์กรระดับโลก ในรัฐบาลยุคนายทักษิณทุกคนต่างรับรู้ว่าเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดีจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่ประชาชนจะยังให้ความเชื่อมั่น ส่วนผลสำรวจที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ประชาชนเชื่อมั่นน้อยที่สุดนั้น เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเอากลับไปประเมินตัวเองว่าทำไมประชาชนถึงคิดอย่างนั้น ควรใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ นำความคิดเห็นปรับปรุง ปฏิรูปพรรคตัวเอง เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อพรรคประชาธิปัตย์เอง อยากให้นำไปใช้ปรับปรุงตัวเองเผื่อจะชนะในการเลือกตั้งบ้าง

ย้อนถาม “บิ๊กป้อม” มีวาระซ่อนเร้น

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่า ไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งภายใน ส.ค.61 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาคาดการณ์ว่า พล.อ.ประวิตรจะพูดอย่างไรก็พูดไป แต่มันมีเงื่อนเวลากำหนดอยู่ตามรัฐธรรมนูญ ว่ากฎหมายลูกจะต้องทำให้เสร็จภายใน 240 วัน นับ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ซึ่งกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คาดว่าจะต้องแล้วเสร็จช่วงประมาณวันที่ 6 ธ.ค. หากจะต้องเหลื่อมบ้าง เช่น การตั้งกรรมาธิการร่วมฯก็น่าจะพิจารณาแล้วเสร็จ ประมาณ เม.ย.61 และเมื่อกฎหมายลูกดังกล่าวประกาศใช้ ก็จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 150 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงเวลาที่ กกต.ระบุ หากเลือกตั้งไม่ทันตามห้วงเวลานี้ ก็ต้องถามกลับไปที่ พล.อ.ประวิตรว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ พวกท่านจะต้องรับผิดชอบ จะใช้มาตรา 44 หรืออำนาจพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ ถึงตอนนั้นทุกฝ่ายก็คงจะเริ่มมองออก และวิเคราะห์กันได้ว่าทำไมการเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น

ขยี้แผนยุทธศาสตร์ชาติสืบอำนาจ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กถึงยุทธศาสตร์ชาติว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติที่ยาวนาน 20 ปีเริ่มดังขึ้น มีปัญหาในหลายแง่มุม โดยรากฐานของปัญหาทั้งหมดมาจากแนวความคิดที่ คสช.และพวกต้องการเป็นผู้กำหนดทิศทางความเป็นไปในการบริหารประเทศเสียเอง สร้างระบบและกลไกที่มีอำนาจอย่างมากขึ้นมาเพื่อกำกับให้หน่วยงานของรัฐทั้งหลายต้องทำตามยุทธศาสตร์และแผนแม่บทนี้อย่างเคร่งครัด พูดอีกอย่างก็คือการสืบทอดอำนาจ คสช.อย่างเป็นระบบและทรงประสิทธิภาพนั่นเอง และหากรัฐบาลหลังการเลือกตั้งนำโดยคนนอก พูดตรงๆนำโดยคนของ คสช.การบริหารงานของรัฐบาลคงไม่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติ แต่จะมีปัญหาตรงที่ยุทธศาสตร์ชาติล้าหลังไม่สอดคล้องกับการพัฒนาของโลกและของประเทศไทยเอง แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คงไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากคอยดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ถูกลงโทษจากการไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ ครั้นจะแก้ไขก็ยากเย็นแสนเข็ญ รวมถึง 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการปฏิรูปชัดเจนสักเรื่อง

“ประวิตร” ย้ำเลือกตั้งขึ้นกับ ก.ม.ลูก

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามโรดแม็ปหรือไม่ว่า เป็นไปตามโรดแม็ปที่ตนระบุว่าไม่มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดปี 61 นั้น มันก็แล้วแต่กฎหมายลูก ไม่ได้บอกว่าการเลือกตั้งจะช้า ถ้ากฎ“หมายลูกเสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้น

