วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

40 คนโทรมจริง สหวิชาชีพยัน ‘ผบก.พังงา’ บี้ เหยื่อยังผวา!

ทีมสหวิชาชีพร่วมสอบแม่และลูกสาววัย 15 ปีเหยื่อรุมโทรม พบมีผู้ร่วมข่มขืนกว่า 40 คนจริงและอาจเข้าข่ายความผิดคดีค้ามนุษย์ เตรียมยื่นเรื่องถอนประกัน 3 ผู้ต้องหาชุดแรก เผยเด็กมีอาการหวาดผวาอีก หลังเจอโทรศัพท์ด่า แถมพยานโดนคุกคาม วอนตำรวจ จัดกำลังคุ้มครอง ชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวเรียกร้องขอ ความเป็นธรรม ระบุหลังเกิดเหตุทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสีย ขณะที่ผู้การฯฝากถึงผู้ก่อเหตุมอบตัว ชี้ใครทำผิดย่อมรู้แก่ใจ พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

เป็นคดีที่สะเทือนใจสังคมกรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต พา น.ส.เอ (นาม สมมติ) อายุ 15 ปี เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ให้ติดตามจับกุมคนร้ายร่วมกันรุมโทรม น.ส.เอ เมื่อเดือน พ.ค.59 ขณะ น.ส.เอ อายุได้ 14 ปี เพื่อให้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มเติม หลังจากตำรวจดำเนินคดีผู้ต้องหาไปแล้ว 3 คน เนื่องจาก น.ส.เอ ระบุว่า มีชายทั้งวัยรุ่นและผู้สูงอายุร่วมกันข่มขืนหลายครั้งรวม 40 คน ส่งผลให้ชาวบ้านเกาะแรด หมู่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง ไม่พอใจที่มีการแชร์เรื่องราวดังกล่าวทางโลกโซเชียล ทำให้ภาพลักษณ์หมู่บ้านเสียหาย ขณะที่ ผวจ.พังงา สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว

ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่ศาลาบ้านเกาะแรด หมู่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ชาวบ้านกว่า 100 คนร่วมกันถือป้ายผ้าออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม มีข้อความว่า “ขอความเป็นธรรมให้พี่น้องชาว หมู่ 6 ด้วยครับ” ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านระบุว่าชาวเกาะแรดต้องการให้เกิดความกระจ่างชัด ในเรื่องเด็กสาววัย 15 ปี ที่ระบุว่าถูกรุมข่มขืนกว่า 40 คน เพราะทำให้หมู่บ้านเกิดความเสียหาย ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จ.พังงา ลงพื้นที่ติดตามคดีดังกล่าวได้ไปรับฟังปัญหาและนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป

พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จ.พังงา เปิดเผยว่า วันนี้มาลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลในเบื้องต้น พร้อมทำความเข้าใจถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามโลกโซเชียลแต่เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสอบถามความคิดเห็นจากชาวบ้านเพื่อนำไปเป็นข้อมูลในทางคดี ส่วนแนวทางการสอบสวนจะเป็นหน้าที่ของกรรมการสหวิชาชีพประกอบด้วยหลายหน่วยงานที่จะชี้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เมื่อได้ข้อสรุปตำรวจจะออกหมายเรียก แต่หากผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีก็จะออกหมายจับต่อไป

“ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานเรื่องนี้ มีพนักงานสืบสวนสอบสวนหญิงเพื่อสะดวกในการสอบปากคำผู้เสียหายที่ยังเป็นเด็ก และอยากจะฝากไปถึงผู้ที่กระทำความผิดว่าตัวเองรู้อยู่แก่ใจว่าใครทำอะไรลงไป เพราะเรื่องดังกล่าวมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อยากให้มามอบตัว รับรองว่าตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” ผบก.ภ.จ.พังงากล่าว

ช่วงสายวันเดียวกัน ทีมสหวิชาชีพนำแม่ ด.ญ.เอ และผู้ที่เกี่ยวข้องไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดพังงาเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคัดแยกหาผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมจากผู้ต้องหา 3 คนแรกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ เบื้องต้นได้ขอสรุปพบว่ามีการกระทำล่วงละเมิดทางเพศกว่า 40 คนจริง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิจารณาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ เนื่องจากผู้เสียหายให้การว่าผู้ต้องหา 3 คนพาผู้อื่นข่มขืน หากเข้าข่ายก็จะทำเรื่องถอนประกันตัวผู้ต้องหาต่อไป

ขณะที่นายเอกรัฐ หลีเส็น รอง ผวจ.พังงา ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นได้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณากรณีชาวบ้านบ้านเกาะแรดรวมตัวชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระบุว่าทำให้ภาพลักษณ์ของหมู่บ้านเสื่อมเสีย โดยนัดผู้นำชุมชน และแกนนำชาวบ้านทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 ก.ย. ที่ที่ว่าการอำเภอตะกั่วทุ่ง

ด้านนายชานนท์ อับดุลล่าห์ ตัวแทนมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ตเข้าช่วยเหลือพร้อมประสานศูนย์ดำรงธรรมแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก กระทรวงการ–พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งทีมนักจิตวิทยาและกลุ่มสหวิชาชีพในด้านฟื้นฟูจิตใจเข้าช่วยเหลือ กระทั่งเด็กหญิงผู้เสียหายมีสภาวะที่ดีขึ้นเป็นลำดับเมื่อเทียบกับช่วงแรกๆที่ยังอยู่ในพื้นที่มีความกังวล หวาดผวา ตกใจ แต่ขณะนี้เด็กกลับมีอาการผวาขึ้นมาอีก หลังมีชาวบ้านโทรศัพท์เข้าไปด่าผู้เสียหาย

“ขณะนี้ปัญหาการคุกคามพยานก็ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวนเวียนบริเวณบ้าน ขว้างปาสิ่งของใส่หลังคาเพื่อให้เกิดความหวาดกลัว สิ่งที่กังวลที่สุดคือโลกโซเชียลที่ปลุกกระแส ปลุกระดมกดดันในหลายๆส่วน ล่าสุดพบว่าแม่ของเด็กเกิดประจันหน้ากับคนในหมู่บ้านบริเวณเซฟเฮาส์ อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งคุ้มครองพยานเต็มรูปแบบให้เร็วที่สุด และขณะนี้มูลนิธิฯอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลถอนการประกันตัวของผู้ต้องหาชุดแรกโดยเร็ว” นายชานนท์กล่าว