วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปาน ธนพร' คืนบัลลังก์เพลงดราม่า ตั้งเป้ามุ่งทางธรรม ทางโลกให้ดีพอ

ตั้งแต่กระแสกรวดน้ำกระหน่ำโซเชียล ปีนี้ชื่อของ ปาน–ธนพร กลับมาผงาดบนเวทีคอนเสิร์ตอีกเพียบ เพราะ “คนเก่ง” เสียงคุณภาพ มีที่ยืนเสมอ แค่เปลี่ยนฝั่งยืน เมื่อออกจากค่ายเก่า สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา บอสใหญ่ เอ–ไทม์ มีเดีย ก็ชวนให้มาคืนบัลลังก์เพลงดราม่า ใน Green Concert กับ Green Concert #20 The 3 Master ที่รวมเอาศิลปินระดับเทพมาไว้ที่เวทีเดียวกันทั้ง “ปุ๊ ปาน ป๊อด” พร้อมกับแขกรับเชิญในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็ไม่ธรรมดา คริสติน่า อากีล่าร์, แอม–เสาวลักษณ์ และ แสตมป์–อภิวัชร์ เสาร์ที่ 9 อาทิตย์ที่ 10 ก.ย.ที่ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ปาน เผยว่า “จริงๆแล้วปีนี้ทั้งปีเราแพลนว่าเราจะเล่นคอนเสิร์ต แล้วแต่ละคอนเสิร์ตที่ติดต่อมาก็มีแพลนมีไทม์มิ่งของมัน พอดีว่าของ Stage Fighter เป็นไทมิ่งแรกของปี แล้วก็พอดีว่าได้รับหน้าที่ในซีนคำยินดี ซึ่งไม่อยากเชื่อเลยว่าจะกลายเป็นซีนที่ทำให้โซเชียลตื่นตัวกันมาก ก็เป็นเรื่องน่ายินดีนะ ก็แปลกนะที่คนคิดถึงเราในมุมนี้ เพราะเอาจริงๆเราก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้นานมากแล้ว อาจเป็นเพราะเราอยู่กับเค้ามามาก จะ 20 ปีแล้ว เราคิดว่าเราได้ถ่ายทอดพลังงานของเราลงไปในเพลงในทุกๆครั้งที่เราร้อง พอถึงเวลาที่เราอยากจะวางก็ไม่ถึงกับคิดถึงถ้าจะให้ร้องก็ร้องได้ แต่ถ้าถามความรู้สึก ณ วันนี้ อยากทำอะไรที่ง่ายลงมากกว่า อาจจะเพราะด้วยอายุที่มากขึ้นด้วย”

ปานเหมือนหายไปนาน? “ก็หายไปหลายปีอยู่ค่ะ ที่ไม่ได้ร้องเพลงพวกนี้เลย พักหลังจะไปทำงานทางด้านธรรมะซะส่วนใหญ่ พอกลับมาร้องก็เลยตกใจกันมั้ง อาจจะเหมือนเป็นโมเมนต์ที่เค้าคิดถึงมากกว่า” จะกลับมาทวงบัลลังก์เจ้าแม่ เพลงดราม่าอีกครั้ง? “จริงๆไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าแม่อะไรเลยนะ ถ้าถามถึงเรื่องความรักเราก็ไม่ได้มีประสบการณ์มากมายอะไร เรียกว่าเรามีพรสวรรค์แล้วกันในการเล่าเรื่อง พอเราเล่าได้ถูกใจผู้ฟังในมุมที่เค้ากำลังจี๊ดพอดี เค้าก็เลยให้เกียรติว่าเป็นเจ้าแม่เพลงดราม่า ซึ่งจริงๆชีวิตเราราบเรียบสงบสมบูรณ์มาก ก็เลยจะเขินๆเวลาเค้าเรียกเราว่าเจ้าแม่ดราม่า จะรู้สึกว่ามันจริงมั้ยนะ” รับงานเยอะขึ้นมั้ย? “ก็ปกติค่ะ แต่จะมีลิมิต ไม่ใช่ว่าหยิ่งหรืออะไร เราก็อยากหาสตางค์ เพียงแต่ว่าเป้าหมายในชีวิตตอนนี้ไม่ใช่เรื่องนี้ ส่วนใหญ่งานที่จะรับต่อจากนี้มันก็จะเป็นตามเหตุตามปัจจัยที่เราคิดว่าต้องอยู่ในขอบข่ายที่ทำได้ ปีนี้วางตัวเองไว้ครึ่งๆ มุ่งหน้าทำงานธรรมมะเป็นงานหลักด้วยซ้ำ ซึ่งมันใช้เวลามากและเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนจริงๆ เพราะมันเป็นงานที่มีผลต่อจิตใจคนมากกว่า งานทางโลกก็จะรับแบบหล่อเลี้ยงชีวิตเราได้ เพราะเรายังเป็นมนุษย์ที่ต้องใช้เงิน ก็เอาที่จำเป็นจริงๆ”

มีเพลงใหม่ ทั้งรักทั้งเกลียด ที่ออกมา? “ที่เลือกมาทำใหม่มันก็เสิร์ฟกับงานที่เราทำคือกรีนคอนเสิร์ต เพราะเราไม่ได้มีเพลงติดตัวมา ทีมกรีนเวฟก็ต้องคิดกลยุทธ์ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่เรามีอยู่เคยร้องเอาไว้แต่ไม่ได้เลือกเอามาทำเป็นอัลบั้มใด ก็คิดว่าเพลงอะไรมั่งที่มันจะมีลายเซ็นของปาน-ธนพร ซึ่งมันอยู่ในช่วงเหมาะกับอายุคนร้องอย่างเรา ณ วันนี้ หรือคนฟังที่อยู่ในช่วงอายุแบบนี้ต้องมีประสบการณ์ความรัก บางคนหาทางออกกับตัวเองไม่ได้ มันเรียกว่าทั้งรักทั้งชัง อยากไปนะแต่มันไปไม่พ้น แบบนี้เป็นเยอะมีมากในสังคม จะไปมันก็ตัดใจไม่ได้มันก็เสียดาย จะอยู่มันก็เจ็บ แต่มันก็ยังรักมันเหนี่ยว เพลงนี้มันแสดงสภาวะของคนที่กดดันไม่ได้โวยวายใคร เป็นภาวะที่พยายามหาทางออก ซึ่งจะได้ฟังบนเวทีกรีนคอนเสิร์ตนี้แน่นอน” กับกรีนคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ทำงานกับรุ่นพี่ไอคอน 80’s 90’s? “ปานมองว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสร้องเพลงกับพี่ปุ๊ พี่ป๊อด สิ่งที่ได้คือพี่ปุ๊ พี่ป๊อด มีจิตวิญญาณที่เราสัมผัสได้ว่าเค้าทำงานจากใจ สังเกตได้จากผลงานของเค้าและตำแหน่งของเค้าในใจคน ก็เลยอยากฝากมาดูกันนะคะมันเป็นโอกาสที่ดี ไม่เฉพาะเราในฐานะศิลปิน แต่ฐานะของแฟนๆ มันคุ้มค่ามาก แบบที่ไม่รู้ว่าจะได้ดูพวกเค้าบนเวทีเดียวกันได้ที่ไหนอีก”.