วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พะเยา แม่ร้องผ่านสื่อฯ ช่วยลูกชาย ทำบัตร ปชช.หาย กลายเป็นหนี้ 6 แสน

พะเยา แม่ร้องผ่านสื่อฯ ช่วยลูกชายวัย 19 ปี ทำบัตร ปชช.หาย กลายเป็นหนี้ทันที 6 แสนบาท แถมโดนแจ้งความจับ เบี้ยวขายมะขาม แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คาด มาจากถูกมิจฉาชีพเอาชื่อไปเปิดบัญชีปลอมแล้วโอนเงิน   

วันที่ 5 ก.ย. นางอรัญญา ไชยวุฒิ อายุ 45 ปี และนายอธิปัตย์ ไชยวุฒิ อายุ 19 ปี บุตรชาย ชาวบ้านใน ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นำหลักฐานบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รวมถึงเอกสารหลักฐานหมายเรียก และเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องต่อสื่อมวลชน หลังจากที่ นายพชร กุลเศรษฐโสภณ ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อ สภ.หล่มสัก ให้ดำเนินคดีกับนายอธิปัตย์ บุตรชาย ในข้อหา ฉ้อโกงเงินจำนวนกว่า 6 แสนบาท

นางอรัญญา ผู้เป็นแม่ เล่าว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา น้องอธิปัตย์ ได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนหาย และได้มีการแจ้งทำบัตรใหม่แล้ว ต่อมา เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา นายพชร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวน 2 นาย ได้เดินทางมาพบบอกว่า นายอธิปัตย์ ไชยวุฒิ บุตรชายของตนเองได้ฉ้อโกงเงินไปจำนวนกว่า 6 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินค่าซื้อขายมะขาม ที่โอนเข้าบัญชีธนาคาร ที่ระบุชื่อของบุตรชายเป็นเจ้าของบัญชี แต่กลับไม่ได้มะขามตามที่ตกลงไว้ และได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งตนเองและสามีรวมถึงลูกเมื่อทราบข่าวก็ตกใจอย่างมาก เพราะไม่มีทางเป็นไปได้เลยว่าลูกชายจะทำธุรกิจ เพราะยังเป็นนักศึกษา และอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น ต่อมาตนเองและสามีได้หาหลักฐานยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ทั้งเอกสารทางราชการที่ลูกชายไปทำ หรือติดต่อราชการในช่วงเวลานั้น รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดต่างๆ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ซึ่งต่อมาทางตำรวจได้มีการออกหมายเรียกรวม 2 ครั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเข้าให้ปากคำพร้อมนำหลักฐานมายืนยัน

โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 10.30 น. ได้มีการใช้บัตรประชาชนของนายอธิปัตย์ เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาเด่นชัย จ.แพร่ ซึ่งหลังจากได้มีการโอนเงินจำนวนกว่า 6 แสนบาท ค่ามะขามเข้าบัญชีแล้ว จากนั้นเวลา 12.16 น. ก็ได้มีการถอนเงินที่ห้างเทสโก้ โลตัส สาขาแพร่ ไปจำนวนกว่า 6 แสนบาท ออกไปจากบัญชีจนหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการนำภาพขณะเข้าไปในธนาคารให้ดูด้วย ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าไม่ใช่ภาพบุตรชายของตนเอง

โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการออกหมายจับบุคคลตามภาพแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นบุตรชายของตนเอง ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกตัวบุตรชายไปเข้าให้ปากคำอีกครั้ง ซึ่งตนเองในฐานะผู้เป็นแม่ก็เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นสื่อกลางในการขอความเป็นธรรมผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบให้กับลูกชายตนเองด้วย และขอฝากเตือนให้ประชาชนทั่วไปเป็นอุทาหรณ์ว่าต้องเก็บบัตรประชาชนไว้ให้ดี และเมื่อทำบัตรหาย ก็ควรจะมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งในการเซฟตี้การนำบัตรไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือก่อให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของบัตร เหมือนของลูกชายตนเอง.