วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อหิวาต์สายพันธุ์ใหม่ระบาดในสันกำแพง ไก่ล้มตายหลายร้อยตัว

นายอำเภอสันกำแพง ปศุสัตว์อำเภอ เกษตรอำเภอ ชี้สาเหตุไก่ล้มตายจำนวนมาก เกิดจากโรคอหิวาต์สายพันธุ์ใหม่ พร้อมแนะชาวบ้านเน้นความสะอาด หากพบสัตว์ปีกล้มตายควรแจ้ง จนท.ทันที

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ย.60 ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ว่าการอำเภอสันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีการประชุมประจำเดือน โดยนายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล นายอำเภอสันกำแพง เป็นประธานร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการหลายหน่วยงาน

ทั้งนี้ นายอำเภอสันกำแพง ได้กล่าวในที่ประชุมวาระเร่งด่วนเรื่องโรคระบาดสัตว์ปีก (ไก่) ล้มตายเป็นจำนวนมากในพื้นที่ 10 ตำบล 100 หมู่บ้าน โดยมีปศุสัตว์อำเภอ เกษตรอำเภอ และสาธารณสุขอำเภอ ร่วมชี้แจงแนะนำว่า หากพบสัตว์ปีกล้มตายไม่ควรปิดบังโรคจะทำให้เกิดปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโรคมากขึ้น ให้เน้นย้ำเรื่องความสะอาดในพื้นที่เลี้ยงไก่หรือเล้าไก่ ถ้าพบมีไก่ล้มตายให้ทำการฝังกลบประมาณ 1 เมตร พ่นยาฆ่าเชื้อโรค รณรงค์ให้ความรู้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ รายงานสถานการณ์ให้หน่วยงานทางอำเภอทราบอย่างเร่งด่วนเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ

ด้าน นายสุรชัย พรหมมา ปศุสัตว์อำเภอ กล่าวว่า แทบทุกตำบลในอำเภอสันกำแพง ที่มีไก่ล้มตายเป็นจำนวนมากหลายร้อยตัว ส่วนมากเป็นโรคเกิดขึ้นกับไก่ชนหรือไก่พันธุ์พื้นเมือง โรคที่ไก่ล้มตายได้ตรวจสอบร่วมกับปศุสัตว์จังหวัดพบว่าเป็น ”โรคอหิวาต์” สายพันธุ์ใหม่” โรคนี้มากับไก่ที่เจ้าของเอาไก่ไปชนมาแล้วไม่ทำความสะอาดไก่ชนอย่างถูกวิธี และที่อยู่ของไก่หรือเล้าต้องสะอาด เท่าที่ไปตรวจพบสถานที่เลี้ยงไก่เล้าไก่พบว่า ไม่สะอาด สกปรกมาก ซึ่งเบื้องต้นได้แจกน้ำฆ่าเชื้อให้กับเจ้าของเล้าไก่เพื่อนำเอาไปพ่นเพื่อป้องกันโรคดังกล่าวแล้ว ถ้าพบไก่ล้มตายให้แจ้งผู้นำท้องถิ่น แกนนำ ผู้ใหญ่บ้าน อสม.หน่วยงานปศุสัตว์อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 1 ชั่วโมง

สำหรับวิธีจับไก่ที่ล้มตายไม่ควรจับมือเปล่า ทางที่ดีแจ้งให้ทางปศุสัตว์จะได้แนะวิธีที่ถูกต้องในการกำจัดซากไก่ที่ล้มตายได้อย่างถูกวิธี

ขณะที่ นางแจ่มจันทร์ ล่ามช้าง เกษตรอำเภอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไก่โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อฯ ไก่ที่ล้มตายไม่กี่ตัว ก่อนที่เริ่มโครงการมีการฉีดวัคซีนป้องเชื้อมาก่อน โครงการของชุมชนใดที่เลี้ยงไก่ล้มตายให้ชี้แจงมาที่สำนักงานเกษตรอำเภอด่วน เพื่อที่จะแก้ไขร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งด่วนต่อไป