วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่สมศักดิ์ศรี

ระยะนี้ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ พยายามที่จะดิ้นรนเอาตัวเองให้รอดพ้นจาก กฎกติกาตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนที่จะยอมรับการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กลับพยายามที่จะเลี่ยงบาลีเพื่อสืบอำนาจไปชนิดข้างๆคูๆ ภาษามวยก็คือ ชกไม่สมศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นการที่จะบิดเบือนรัฐธรรมนูญในขณะนี้มีอยู่วิธีเดียวคือ การพึ่งพาอำนาจพิเศษ คิดกันแบบหยาบๆ ต่อไปนี้ องค์กรอิสระก็จะตกอยู่ในสภาพขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา

มาตรฐานการตรวจสอบกลไกรัฐจะต่ำตมลงไปเรื่อยๆ

จะมีขบวนการคิดจะรวบอำนาจการเมืองการปกครองอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคืนระบอบประชาธิปไตยแบบครึ่งๆกลางๆ ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ก็จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากขาดความน่าเชื่อถือในกลไกของรัฐ

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่เห็นแล้วอดตกใจไม่ได้กับมาตรฐานกระบวนการตรวจสอบของประเทศไทย นั่นคือข่าวที่ พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. แถลงข่าวขอโทษ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. จากกรณีที่ พิศิษฐ์ เคยแถลงว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ จัดซื้อจัดจ้างไฟประดับ มูลค่า 39 ล้านบาท และระบุว่า สตง.พบพฤติกรรมที่มีการใช้งบประมาณโดยไม่ชอบหลายประการ

ตอนนั้นทำให้ภาพของผู้ว่าการ สตง.เป็นฮีโร่ขึ้นมาทันที

แต่เมื่อภาพข่าวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และ พิศิษฐ์ ออกมาแถลงข่าวคู่กันอีกระลอกในลักษณะที่ว่า พิศิษฐ์ ขอโทษ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่เคยกล่าวหาว่าทุจริตต่อหน้าที่ เนื่องจากได้รับรายงานการตรวจสอบที่ไม่ครบถ้วน จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีพฤติกรรมกระทำผิด ทุจริตคิดมิชอบแต่อย่างใด

เป็นหนังคนละม้วน

พร้อมกันนั้น พิศิษฐ์ ได้ยกมือไหว้ขอบคุณ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ยอมถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทและขอบคุณที่ศาลช่วยไกล่เกลี่ยคดีให้เป็นที่เรียบร้อย นิทานเรื่องนี้ก็น่าจะจบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย

ถ้าพิศิษฐ์ไม่ใช่ผู้ว่าการ สตง.ที่เคยแสดงบทบาทเข้มข้นในการตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐมาโดยตลอด ตามเช็กบิล โครงการต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ๆที่สังคมให้ความสนใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งบประมาณเดินทางไปต่างประเทศของผู้มีตำแหน่งทางการเมือง การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในกองทัพ ภาพของ สตง.ที่สังคมเคยให้ความเชื่อถือ แทบจะชี้ผิดชี้ถูก การันตีความบริสุทธิ์หรือการทุจริตของการใช้งบประมาณในโครงการต่างๆของภาครัฐ

แทบจะพังในพริบตา

น้ำหนักของ สตง.ต่อการทำหน้าที่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ชี้มูลความผิดทำให้ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติจนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง บางรายก็มีผลต่อตำแหน่งหน้าที่การงาน บางรายต้องออกจากตำแหน่ง เพียงแค่รายงานของ สตง.เท่านั้น จะสั่นคลอนแค่ไหน

การปฏิรูปองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งอำนาจและหน้าที่ ควรจะตั้งหลักให้ดีเพราะจะกลายเป็นดาบสองคมที่กระทบกับภาพลักษณ์และการแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบเสียเอง เพราะองค์กรตรวจสอบที่ไม่มีมาตรฐาน.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th