วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จาตุรนต์' สับยุทธศาสตร์ชาติ วางระบบสืบทอดอำนาจ คสช.

"จาตุรนต์" โพสต์เฟซอัด คสช.สร้างกลไกกำกับหน่วยงานรัฐ ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ หวังสืบทอดอำนาจอย่างเป็นระบบ ซัดวาง 3 อำนาจอธิปไตยแปลกประหลาด ให้หน่วยงานรัฐอยู่ใต้การครอบคลุมฝ่ายนิติบัญญัติ ทำประเทศล้าหลังแบบไม่มีอนาคต

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.60 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กถึงยุทธศาสตร์ชาติว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยุทธศาสตร์ชาติเริ่มดังขึ้น ซึ่งการกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติที่มีผลยาวนานไม่น้อยกว่า 20 ปีนี้ มีปัญหาในหลายแง่มุม แต่รากฐานของปัญหาทั้งหมดมาจากแนวความคิดที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพวกต้องการที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางและความเป็นไปในการบริหารประเทศเสียเอง ทั้งโดยการจัดทำให้มียุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทขึ้น ทั้งยังได้สร้างระบบและกลไกที่มีอำนาจอย่างมากขึ้นมาเพื่อกำกับให้หน่วยงานของรัฐทั้งหลายต้องทำตามยุทธศาตร์และแผนแม่บทนี้อย่างเคร่งครัด พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การสืบทอดอำนาจ คสช.อย่างเป็นระบบและทรงประสิทธิภาพนั่นเอง

นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า หากรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลที่นำโดยคนนอก พูดตรงๆ ก็คือนำโดยคนของ คสช.การบริหารงานของรัฐบาลคงไม่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติ จะมีปัญหาก็ตรงที่ยุทธศาสตร์ชาติ ล้าหลังไม่สอดคล้องกับการพัฒนาของโลกและของประเทศไทยเอง ประเทศไทยก็จะล้าหลังต่อไปอย่างยั่งยืน แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลคงไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากคอยดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ถูกลงโทษเนื่องจากไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ ครั้นจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท ก็จะเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ บ้านเมืองก็จะล้าหลังต่อไปแบบไม่มีอนาคต ท่ามกลางโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่กฎกติกาโครงสร้างต่างๆ ต้องปรับให้สอดคล้องเทคโนโลยีใหม่ๆ

ทั้งนี้ไม่มีการปฏิรูปใดเกิดขึ้นใน 3 ปีกว่าที่ผ่านมา แม้แต่ตัวอย่างที่ชัดเจนสักเรื่องก็ไม่มี หลายเรื่องก็ดูจะเป็นการสร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาหรือกระทั่งถอยหลังด้วยซ้ำไป การมียุทธศาสตร์ชาติที่ครอบคลุมอย่างกว้างขวางไปเกือบทุกด้านเป็นเวลายาวนานและยากที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง กำลังจะทำให้ประเทศไทยที่ไม่ทันโลกอยู่แล้ว จะล้าหลังและไม่สามารถปรับตัวได้ในอนาคต

นายจาตุรนต์ ระบุต่อว่า เรื่องของยุทธศาสตร์ชาตินี้ยังมีปัญหาในอีกหลายประเด็นที่จะคุยกันต่อไป มีเรื่องหนึ่งสำหรับท่านที่สนใจมองปัญหาในเชิงระบบ อาจหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ในกฎหมายว่าด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติดู ก็จะพบว่าเรื่องยุทธศาสตร์ชาตินี้ จะมีผลต่ออนาคตของประเทศกว้างขวางกว่าที่เคยคิดมาก่อนมากนัก

เรื่องของยุทธศาตร์ชาตินี้เป็นระบบที่แปลกประหลาดทั้งองค์ประกอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมาเป็นรองประธานคณะกรรมการอยู่ด้วย และหน่วยงานของรัฐที่จะได้รับผลจากยุทธศาสตร์และแผนแม่บทยังครอบคลุมถึงฝ่ายนิติบัญญัติ ตุลาการและองค์กรอิสระทั้งหลายด้วย เรียกว่าเป็นการจัดความสัมพันธ์ที่สับสนระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสาม คือฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระซึ่งไม่ทราบว่าเป็นอำนาจอธิปไตยที่เท่าไร