วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบแล้วคู่รักวัยรุ่น อ้างพกระเบิด ตระเวนลักเครื่องสำอาง โพสต์ขายโซเชียล

รวบแล้วคู่รักวัยรุ่น ไม่มีงานทำ อ้างพกระเบิด ตระเวนลักเครื่องสำอางตามร้านค้า ก่อนนำไปโพสต์ขายทางอินเตอร์เน็ต หาเงินมาใช้จ่าย หลังก่อเหตุ หนีไปกบดานอยู่ที่ชลบุรี ...



เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8 ร่วมกันจับกุม นายตะวัน (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ และ น.ส.พรรณวรท หรือ มิลล์ มะลัยทอง อายุ 21 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 534/2560 และ 535/2560 ลงวันที่ 29 ส.ค.60 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 539/2560 และ 540/2560 ลงวันที่ 1 ก.ย.60 ข้อหาร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นฯ โดยมีอาวุธและพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ พร้อมของกลางหมวกนิรภัยแบบเต็มใบ 2 ใบ และมีดหัวตัดยาว 1.5 ฟุต 1 เล่ม โดยจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ส.ค.60 ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นแฟนกัน ได้แบกเป้เข้าไปพยายามลักทรัพย์เครื่องสำอางประเภทครีมกันแดด ภายในร้านขาย ดับบลิวแอนด์ดับบลิว เลขที่ 198 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม. โดยระหว่างก่อเหตุนั้นเจ้าของร้านเกิดจำได้ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.60 กล้องวงจรปิดของทางร้านเคยบันทึกภาพผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เข้ามาก่อเหตุสำเร็จไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยคราวนั้นได้ครีมกันแดดไปรวมมูลค่าประมาณ 4,900 บาท จากนั้นเจ้าของร้านจึงพยายามชักชวนพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพื่อถ่วงเวลาและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ปรากฏว่า นายตะวัน กลับอ้างว่าพกระเบิดมาและชักมีดหัวตัดออกมาข่มขู่ก่อนพา น.ส.พรรณวรท หลบหนีออกจากร้านไป กระทั่งฝ่ายสืบสวนร่วมกันติดตามไปจับกุมตัวทั้ง 2 รายได้ ขณะหลบหนีไปเช่ารีสอร์ตกบดานในพื้นที่ จ.ชลบุรี

จากการสอบสวน นายตะวัน ยอมรับว่า วันเกิดเหตุไม่ได้พกพาระเบิดใส่เป้ไปด้วยแต่อย่างใด มีเพียงมีดหัวตัดเพียง 1 เล่มเท่านั้น แต่ที่ต้องขู่ว่ามีระเบิดเพราะกลัวจะถูกแจ้งตำรวจจับ ซึ่งตนคบหากับ น.ส.พรรณวรท มาได้ประมาณ 1 ปี โดยไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร แต่จะตระเวนลักทรัพย์เครื่องสำอางและครีมทาผิว ตามห้างสรรพสินค้า แล้วร้านสะดวกซื้อ ย่านฝั่งธนบุรี เพื่อนำไปโพสต์ขายทางอินเตอร์เน็ต หาเงินใช้จ่ายรายวันและค่าเช่าห้องพัก

นอกจากนั้นขณะนี้ตนยังอยู่ระหว่างหลบหนีประกันชั้นศาลในคดีลักทรัพย์อยู่ จำนวน 2 คดี คดีแรกเมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ถูกตำรวจ สภ.หัวหิน จับกุมเพราะลักทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ โดนส่งตัวขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่วนคดีที่ 2 เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ถูกตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมข้อหาลักทรัพย์ในห้างบิ๊กซี สาขาบางบอน ถูกส่งตัวขึ้นศาลอาญาธนบุรี

ด้าน พ.ต.อ.ประสงค์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุสั่งการให้ พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล และ พ.ต.ท.วาทิตย์ โรจน์ไพฑูรย์ รอง ผกก.สส.บก.น.8 ทำการแกะรอยติดตามตัวผู้ต้องหาจากโลกโซเชียลมีเดีย กระทั่งพบหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.ชลบุรี นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้เช่าห้องพักไว้ที่กรุงเทพมหานคร อีกแห่งหนึ่ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่ห้องพักภายในแมนชั่น ถนนเอกชัย ซอย 72 แขวงและเขตบางบอน กทม. พบเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ กับเครื่องสำอางประเภทครีมทาผิว ครีมกันแดด อีกหลายรายการจึงตรวจยึดไว้ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.