วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เริ่มปรับขึ้นราคาวันนี้ ก๊าซแอลพีจี

ถัง 15 กก.เพิ่ม 10 ตามตลาดโลก ‘เอ็นจีวี’ จ่อตาม

ข่าวร้ายรับเดือนกันยายน กระทรวงพลังงานแจ้งขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม 0.67 บาท ต่อ กก. ส่งผลราคาขายปลีก ขึ้นไป 10 บาทต่อถังขนาด 15 กก. มีผลทันที อ้างเหตุราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 50 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน มาอยู่ที่ระดับ 490 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน แม้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ยังเอาไม่อยู่ พร้อมกันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเห็นชอบให้ปรับสูตรราคาเอ็นจีวี สำหรับรถส่วนบุคคล มอบหมายให้ ปตท.ไปบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสม

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ย. นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม กบง. ได้พิจารณาโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม หรือก๊าซแอลพีจี (LPG) อ้างอิงสำหรับเดือนกันยายน 2560 โดยมีมติให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ในอัตรา 0.67 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) จากเดิมกิโลกรัมละ 20.49 บาท เป็น 21.15 บาท หรือปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้น 10 บาทต่อถังขนาด 15 กก. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มถังขนาด 15 กก. เฉลี่ยอยู่ที่ถังละ 330 บาท แต่ราคาขายปลีกทั่วไปอาจปรับขึ้นลงตามกลไกการแข่งขันในท้องตลาด

สำหรับการปรับขึ้นราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มครั้งนี้ เป็นผลจากสถานการณ์ราคาก๊าซแอลพีจีในตลาดโลก เดือนกันยายน 2560 มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ระดับ 490 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 50 เหรียญสหรัฐฯ/ ตัน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเฉลี่ยเดือนสิงหาคม 2560 แข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน 0.4854 บาท/เหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 33.4292 บาท/เหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคา ณ โรงกลั่นที่อ้างอิงราคานำเข้า (Import Parity) ซึ่งเป็นราคาซื้อตั้งต้นก๊าซแอลพีจีปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4389 บาท/กก. จากเดิม 16.2581 บาท/กก. เพิ่มเป็น 17.6970 บาท/กก.

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า ดังนั้น เพื่อให้ราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีสะท้อนต้นทุน สอดคล้องตามแนวทางการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซแอลพีจี จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาขายปลีกดังกล่าว แต่ขณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากเกินไป ที่ประชุม กบง.จึงเห็นควรให้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคา โดยให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมารับภาระแทนให้บางส่วน โดยให้ปรับเพิ่มอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ จากเดิมที่กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ที่ 2.7559 บาท/กก. เพิ่มการชดเชยเป็น 3.5719 บาท/กก. หรือชดเชยเพิ่มขึ้น 0.8160 บาท/กก.

ทั้งนี้ ผลจากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯดังกล่าว ทำให้กองทุนน้ำมันฯมีรายจ่ายสุทธิอยู่ที่ 508 ล้านบาท/เดือน โดยฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 อยู่ที่ 38,632 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีในส่วนของก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ 5,859 ล้านบาท และบัญชีในส่วนของน้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ 32,773 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับราคาก๊าซหุงต้มครั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ในรอบปี โดยราคาก๊าซถูกปล่อยลอยตัว ตั้งแต่ปลายปี 2559 จากที่รัฐบาลเคยมีนโยบายตรึงราคามาโดยตลอด โดยราคาก๊าซหุงต้มในเดือน ม.ค.2560 อยู่ที่ กก.ละ 20.29 บาท และขยับราคาขึ้นครั้งแรกในเดือน ก.พ.2560 เป็น กก.ละ 20.96 บาท จากนั้นในเดือน มี.ค.-เม.ย. ราคาคงที่ ขณะที่ในเดือน พ.ค. ราคาปรับลดลงเหลือ กก.ละ 20.49 บาท และเดือน มิ.ย.-ส.ค. ราคาคงที่ จนมาปรับราคาขึ้นครั้งล่าสุดในวันที่ 6 ก.ย.ที่ราคา กก.ละ 21.15 บาท

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม กบง.ยังได้พิจารณาผลการศึกษาการทบทวนการคำนวณต้นทุนราคาเอ็นจีวี (NGV) เพื่อให้สะท้อนต้นทุน และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันของสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเห็นชอบให้ปรับสูตรราคาเอ็นจีวีโดยเพิ่มค่าใช้จ่ายในการปรับ คุณภาพเอ็นจีวีเฉพาะรถส่วนบุคคล ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ยังคงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคำนวณเดิม ตามมติ กบง. เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 ทั้งนี้ ให้ ปตท.รับไปบริหารจัดการต้นทุนให้เหมาะสมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของราคาเอ็นจีวีนั้นหลัง ปตท.ไปศึกษาการจัดการเรื่องต้นทุนแล้ว อาจจะมีการปรับขึ้นอีกประมาณ 0.45 บาทต่อลิตร ซึ่งจะปรับขึ้นรวดเดียวหรือทยอยปรับขึ้น หรือจะปรับขึ้นเมื่อไรนั้น ต้องรอวันที่ 15 ก.ย.นี้ เพราะตามปกติแล้ว การปรับขึ้นลงของราคาเอ็นจีวี ปตท.จะมีการพิจารณาทุกวันที่ 15 ของเดือน