“บิ๊กป้อม” ลั่นคนพา “ปู” หนีต้องรับผิด

ด้านความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ วันเดียวกัน ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ระบุถึงการเตรียมแจ้งความบุคคลที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีว่า ยังไม่มีข้อมูลอะไร และยังไม่ได้เจอ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เมื่อถามว่ากรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่หลบหนีเหมือนกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ก็ทำไงได้ เราก็ดูแลเต็มที่แล้ว ก็เหมือนคนทั่วไปที่ได้หลบหนีไป” เมื่อถามว่าผ่านมา 2 สัปดาห์ทราบที่กบดานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ทราบเลยและยังไม่รู้ว่าใครพาหนี ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานข้อมูลไปแล้ว 190 กว่าประเทศ ไม่ได้หนักใจ เดี๋ยวถึงเวลามันก็ออกมาเอง และคนที่พาหนีก็ต้องรับผิดชอบ

ผบ.ตร.ยันมีความคืบหน้าเรื่อยๆ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มีความคืบหน้า ส่วนการประสานกับต่างประเทศยังไม่ถึงจุดนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่จำเป็นไม่พูดถึง ส่วนกรณีที่จะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาร้องทุกข์กล่าวโทษในการเอาผิดบุคคลช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีก็ยังไม่ถึงจุดนั้น ส่วนจะเป็นใคร หลบหนีอย่างไร อยู่ระหว่างดำเนินการ เดี๋ยวคงมีความชัดเจน สำหรับกระแสข่าวที่ว่าคนที่พาอดีตนายกฯหลบหนีเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ขอพูดดี กว่า เส้นทางการหลบหนีก็ไม่น่าจะยากมีป้ายบอกตลอดทาง ยกเว้นคนตาบอด ไม่ได้ไปอยู่ในป่าอเมซอน สำหรับกรณี พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ออกมาให้สัมภาษณ์รู้ว่าใครเป็นคนพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี ยินดีรับข้อมูล เพราะท่านก็เป็นผู้ใหญ่ แต่เรื่องนี้อยู่ที่ดุลพินิจของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ส่วนจะมีบุคคลจากนอกประเทศเข้ามามีส่วนในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีหรือไม่ ตนยังไม่รู้ ถ้ารู้ก็บอกด้วยจะได้ย่นเวลาในการตามติดตัวให้เร็วขึ้น แต่ก็อยู่ในส่วนที่เจ้าหน้าที่มีการพูดคุยกันอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างต่อจิ๊กซอว์

คสช.ปัดยังไม่ได้รับหลักฐาน “ปู”

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง ออกมาระบุ ได้ส่งหลักฐานการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กองทัพเป็นผู้พิจารณาเพื่อเป็นผู้ร้องทุกข์ว่า ยังไม่ได้รับแจ้งกรณีดังกล่าวและ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังไม่ได้ประสานงานมาแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า ตามข้อกฎหมายแล้ว กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตั้งข้อกล่าวหาได้ทันที ไม่จำเป็นต้องให้กองทัพเป็นผู้ร้องทุกข์ และผู้เสียหายก็คือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะนี้ข้อมูลการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังมาไม่ถึงฝ่ายกฎหมายของ คสช.

“วิษณุ” แจงอัลไพน์ไม่นิรโทษคนผิด

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ว่า ขณะนี้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกันพิจารณาช่วยเหลือผู้ที่สุจริตก่อน เพราะเบื้องต้นนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ได้มอบที่ดินให้วัดก่อนมีการขายต่อและแบ่งแยกเป็นแปลงจัดสรรไปกว่า 600 แปลง มีการโอนย้ายไปยังบุคคลส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือได้มีการซื้อขาย บุคคลที่ซื้อไปบางรายกู้สินเชื่อธนาคารเป็นหนี้เป็นสิน เป็นการซื้อขายสุจริต เราต้องมาดูว่าจะช่วยคนเหล่านี้ได้อย่างไร ส่วนคนผิดก็ต้องรับผิดไม่มีการนิรโทษกรรมใดๆ หรือไม่มีข้อยกเว้นทั้งสิ้น แต่ขณะนี้คดียังไม่สิ้นสุดตนขอไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะกลัวจะเสียรูปคดี

