วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กัมพูชาชัดเจน

รัฐบาลกัมพูชาชัดเจน บอกกับโลกตรงไปตรงมาเลยว่า ข้าพเจ้าคบกับจีน ข้าพเจ้าเป็นเครือข่ายของจีน การประชุมสัมมนาใดก็ตามที่มีการกระทบกระทั่งจีน กัมพูชาไม่เอาด้วย และถ้ามีโอกาสก็ตอบโต้แทนจีน

จีนเองก็ชัดเจนกับกัมพูชา ให้ทั้งเงินช่วยเหลือและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ จีนนั่งเป็นผู้ใหญ่ให้กัมพูชานั่งพิงได้อย่างมั่นคง กัมพูชาจึงไม่แคร์มหาอำนาจชาติอื่น สหรัฐฯส่งเอ็นจีโอเข้ามาปฏิบัติการงานเยอะแยะเพื่อที่จะสอดส่ายสายตาหาจุดอ่อนของกัมพูชาเอาไปสร้างความชอบธรรมในการเข้าไปควบคุม

แต่กัมพูชาไม่แคร์สหรัฐฯ แถมยังออกคำสั่งไล่เอ็นจีโอสายสหรัฐฯให้พ้นประเทศ อย่างสถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติที่เข้ามาทะเล่อทะล่าทำงานในกัมพูชาโดยไม่ขึ้นทะเบียน ภาษงภาษีอะไรก็ไม่จ่าย แถมยังเอาคนต่างชาติเข้ามาทำงานกันหลายคน เมื่อมีพฤติกรรมที่จะก้าวก่ายความเป็นไปในประเทศ สมเด็จฮุน เซน ก็สั่งปิดสถาบันฯ แถมไล่พนักงานต่างชาติให้ออกนอกแผ่นดินกัมพูชาภายใน 7 วัน

สถาบันที่ว่าได้รับทุนจากสหรัฐฯ พอโดนสมเด็จฮุน เซน สั่งปิดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯก็โวยวายด้วยการตั้งคำถามว่า กัมพูชาเป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า? ทันทีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯถาม รัฐบาลกัมพูชาก็ออกจดหมายเปิดผนึกถามกลับไปว่า สหรัฐฯให้ทุนสถาบันฯที่ว่ามาช่วยเหลือกัมพูชานั้น มาช่วยเหลือหรือมาขัดขวางคนกัมพูชา ชาวกัมพูชารู้ดีถึงกระบวนการประชาธิปไตย พวกคุณไม่จำเป็นต้องมาบอกว่าเป็นอย่างไร ประชาธิปไตยแบบสหรัฐฯ คือการนองเลือดและความโหดร้ายทารุณ

หนังสือพิมพ์ “กัมพูชารายวัน” ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2536 โดยนักข่าวชาวอเมริกัน เดิมก็ดูเป็นกลางอยู่ดอกครับ แต่พอระยะหลังที่รัฐบาลของสมเด็จฮุน เซน ไปคบค้าสมาคมอย่างสนิทชิดเชื้อกับจีน หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็ซัดรัฐบาลกัมพูชา ทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน สิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม

สมเด็จฮุน เซน เป็นนักพูด มีเรื่องต้องไปพูดเปิด–ปิดงานเกือบทุกวัน ในการพูดของแกก็มีการแทรกเรื่องการเมือง และคำพูดแต่ละประโยคของสมเด็จฮุน เซน คือนโยบายที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องส่งคนไปฟัง สิ่งใดที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับกระทรวงของตัว ก็ไปนำมาปฏิบัติ เมื่อไม่กี่วันก่อน สมเด็จฮุน เซน พูดถึงหนังสือพิมพ์ “กัมพูชารายวัน” ที่ตั้งโดยชาวอเมริกันว่า “หากต้องการจะอยู่ต่อ คุณก็ต้องจ่ายภาษีให้รัฐ ถ้าคุณไม่จ่าย ก็ต้องเก็บกระเป๋าออกไป” จากนั้น สมเด็จฮุน เซน เรียกหนังสือพิมพ์ “กัมพูชารายวัน” ว่า “ไอ้หัวขโมย”

กระทรวงคลังได้ฟังก็ทำคำสั่งไปถึงหนังสือพิมพ์ “กัมพูชารายวัน” ทันที สั่งให้หนังสือพิมพ์กัมพูชารายวันจ่ายภาษีย้อนหลัง+ดอกเบี้ย 6.3 ล้านดอลลาร์ (220.5 ล้านบาท) ภายใน 1 เดือน ถ้าถึง 1 เดือนแล้วยังไม่จ่าย รัฐบาลกัมพูชาจะยึดทรัพย์และปิดกิจการ

สมเด็จฮุน เซน บอกว่า “สหรัฐฯบุกอิรัก ทำให้คนอิรักล้มหายตายจากไปบานเบอะเยอะแยะ แถมยังนำความยุ่งยากไปให้ลิเบีย ซีเรีย เยเมน แล้วทำไมสหรัฐฯไม่ถูกลงโทษ” พอโดนคนจริงตอกกลับอย่างนี้ มีคนนำไปถามประชาสัมพันธ์สถานทูตสหรัฐฯในกัมพูชา พวกสถานทูตอเมริกันบอกว่า อ้า พวกผมไม่ขอแสดงความคิดเห็น

นายกิม โสก อายุ 36 ปี เป็นนักวิเคราะห์การเมืองกัมพูชาให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุเรดิโอฟรีเอเชียว่า “พรรคประชาชนฯ ของสมเด็จฮุน เซน อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมนายแกม ลี นักวิจารณ์รัฐบาล เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559”

ผู้อ่านท่านคงเคยได้ยินข่าวนะครับ ว่านายแกม ลี เป็นนักวิจารณ์การเมือง วิจารณ์ไปวิจารณ์มาก็เลยถูกฆ่าและเป็นข่าวใหญ่ในกัมพูชา

สมเด็จฮุน เซน จึงฟ้องนายกิม โสก ศาลก็เร่งตัดสินว่ากิม โสก มีความผิดหมิ่นประมาทและยั่วยุให้เกิดความไม่สงบ ศาลจึง ตัดสินจำคุกนายกิม โสก 1 ปี 6 เดือน

นายเซือน เสร ระธา อายุ 44 ปี หัวหน้าพรรคพลังเขมร โพสต์ข้อความว่า ทหารกัมพูชาระดมกำลังไปยังชายแดนลาว และเรียกผู้นำทหารกัมพูชาดื่มกินพักผ่อนอยู่ในห้องแอร์ แต่ปล่อยให้ลูกน้องถูกฆ่า หากความขัดแย้งกับลาวเกิดขึ้นจริงๆ

สมเด็จฮุน เซน นำคำพูดนี้ไปฟ้องศาลทันที ศาลกัมพูชาก็ขมีขมันขยันดี รีบตัดสินจำคุกนายเซือน เสร ระธา 5 ปี ด้วยความผิดหลายข้อหา

หนึ่งในนั้นก็คือ ข้อหาบั่นทอนกำลังใจทหาร.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com