วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพลบังคับให้ลากยาว

เกมล็อกคอตัวประกัน

ตามปรากฏการณ์ที่อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ร้องเรียนคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม แฉเหตุถูกเด้งเก้าอี้ เพราะบิ๊กดีเอสไอไล่บี้ให้แจ้งข้อหาฟอกเงิน “เสี่ยโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายหัวโปรดของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร

ในคดีการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทกฤษฎามหานครฯ

แล้วก็เป็น พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ยอมรับมีการเร่งรัดเป็นเรื่องธรรมดาของการทำคดี

แต่ที่ไม่ธรรมดาคือจังหวะเร่งคิว มันมาในห้วงเหมาะเหม็งกับสถานการณ์พอดี งานนี้มองเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากยุทธการ “ขู่” ทุบ “กล่องดวงใจ” ของ “นายใหญ่”

ตามจังหวะที่ฝ่ายคุมเกมความมั่นคงเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณ และ “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังตัดสินใจหนีฟังคำพิพากษาศาล ลี้ภัยการเมืองออกนอกประเทศไทย

จะมีอะไรตามมาจากประทัดลูกแรก “มงแต็สกีเยอ”

ภายใต้ฉากสถานการณ์ “3 ก๊ก” ฉบับประเทศไทยตอนใกล้จบโรดแม็ป ที่ยังจับทิศจับทางกันไม่ได้ แม้แต่ “เงื่อนไขพิเศษ” ปรองดอง ที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มืองานปรองดองของ คสช. แบไต๋เป็นนัยยุทธการเปิดทางให้ “น้องปู” หนีไปอยู่ในอ้อมอกพี่ชาย เป็นการปูทางไปสู่การหย่าศึก

ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการโยนหินถามทางตามแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้

หรือจงใจปล่อยทุ่นออกมาเรียกแขก ตีปี๊บดักคอเกมฮั้วกันแน่

แต่เบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ว่าจะเกี้ยเซียะหรือไม่ ประเมินตามการวิเคราะห์ของสื่อไทยและต่างประเทศมองตรงกัน การที่ “น้องปู” เดินตามรอยพี่ชาย ทำให้ตอนนี้อดีตนายกรัฐมนตรี 2 พี่น้องแห่งตระกูลชินวัตร ต้องพลัดถิ่นไปปักหลักอยู่ต่างแดน มันส่งผลด้านบวกต่อเกมประคองดุลอำนาจในมือของ คสช.

จะต่อเวลาหรือตามโรดแม็ป ปรับโปรโมชั่นอำนาจกันได้โดยไม่ต้องห่วงแรงเสียดทาน จากฝ่ายต้าน

และล่าสุดก็แบไต๋กันแล้ว กับจังหวะที่มาพร้อมกันเป็นแพ็กเกจ

ด้านหนึ่งข้อมูลดิบ “ทางนอก” โดย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เริ่มออกอาการแทงกั๊ก ชักไม่มั่นใจว่าจะได้เลือกตั้งในปีหน้า 2561

เพราะกฎหมายลูกยังไม่มีกำหนดว่าจะแล้วเสร็จทันหรือไม่

ล้อกับหมอดูนั่ง “ทางใน” โดย “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต จังหวัดเชียงใหม่ เปิดนิมิตทำนายการเมืองไทย ฟันธงอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์จะเดินตามรอยพี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศยาวตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสกลับเมืองไทยแล้ว

แนวโน้ม “นายกฯลุงตู่” จะบริหารประเทศไทยในยุคแดนศิวิไลซ์ไปอีกยาวโดยไม่มีกำหนดเวลา

ที่แน่ๆสังเกตว่าคิวของ “บิ๊กป้อม” กับมุกของ “โหรท็อปบูต” ออกมาในจังหวะไล่เลี่ยกับปรากฏการณ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปล่อย “ไทม์ไลน์” เลือกตั้ง ส.ส.และการลากตั้ง ส.ว.ในช่วงปลายปี 2561 มา “ทำลาย” เกมยื้อลากยาวอำนาจของ คสช.

นั่นก็ยิ่งชัดว่าอะไรเป็นอะไร ใครตั้งใจจะอยู่ยาว

เอาเป็นว่าในสถานการณ์ถ้าปล่อยเลือกตั้งไป ก็เหมือนเตะหมูเข้าปากหมา

ว่ากันตามลีลาแสบๆกวนๆแบบที่ “นายกฯลุงตู่” แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำถามนักข่าว กรณีโพลสถาบันพระปกเกล้าที่เปิดผลสำรวจ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ยังได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับหนึ่ง แสดงว่าประเทศไทยยังก้าวไม่พ้นคนชื่อ “ทักษิณ” ใช่หรือไม่

“ผมก้าวพ้นไปนานแล้ว สื่อพวกคุณหลายคนก็ยังก้าวไม่พ้นอยู่”

จับอารมณ์ “นายกฯลุงตู่” ฉุนนิดๆแต่ก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้

เพราะมาตรฐานโพลยี่ห้อพระปกเกล้าย่อมไม่ธรรมดา อีกทั้งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาของสถาบันพระปกเกล้าฯ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างความน่าจะเป็นของประชาชนไทยทั่วประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป รวม 33,420 คน เก็บข้อมูลระหว่าง วันที่ 24 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2560

สำทับตัวเลขโพลที่ออกมาไม่เพี้ยนแน่

แต่ที่น่าใจหายยิ่งกว่า “นายกฯลุงตู่” ในประเด็นความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อบุคคลหรือคณะบุคคล ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีอันดับความนิยมต่ำสุดใน 5 อันดับ เพียงร้อยละ 36.8

คสช.กับประชาธิปัตย์ ไม่ต่างจากเตี้ยอุ้มค่อม.

ทีมข่าวการเมือง