“เต้น” ปูด ป.ป.ช.จ่อฟันคดีเงินเยียวยา

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะแถลงรายละเอียดเรื่องการจี้ให้รื้อคดีสลายการชุมนุมปี 53 ให้สังคมรับทราบ ยืนยันว่าจะสู้ทุกมุม เก็บทุกเม็ด ให้คดีนี้เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาเรื่องการเข้าถึงความยุติธรรมในสังคมไทย โดย ระหว่างที่กำลังรอคำตอบจาก ป.ป.ช. ว่าเหตุใดรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ใช้แค่แก๊สน้ำตา และสุดท้ายคำพิพากษาศาลระบุว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเกิดจากสาเหตุอื่น ป.ป.ช.จ้างทนายฟ้องเอง แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้เอ็ม 16 ติดกล้องยิงไกล ศาลชี้แล้วเกือบ 20 ราย ว่าตายเพราะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ถึงยกคำร้องนั้น ได้ข้อมูลจากผู้หวังดีว่า ปลายเดือนนี้ ป.ป.ช.จะชี้มูล ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีอนุมัติเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บล้มตายจากสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมืองซึ่งให้ทุกสีทุกฝ่าย ถ้าเป็นเรื่องจริงก็เท่ากับว่า เหตุการณ์ปี 53 แกนนำและมวลชนคนเสื้อแดงถูกดำเนินคดีมากมาย รัฐบาลที่ให้เงินเยียวยาก็มีความผิด รอดอยู่พวกเดียวคือที่ฆ่าคนตาย แล้วมนุษย์ที่ไหนจะยอมรับได้

อุทธรณ์ยืนยกฟ้องชายชุดดำ

ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีดำ อ.1940/58 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี 1 ในกลุ่มชายชุดดำ เป็นจำเลยในความผิดฐานมีวัตถุระเบิด อาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง กรณีเมื่อต้นเดือน เม.ย.-14 พ.ค. 53 จำเลยกับพวกร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ครอบครองไว้ไม่ได้ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองและที่สาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยปฏิเสธ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง

ดีเอสไอจ่อแจ้งข้อหา “โอ๊ค” ฟอกเงิน

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” เผยแพร่เอกสารร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) เพื่อร้องทุกข์คำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่สั่งย้าย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ โดยระบุว่าสาเหตุที่ถูกสั่งย้ายเป็นเพราะไม่ยอมแจ้งข้อหารับของโจรต่อนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ยังไม่เห็นเอกสาร ไม่ทราบของจริงหรือไม่ ส่วนคดีฟอกเงินการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจำนวนมาก ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใครทั้งสิ้น ส่วนคดีจะหมดอายุความในปี 2561 นั้น ดีเอสไอมีการทำเป็นคณะกรรมการ ประกอบด้วย พนักงานอัยการ ที่ปรึกษาคดีพิเศษ และพนักงานสอบสวน เราต้องฟังความเห็นของทุกฝ่ายในการที่จะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องคดี เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนที่คดีจะหมดอายุความ ยังไม่จำเป็นต้องเรียกตัวนายพานทองแท้มาสอบสวนเพิ่มเติม ยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการตั้งธงในการสั่งฟ้องคดีใครเป็นพิเศษ แหล่งข่าวระดับสูงดีเอสไอ เผยว่าในที่ประชุมได้มีมติสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหานายพานทองแท้ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ก่อนออกหมายเรียกให้นายพานทองแท้เข้ามาชี้แจง

ไล่หาวิธีอื่นก่อนชง ม.44 แก้ทีวีดิจิทัล

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือบอร์ดดีอี โดยกล่าวก่อนการประชุมว่า การปรับโครงสร้างด้านดิจิทัล ต้องทำงานให้สอดรับ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ สอดคล้องแผนพัฒนาประเทศ และข้อกำหนดวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดิจิทัลมากที่สุด เพราะช่วยให้คนเข้าถึงข้อมูลอย่างทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม

ต่อมาเวลา 11.30 น. นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข่าวคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสนอหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เปิดช่องให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคืนช่องได้ ว่า ยังไม่มีเสนอมาและไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ คงต้องหาวิธีการอื่นก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยคุยกันอีกที ไม่ใช่ใครขอก็ให้ ไปดูความเหมาะสม ผลกระทบที่จะเกิดด้วย

