วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"วรเศรษฐ์ องค์สรานนท์" อาจารย์นักธุรกิจคิดบวก

ยึดหลักทำงาน ไม่กล้วปัญหา ไม่ยึดติดกรอบ ไม่เอาเปรียบใคร

หลักคิดที่ดีมีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับชีวิต ซึ่งได้เห็นจาก “วรเศรษฐ์ องค์สรานนท์” ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ที่สวมหมวก 2 ใบในการทำงาน เป็นทั้งผู้บริหารขับเคลื่อนองค์กร และอาจารย์พิเศษที่นำความรู้และประสบการณ์จริงถ่ายทอดสู่อนาคตของชาติในรุ่นต่อไป

วรเศรษฐ์ หรือ หนุ่ม ทายาทคนโตของครอบครัว “ชวลิต องค์สรานนท์-ชฎารัตน์ เอี่ยมศิริกุลมิตร” เล่าถึงชีวิตการทำงานตามหมวกใบหลักที่สวมว่า กิจการของครอบครัวเริ่มแรกทำธุรกิจเครื่องนอน จากนั้นได้ขยายมาทำผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน และสุดท้ายได้ขยายมาสร้างโรงงานทั้งผลิตและนำเข้าวอลเปเปอร์ “บริษัท MD Group จำกัด” จำหน่าย MDI wallpaper โดยดูแลงานในตำแหน่ง รองประธานบริษัท เอ็มดี กรุ๊ป

ตั้งแต่เด็ก แม่จะวางความรับผิดชอบไว้ให้ อาจเพราะเป็นพี่คนโต เลยได้มาช่วยงานตั้งแต่เด็ก ก็เลยวางแผนชีวิตที่จะมาต่อยอดธุรกิจของครอบครัว พอจบจาก ร.ร.อัสสัมชัญ ก็ไปเรียนบริหารธุรกิจที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) และไปเรียนปริญญาโท ด้านการตลาด และปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ ธุรกิจระหว่างประเทศ ที่ University of California Riverside สหรัฐอเมริกา โดยช่วงต่อระหว่าง ป.ตรี และ ป.โท ก็ได้ทำงานด้านการตลาด ให้กับบริษัทที่บ้าน เพื่อหาประสบการณ์ก่อนไปเรียนต่อ พอจบ ป.โท ก็ทำงานอีก 2 ปี จึงได้เรียน ป.เอก ซึ่งการเรียน ป.เอก สามารถไปๆมาๆได้ ไม่ต้องไปอยู่ประจำ จากนั้นก็ถูกชวนให้ไปเป็นอาจารย์พิเศษ สอนด้านการตลาดระหว่างประเทศและการวางกลยุทธ์โฆษณา ในหลักสูตรปริญญาโท ที่เอแบค จึงได้สวมหมวกอีกใบ คือเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ตั้งแต่ปี 2551 จนปัจจุบัน

“ผมโชคดีที่ได้ทำงานที่ชอบทั้ง 2 อย่าง และเป็นงานที่สนับสนุนกันด้วย ธุรกิจที่บ้าน ผมก็ดูด้านบริหารและการตลาด ต้องติดต่อกับต่างประเทศด้วย ซึ่งเนื้องานสอนก็เป็นไปในทางเดียวกัน ผมก็ได้เอาประสบการณ์จากธุรกิจจริงมาใช้ในการสอน และพอเตรียมการสอนก็ต้องค้นหาข้อมูลใหม่ๆ ก็ทำให้ได้รู้เรื่องธุรกิจที่อัพเดตมาใช้ในงานได้ด้วย กิจการของเราเป็น แฟลิมี่ บิสซิเนส ที่ตั้งมากว่า 30 ปี เดิมทีเรานำเข้าสินค้า 70% ผลิตเอง 30% ปัจจุบันเราได้พัฒนาสินค้าและขยายตลาดการขายไปยังต่างประเทศด้วย ทำให้สัดส่วนเป็นนำเข้าประมาณ 25% ผลิต 75% การทำงานของผม โชคดีที่เข้ามาทำในช่วงที่รุ่นก่อนๆ เขาทำไว้ได้ดีมากอยู่แล้ว เรียกว่า ฐานเราแน่นพอ ดังนั้นเมื่อมีวิกฤตการณ์ภายนอก ไม่ว่าภาวะทางการเมือง เราก็พอยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง โดยเราต้องวางไข่ไว้หลายตะกร้า คือไม่พึ่งตลาดในประเทศอย่างเดียว เราได้ขยายตลาดไปยังหลายประเทศ ประเทศรอบๆ เราไปหมดแล้ว และยังกระจายไปในยุโรปด้วย” ผู้บริหารหนุ่ม เล่าถึงวิธีการทำงาน
และเมื่อถามถึงหลักการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จ คุณหนุ่ม อธิบายให้เห็นภาพ ทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติว่า คีย์หลักในการทำงาน ต้องมี Five Force คือ รู้จักตลาด รู้เทคนิค ขีดความสามารถของทีมงานเป็นอย่างไร, รู้จักคู่แข่ง, รู้จักลูกค้า, รู้จักคู่ค้า สุดท้ายรู้จักสินค้าทดแทน ในการทำงานธุรกิจเราต้องศึกษาข้อมูลให้เยอะ ศึกษารายละเอียด มองภาพให้กว้าง และชัดเจน แล้วต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนด้วย

“ในการทำงานอย่าไปกลัวความล้มเหลว ถ้าไม่เป็นไปตามเป้า เราก็ต้องมองปัญหาว่าเกิดจากอะไรและพยายามหาช่องทางแก้ไข การทำงาน ปัญหามีมาตลอด แต่ผมเป็นคนคิดบวก จริงจังแต่ไม่เครียด และพร้อมที่จะยอมออก Comfort Zone เพื่อมาเจออะไรใหม่ๆ ซึ่งหลักการทำงานของผมคือ มองบวก ไม่กลัวปัญหา ไม่ยึดติดกรอบ และต้องมองใจเขาใจเรา และสุดท้ายเราต้องมีจริยธรรมในการทำธุรกิจ ที่ไม่เอาเปรียบใครด้วยครับ” ...นับเป็นผู้บริหารที่มีหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง.