วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไล่เลียงคดีเด็ก 15 อ้างถูก 40 ชายโฉดรุมโทรม VS ชาวบ้านขอความเป็นธรรม

กำลังเป็นที่สนใจของคนในสังคม สำหรับคดี เด็กหญิงวัย 15 ปี อ้างว่าถูกชายในหมู่บ้าน จำนวน 40 คน รุมโทรม หลังจากทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวได้นำ น.ส.จ๊ะ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี ชาว จ.พังงา แม่ของเด็กหญิงน้อง อายุ 15 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.กิติภูมิ ถิ่นถลาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อหาตัวกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่ง ในอำเภอตะกั่วทุ่ง นอกเหนือจากผู้ต้องหา 3 คน ที่อัยการจังหวัดพังงาได้มีการสั่งฟ้องในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 15 ปี (เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา)  

แต่ข้อมูลที่น่าตกใจของ นายชานนท์ อับดุลล่าห์ มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต ที่ได้เข้าพูดคุยกับเด็กสาว พบว่า...

เหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 ซึ่งพบว่า ผู้กระทำชำเราในชุดแรกนั้น มีผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ที่อัยการได้ทำการส่งฟ้องดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทราบว่าต่อมาผู้ต้องหาชุดแรกได้มีการชักชวนคนในหมู่บ้านเข้ามาร่วมกระทำชำเราเด็ก จนกระทั่งมีการพาออกนอกพื้นที่ และมีผู้ร่วมกระทำมากขึ้น ซึ่งได้ให้การว่ามีจำนวนมากถึง 6 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งที่มากสุด มีผู้ร่วมกระทำชำเราถึง 11 คน ส่วนครั้งอื่นๆ ก็จะมีประมาณ 5-7 คน โดยผู้ต้องหา 3 คนแรก จะเป็นผู้ที่พาน้องคนดังกล่าวไปยังขนำ บริเวณชายหาด จนถูกกระทำชำเราเป็นจำนวนถึง 3 ครั้ง และยังพบว่า มีที่อื่นๆ อีกประมาณ 3 ครั้ง โดยพบว่าการกระทำทุกครั้งจะเป็นช่วงเวลาที่พ่อและแม่ของน้องออกไปรับจ้างกรีดยางพารา ซึ่งน้องได้ให้การว่า ทุกครั้งที่มีการกระทำ เป็นการถูกบังคับทั้งสิ้น โดยมีการข่มขู่ว่า หากไม่ยอม จะมีการทำร้ายครอบครัว จึงทำให้เกิดความกังวลและยอมให้กระทำ

รับไม่ได้ ถูกพาดพิงเรียก 40 ทรชน ด.ญ.ผวา ถูกขู่ฆ่ายกครัว

นายสมศักดิ์ หลาวหล้าง ชาวบ้านเกาะแรด กล่าวว่า “ชาวบ้านรับไม่ได้กับคำพูดนี้ ดังนั้น ชาวบ้านอยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้เสียหาย มาชี้ตัวว่า 40 คนในหมู่บ้านนั้นเป็นใคร พวกเราไม่ต้องการอะไรมาก นอกจากต้องการที่จะกู้ชื่อเสียงของชาวบ้านคืนมา ซึ่งปกติพื้นที่ตรงนี้ จะมีชาวบ้านในพื้นที่และชาวบ้านต่างถิ่นมาพักผ่อน นำอาหารมารับประทาน ชมพระอาทิตย์ตกน้ำ แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ไม่มีใครกล้าเข้ามาพื้นที่นี้อีกเลย โดยคนภายนอกมองว่า เป็นหมู่บ้านมีอิทธิพล จึงอยากร้องขอความเป็นธรรม ว่าหมู่บ้านเป็นชุมชนมุสลิมที่เงียบสงบ ใช้ชีวิตอยู่แบบเรียบง่าย ประกอบอาชีพรับจ้างและทำประมง และขอรับรองว่าไม่เคยเกิดเรื่องการรุมโทรมอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด” ชาวบ้านรายนี้ในพื้นที่ กล่าว

