วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือถือ-เน็ตบ้านเฮ! ค่าบริการจ่อลด

"พาณิชย์" เคลียร์ธงฟ้าประชารัฐซื้อเหล้า-บุหรี่ไม่ได้

ครม.เพิ่มงบ 800 ล้านบาท อุดหนุนงบช่วยเด็กแรกเกิด-3 ขวบ หัวละ 600 บาท ต่อเดือน หลังจำนวนเด็กเล็กเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่เล็งเอาไปรวมกับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ “พาณิชย์” ยันห้ามใช้ซื้อเหล้า-บุหรี่ คนใช้มือถือ-เน็ตบ้านจ่อเฮ กสทช.ชงลดค่าใบอนุญาตใหม่ หวังลดราคาค่าบริการให้ประชาชน เคาะเน็ตประชารัฐ 399–599 บาทต่อเดือน

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงิน 804 ล้านบาท จากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในการจ่ายเงินงบอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดย ครม.เคยมีมติให้เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด-3 ขวบ รายละ 600 บาทต่อเดือน ซึ่งข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2559 มีทั้งสิ้น 154,855 คน รัฐบาลได้จัดสรรงบ ประมาณอุดหนุนไปแล้วจำนวน 1,113 ล้านบาท แต่ไม่เพียงพอ ต้องของบกลางเพิ่มอีกจำนวน 804 ล้านบาท เนื่องจากมีจำนวนเด็กเพิ่มขึ้นเป็น 351,000 คน อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เมื่อรัฐบาลมีโครงการสวัสดิการแห่งรัฐแล้วในอนาคตจะนำการอุดหนุนเด็กแรกเกิด-3 ขวบ คนละ 600 บาทต่อเดือนนี้เข้าไปรวมอยู่ด้วยกัน เพราะขณะนี้มีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว

นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งให้ทราบว่า โครงการร้านธงฟ้าประชารัฐสวัสดิการที่จะรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ภายในเดือน ต.ค.จะมีร้านเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าตำบลละ 1 แห่ง หรือไม่น้อยกว่า 10,000 แห่ง ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์กำลังจัดทำบัญชีรายชื่อสินค้าที่จะให้ใช้บัตรสวัสดิการซื้อสินค้าได้ทั้งหมด เพื่อให้นำบัตรไปใช้สำหรับสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ไม่ให้นำไปซื้อเหล้า บุหรี่ หรืออบายมุข

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการ ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มี พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน ที่จะประชุมในวันที่ 6 ก.ย.นี้ จะพิจารณาอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมใหม่ ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับลดจากอัตราเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นการจัดเก็บตามขั้นบันไดของรายได้ โดย กสทช.คาดหวังว่าการปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่สำหรับผู้ประกอบการค่ายมือถือ และอินเตอร์เน็ตให้ถูกลงนี้ จะทำให้ประชาชนได้รับค่าบริการที่ถูกลงด้วย เพราะ กสทช.ได้ลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการแล้ว ก็ต้องลดราคาค่าบริการให้กับประชาชนด้วย

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตอัตราใหม่สำหรับผู้ประกอบการโทรคมนาคม จะเป็นดังนี้ 1.รายได้ 0-100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.125% ของรายได้ 2.รายได้เกิน 100-500 ล้านบาท จัดเก็บ 0.25% ของรายได้ 3.รายได้เกิน 500-1,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.5% ของรายได้ 4.รายได้เกิน 1,000-5,000 ล้านบาท จัดเก็บ 0.75% ของรายได้ 5.รายได้เกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป จัดเก็บ 1.5% ขณะที่อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเดิมที่จัดเก็บในปัจจุบัน คือ 1.รายได้ 0-100 ล้านบาท จัดเก็บ 0.25% ของรายได้ 2.รายได้เกิน 100-500 ล้านบาท จัดเก็บ 0.5% ของรายได้ 3.รายได้เกิน 500-1,000 ล้านบาท จัดเก็บ 1.0% 4.รายได้เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จัดเก็บ 1.5%ของรายได้

นอกจากนั้น ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ยังจะมีการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดดีอี) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.จะนำเรื่องโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบโดยจะชี้แจงให้บอร์ดดีอีรับทราบทุกข้อสงสัยของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รวมถึงการกำหนดราคาค่าบริการด้วย

“กสทช.ขอยืนยันว่า การเปิดประมูลโครงการเน็ตชายขอบนั้น เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงระเบียบปฏิบัติของ กสทช.ทุกข้อ และ กสทช.จะทำให้ครัวเรือนในพื้นที่ห่างไกลได้ใช้บริการ โทรคมนาคมด้วยราคาที่ไม่แพง โดยพื้นที่ 3,920 หมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่ไม่มีบริการโทรคมนาคม ไม่มีผู้ประกอบการรายใดไปลงทุนเนื่องจากไม่คุ้มค่า เมื่อ กสทช.ได้เปิดประมูลเพื่อจ้างเอกชนก็ไปติดตั้งเพื่อเปิดให้บริการเป็นเวลา 5 ปี และหลังจากปีที่ 5 กสทช.จะโอนให้กองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อนำไปบริหารจัดการต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ 24,700 หมู่บ้าน ในส่วนการติดตั้งอินเตอร์เน็ตไวไฟฟรีประจำหมู่บ้าน ขณะนี้ติดตั้งแล้ว 15,650 หมู่บ้าน เหลือ 9,050 หมู่บ้าน และคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้เปิดให้บริการไวไฟฟรีในหมู่บ้านที่ติดตั้งแล้วเสร็จไปก่อน ส่วนการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตไปยังครัวเรือนยังไม่ได้ดำเนินการ โดยเบื้องต้นกำหนดค่าบริการอินเตอร์เน็ตประชารัฐในอัตราเดือนละ 399-599 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่แตกต่างจากค่าบริการอินเตอร์เน็ตชายขอบของ กสทช.รายเดือนไม่เกิน 200 บาท ทำให้กระทรวงดีอีและทีโอที ต้องทบทวนการคำนวณค่าบริการดังกล่าวใหม่.