วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รังนกไทยเข้าจีนได้อีกครั้ง

น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบ และกักกันโรคของจีน ได้ออกประกาศอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์รังนกของไทยตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.2560 เป็นต้นไป โดยในระยะแรกให้นำเข้ารังนกที่มีสีขาว เหลือง หรือทอง ส่วนรังนกแดงยังไม่ให้นำเข้า โดยจีนขอพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมก่อน ทั้งนี้ รังนกที่ส่งออกจากไทยไปจีน ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนแหล่งผลิตจากกรมปศุสัตว์ของไทย ผ่านการกำจัดขน ทำความสะอาด และมีระบบควบคุมคุณภาพและระบบการตรวจสอบย้อนกลับ และต้องมีใบรับรองจากกรมปศุสัตว์ โดยขณะนี้มีผู้ส่งออกรังนกไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว 2 บริษัท

“จีนนำเข้ารังนกจาก 3 ประเทศหลัก คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่เมื่อ 5 ปีก่อนหน้าได้ห้ามนำเข้ารังนกจากทุกประเทศ เนื่องจากตรวจพบสารไนไตรท์ ซึ่งเป็นวัตถุเจือปนอาหารเกินมาตรฐานในรังนกแดงที่นำเข้าจากมาเลเซีย ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิต ทั้งรังนกถ้ำที่เก็บจากธรรมชาติและรังนกบ้าน การเปิดตลาดอีกครั้งจะต้องจัดระบบการขึ้นทะเบียน การควบคุมคุณภาพ ทั้งเรื่องโรค ความสะอาด และการป้องกันสารตกค้าง โดยเฉพาะไนไตรท์ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้จีนห้ามนำเข้ารังนกจากทุกประเทศ โดยจากนี้จะมีระบบควบคุมคุณภาพรังนกตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เรียกได้ว่าจัดระบบตั้งแต่ถ้ำรังนก โรงคัดล้างบรรจุ จนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย”

ทั้งนี้ ราคารังนกถ้ำของไทย เคยมีราคาส่งออกไม่ต่ำกว่า 150,000-200,000 บาทต่อกิโลกรัม โดยผลผลิตรังนกถ้ำ ทั้งสีขาวและสีแดง จากผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์และจีน ขึ้นทะเบียนแล้วมีปริมาณราว 8,000 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งผลผลิตดังกล่าวถูกนำไปจำหน่ายในประเทศและส่งออก การเปิดตลาดรังนกได้อีกครั้ง แม้จะจำกัดเฉพาะรังนกขาว เหลือง หรือทอง แต่จะสร้างมูลค่าส่งออกให้กับไทยหลายพันล้านบาท

“จีนเป็นตลาดนำเข้ารังนกที่ใหญ่ที่สุดของไทย เนื่องจากชาวจีน ถือว่ารังนกเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับทุกเพศทุกวัย จนได้สมญานามว่า ไข่มุกแห่งเอเชีย และนิยมให้ผู้ป่วยบริโภคหรือเป็นของขวัญให้กับผู้ใหญ่ โดยรังนกไทยเป็นที่นิยม เนื่องจากมีคุณภาพสูง เนื้อแน่น หอมนุ่ม และไม่ละลายง่าย คาดว่าการเปิดตลาดครั้งนี้จะช่วยปรับราคารังนกในประเทศให้สูงขึ้น”.