หลังให้ข้อมูล นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา ได้มีการสั่งการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีนายเอกรัฐ หลีเส็น รอง ผวจ.พังงา เป็นประธานกรรมการ เบื้องต้นทางกระทรวงยุติธรรมนำตัว เด็กหญิงน้อง อายุ 15 ปี ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศให้ไปอยู่ในความคุ้มครอง และนำครอบครัวออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยแล้ว ส่วนชาวบ้านบางส่วนที่ไม่พอใจ เรียกร้องให้ภาครัฐชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะรู้สึกห่วงว่ากระทบกับการท่องเที่ยวในชุมชน

ที่สำคัญคือ นายชานนท์ ได้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า “ตอนนี้สภาพจิตใจเด็กหญิงน้อง ย่ำแย่มาก ยังมีอาการหวาดกลัว หวาดผวาและนอนละเมอ เนื่องจากโดนคนไม่หวังดีโทรศัพท์มาข่มขู่ว่าหากแจ้งความจะฆ่าผู้เสียหายและคนในครอบครัว ทำให้ครอบครัวเหยื่อกลัวมากและต้องออกมานอกพื้นที่ ผู้ที่ก่อเหตุ 40 คน มีทั้งคนในชุมชนและคนนอกหมู่บ้าน เป็นวัยรุ่นและคนสูงอายุ 

ล่าสุด วันนี้ (5 ก.ย.) พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่หาข้อมูลว่า ส่วนแนวทางการสอบสวนคดี จะเป็นหน้าที่ของกรรมการสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงาน ที่จะชี้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เมื่อได้ข้อสรุป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการออกหมายเรียก แต่หากผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี จะออกหมายจับต่อไป ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ได้ตั้งคณะทำงาน พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้หญิง เพื่อความสะดวกในการสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็ก ถึงข้อเท็จจริงว่าเป็นจริงหรือไม่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน จากเหตุที่เกิดในช่วง พ.ค.ปี 59 จนถึงปัจจุบันเกือบปี ส่วนการกระทำครั้งเดียวถึง 40 คน ตามที่เด็กกล่าวอ้าง เป็นไปไม่ได้ แต่อาจมีการกระทำต่างกรรมต่างวาระ 

“อยากจะบอกไปถึงผู้ที่กระทำความผิด รู้อยู่แก่ใจว่าใครทำอะไรลงไป เพราะมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย อยากให้มามอบตัว รับรองว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” พล.ต.ต.บุญทวี กล่าว

ขณะที่ชาวบ้านเองก็ได้ทำการเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยมีการเขียนข้อความบนป้ายผืนผ้าว่า "ขอความเป็นธรรมให้พี่น้อง ชาวหมู่ 6 ด้วยครับ" เพื่อเรียกร้องหลังจากหมู่บ้านเสียชื่อเสียงจากกรณีดังกล่าว พร้อมออกมาชุมนุมบริเวณศาลาหมู่บ้านกว่า 100 คน โดยมี พล.ต.ต.บุญทวี ลงพื้นที่รับฟังปัญหา เพื่อเก็บข้อมูลข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า จากกการพูดคุยของเจ้าหน้าที่กับเด็ก เด็กยืนยันว่าสามารถจำหน้า หรือชื่อได้ทุกคน ทั้ง 40 คน โดยบางคนเป็นหมอ (ไม่ทราบว่าหมอประจำหมู่บ้านหรือแพทย์เฉพาะทางด้านใด) บางคนเป็นพ่อค้า ขณะที่บางคนมีกลิ่นไม้ติดตัว นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า เด็กได้นำพยานหลักฐานหลายอย่างมาให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นหลักฐานค่อนข้างน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลและกำลังพิจารณาว่าจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ ส่วนข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากฝั่งชาวบ้าน ระบุว่า ครอบครัวนี้ไม่เป็นที่ชอบใจคนในหมู่บ้าน เนื่องจากเคยมีเรื่องร้องเรียนครูคนหนึ่ง ที่เคยลงโทษเด็กและทางครอบครัวได้เรียกร้องค่าเสียหาย.