วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พี่ชาย ร้อง น้องสาวหายพร้อมปิกอัพ 5 วัน หวั่น ถูกอุ้ม เหมือน ผอ.อ้อย(คลิป)

พี่ชายร้อนใจ ร้องศูนย์ดำรงธรรม อุดรฯ น้องสาวหายตัวพร้อมปิกอัพ 5 วัน ยังหาไม่เจอ หวั่น ถูกอุ้มเหมือน ผอ.อ้อย เหตุ วันที่หายไป แชตคุยกับน้องสะใภ้ บอกพลาดไปแล้ว ไปเก็บค่ายาเสพติด แถมมีขู่ ถ้าแจ้งความเดือดร้อนแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 กันยายน ที่ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายกิติศักดิ์ ด้วงทา อายุ 39 ปี อยู่ที่ 38 หมู่ 3 ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พร้อมญาติ เข้าร้องเรียนต่อ นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ว่า น้องสาวชื่อ น.ส.กิ่ง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ได้หายออกจากบ้าน พร้อมกับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีดำ ทะเบียน ฒท 2475 กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เช้าวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา โดยบอกว่าจะเข้ามาทำธุระในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จนถึงขณะนี้ หายตัวไป ญาติๆ ไม่สามารถติดต่อได้ทุกทาง

นายกิติศักดิ์ เล่าว่า น.ส.กิ่ง เป็นน้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว แต่งงานมีครอบครัวได้ประมาณ 4 ปี แต่สามีเพิ่งเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ 1 เดือน ซึ่งที่ผ่านมา หลังจากน้องสาวเรียนจบปริญญาตรีที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ไม่ได้ทำงานอะไร และไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปไหน เพราะป่วยเป็นโรคเบาหวานรุนแรง ต้องฉีดยาเป็นประจำทุกวัน โดยมีตนและแม่ช่วยดูแล จนวันที่ 2 กันยายน ช่วงเช้าน้องสาวได้ขับรถกระบะออกจากบ้าน โดยบอกว่า จะไปทำธุระในตัวเมืองอุดรธานี เมื่อเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับบ้าน

“จนถึงตอนเย็น น้องสะใภ้ของตน เห็นว่า น.ส.กิ่ง ยังไม่กลับบ้าน จึงโทรศัพท์หา แต่ น.ส.กิ่ง ไม่รับสาย จึงใช้โปรแกรมแชตเมสเซนเจอร์ คุย บอกให้รีบกลับบ้าน เพราะแม่เป็นห่วง และบอกให้โทรศัพท์กลับหาแม่ แต่น้องสาวส่งข้อความคุยกับน้องสะใภ้ตน เป็นข้อความที่น่าสงสัยว่า น้องตนจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่น บอกไปว่า แม่จะเข้าแจ้งความว่า น้องสาวหาย ก็ตอบมาว่า ถ้าแจ้งความแล้ว ตัวน.ส.กิ่ง เดือดร้อนแน่ เพราะว่าน้องสาวตนออกจากบ้านไปเก็บค่ายาเสพติด แต่ยังเก็บไม่ได้ และเมื่อน้องสะใภ้ตนถามว่า ออกไปกับใครและเก็บให้ใคร น้องสาวก็ตอบ

นายกิติศักดิ์ เล่าต่อไปว่า น้องสาวตนยังแชตข้อความ รับสารภาพกับน้องสะใภ้ตนว่า เขาเคยทำเรื่องยาเสพติดตั้งแต่ช่วงเรียนหนังสือ และได้เลิกไปแล้ว แต่ได้หวนกลับมาทำอีก พร้อมบอกให้น้องสะใภ้บอกกับแม่ด้วยว่า ทำครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะว่าพลาดไปแล้ว โดยทางน้องสะใภ้บอกว่า ให้รีบกลับบ้านมาเคลียร์ให้หมด ถึงเก็บเงินไม่ได้ ก็ให้กลับมาบ้านก่อน หลังจากนั้นน้องสะใภ้ก็ส่งข้อความไปอีกหลายข้อความ รวมทั้งโทรศัพท์ติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่น้องสาวก็ไม่มีการเปิดข้อความอ่าน จนผ่านไปถึง 4 วัน ตนและแม่เป็นห่วงน้องสาวมาก กลัวว่าจะหายตัวไปเหมือนกับข่าว ผอ.อ้อย ที่ถูกอุ้มหาย วานนี้จึงเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ศักดา บุญก้อน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงพากันมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม เพื่อให้ช่วยติดตามน้องสาวให้ด้วยอีกทาง เพราะกลัวว่าน้องสาวอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว เพราะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวเราไม่เคยมีใครไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนมาทราบจากข้อความว่า น้องสาวตนเข้าไปอยู่ในวงจรนี้

นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังรับทราบปัญหาการหายตัวไปของ น.ส.กิ่ง ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ให้รับทราบเร่งติดตามแล้ว ซึ่งทางตำรวจจะเร่งตรวจสอบการหายตัวไป พร้อมภาพถ่ายเพื่อนของ น.ส.กิ่ง ที่บอกว่าไปด้วยกัน ก่อนจะหายตัวไป ทั้งนี้คงเป็นไปตามขั้นตอนการทำงานของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโทรศัพท์ การตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด โดยทางเราเป็นผู้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการติดตามตัว น.ส.กิ่ง ให้เร็วขึ้น