“บิ๊กตู่” ลั่น ผอ.พศ.ไม่ดีก็เปลี่ยนอีก

เมื่อเวลา 11.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติรับโอนนายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า ต้องเชื่อมั่นในตัว ผอ.พศ.คนใหม่ เพราะ ครม.เห็นชอบร่วมกัน ถ้าไม่เชื่อมั่นจะตั้งทำไม ตนเชื่อมั่นว่า ผอ.พศ.จะสามารถแก้ปัญหาในองค์กรสงฆ์และสำนักพุทธฯได้โดยไม่มีความขัดแย้ง ไม่เข้าข้างใคร และสำนักพุทธฯเองก็ต้องพัฒนาและปฏิรูปองค์กรด้วย อย่าเอามาตีกันไปทั่ว ต้องทำตามกฎหมาย ถ้า ผอ.พศ.คนใหม่ไม่ทำตามกฎหมายก็เปลี่ยนอีก จะไปยากตรงไหน ไม่ต้องการคนเก่ง ไม่ต้องการคนเลิศเลอ แต่ทุกคนต้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ภายใต้กระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษอะไร ส่วนคดีเงินอุดหนุนวัดหมดหน้าที่ พศ.แล้ว เป็นเรื่องของกระบวนพิจารณาแล้ว

“วิษณุ” ให้รักษาการตำแหน่งเดิมด้วย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายมานัสถึงภารกิจหลักที่ต้องจะเข้ามาสนองงานคณะสงฆ์ต่อจากอดีต ผอ.พศ.คนก่อน ส่วนการตรวจสอบคดีต่างๆให้ดำเนินการต่อไป เน้นย้ำให้ตรวจสอบจากภายในหน่วยงานก่อน ถ้ามีการขยายผลไปยังบุคคลอื่นค่อยนำไปสู่การตรวจสอบภายนอก หากสืบพบผู้กระทำผิดที่เป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐทั้งในวัดและนอกวัด ให้ดูตามระดับความผิดและดำเนินการไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังมีภารกิจสำคัญอื่นๆ อีกทั้งยังอยู่ในช่วงเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่าง พศ. กับ ศน. จึงอยากให้นายมานัสดำรงตำแหน่งรักษาการอธิบดีศน.ควบคู่กับตำแหน่ง ผอ.พศ.ไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี แล้วค่อยพิจารณาแต่งตั้งคนใหม่ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระแสข่าวการไม่ลงรอยกันระหว่างมหาเถรสมาคมกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีต ผอ.พศ. ทำให้ถูกย้าย นายวิษณุตอบว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ส่วนตัวไม่คิดว่าจะมีปัญหาไม่ลงรอยกัน หรือถ้ามีคงแก้ปัญหาได้

“ไพบูลย์” ปูดย้าย ผอ.พศ.เซ่นคดีบาป

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งนายมานัส ทารัตน์ใจ จากอธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มาดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ.คนใหม่ว่า เป็นกระบวนการของพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) ต้องการให้ยุติการขยายผลการตรวจสอบเรื่องเงินทอนวัด ผอ.พศ.คนเดิมที่ถูกย้าย ได้ตรวจสอบพบความไม่โปร่งใส เรื่องงบประมาณอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมปีละ 1,200 ล้านบาท มีเจ้าอาวาสหลายวัดทุจริตปั้นตัวเลขนักศึกษาลม มาเบิกงบหลวงแล้ว มีหลักฐานชัดเจนว่าวัดใหญ่ใน กทม.อย่างน้อย 3 วัด ที่เจ้าอาวาสเป็นกรรมการ มส.เอง ร่วมเบิกงบเกินไปด้วย จึงมีขบวนการของพระผู้ใหญ่ใน มส. ที่ต้องการกลบความผิดตัดตอน กดดันให้รัฐบาล คสช.เปลี่ยนตัว ผอ.พศ.คนใหม่ รัฐบาลต้องไม่หลับตาข้างเดียวเกรงกลัวอิทธิพลพระผู้ใหญ่ใน มส.จนจะทำให้กระบวนการเพื่อความถูกต้อง ความยุติธรรม ความสุจริต ตามหลักธรรมาภิบาลของชาติเสียหาย