วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจตนาฆ่า! สั่งฟ้อง 'ลุงวิศวะ' น้ำตาคลอ ยอมรับเครียด-ศาลให้ประกัน

คดีลั่นไกใส่กลุ่มโจ๋กรูล้อมรถ อัยการชี้พิจารณาตามหลักฐาน

อัยการจังหวัดชลบุรี ยื่นฟ้องลุงวิศวะ ต่อศาลจังหวัดชลบุรี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยให้การปฏิเสธคดีฆ่า รับสารภาพคดีพกพาอาวุธปืน ส่วนกลุ่มโจ๋คู่กรณี 4 คนถูกฟ้องพร้อมกัน โดย 3 คน ถูกฟ้องฐานร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ส่วนคนขับรถตู้ถูกฟ้องฐานจอดรถกีดขวางการจราจร ทั้งหมดรับสารภาพ ศาลนัดฟังคำพิพากษาเดือนพ.ย. ด้านลุงวิศวะ หลังทราบอัยการสั่งฟ้องข้อหาหนักถึงกับน้ำตาซึม ครวญตนปกป้องครอบครัวจากการถูกทำร้าย โดนข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่อีกฝ่ายแค่โดนข้อหาทำร้ายร่างกาย

จากกรณีนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี วิศวกรบริษัท ไมคอล อินจิเนียริ่ง จำกัด หรือลุงวิศวะ ถูกกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้าล้อมรถเก๋งและพยายามจะเข้าทำร้าย แล้วใช้ปืนยิงสวนถูกนายนวพล หรือปอน ผึ่งผาย อายุ 17 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าที่ตั้งครกใหญ่ สามแยกถนนอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 4 ก.พ. หลังมีปากเสียงกันเรื่องจอดรถขวางทางกัน ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี ได้นัดนายสุเทพมาฟังคำสั่งคดีว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีในวันที่ 4 ก.ย.60

ความคืบหน้าการดำเนินคดีหนุ่มใหญ่วิศวกรยิงโจ๋คู่กรณี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่สำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ กับภรรยาพร้อมทนายความ เข้าพบนายชิงชัย โชติแสง อัยการจังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบคำสั่งฟ้องคดีใช้ปืนยิงนายนวพล ผึ่งผาย เสียชีวิต โดยอัยการสั่งฟ้องนายสุเทพ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

จากนั้นนายสุเทพพร้อมภรรยาเดินออกจากห้องทำงานอัยการจังหวัดชลบุรี ด้วยน้ำตาคลอเบ้า กล่าวกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า ตอนนี้รู้สึกเครียด แต่ก็ต้องหาหนทางต่อสู้คดีต่อไป และจะต้องอยู่ให้ได้เพื่อปกป้องครอบครัว อยากถามว่าตนปกป้องครอบครัวจากกลุ่มคนที่จะเข้ามาทำร้าย แต่โดนข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา แต่อีกฝ่ายเป็นกลุ่มมาเหมือนจะเข้ามาฆ่าตนแค่กลับโดนข้อหาทำร้ายร่างกาย นี่คือกระบวนการยุติธรรมของไทย ตนอยาก ถามว่า ต้องรอให้กลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทำร้ายครอบครัวตนให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนใช่ไหม แล้วค่อยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายชิงชัย โชติแสง อัยการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ได้แจ้งข้อหานายสุเทพ ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ในส่วนกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีได้แยกเป็น 2 ส่วน คือพวกที่พ้นเกณฑ์เยาวชนแล้ว 4 คน ในจำนวนนี้ 3 คน ถูกตั้งข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ส่วนอีกคนเป็นคนขับรถตู้ตั้งข้อหาจอดรถลักษณะกีดขวางการจราจร กับเยาวชน 1 คน อยู่สถานพินิจเด็กและเยาวชนแล้ว คดีนี้ทางสำนักงานอัยการจังหวัดชลบุรีได้พิจารณาตามหลักฐาน ไม่ใช่ตามกระแสสังคม พิจารณาแบบตรงไปตรงมา เพราะไม่รู้จักกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ หลังจากนี้ก็ขอให้ทั้งสองฝ่ายหาพยานหลักฐานเพื่อเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลต่อไป

ต่อมาพนักงานอัยการนำนายสุเทพไปยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดชลบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2941/2560 ก่อนนำเข้าห้องพิจารณาที่ 1 โดยนายณัฐวุฒิ โสมทัศน์ กับพวก 4 คน วัยรุ่นคู่กรณี มารอ อยู่ในห้องพิจารณา เนื่องจากถูกสั่งฟ้องพร้อมกัน โดยศาลได้อ่านคำฟ้องให้นายสุเทพฟัง สรุปว่าเมื่อวันที่ 4 ก.พ. นายสุเทพได้ใช้อาวุธปืนขนาด .380 ยิงนายนวพล ผึ่งผาย เข้าที่ราวนมซ้าย 1 นัด กระสุน ฝังใน เสียชีวิตในขณะนำส่ง รพ.ชลบุรี ซึ่งนายสุเทพ ให้การปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา รับสารภาพข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยศาลนัดคุ้มครองสิทธิ์เพื่อให้นายสุเทพไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีในวันที่ 17 ต.ค.นี้

จากนั้นศาลได้อ่านคำฟ้องคดีหมายดำเลขที่ 2933/2560 อัยการจังหวัดชลบุรีเป็นโจทก์ ฟ้องนายณัฐวุฒิ โสมทัศน์ นายอดิศร แสนศักดิ์ และนายกมล แจ่มวัย ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ร่วมกันทำร้ายเจ้าพนักงาน และร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ส่วนนายนิพนธ์ ทองสี คนขับรถตู้ถูกฟ้องในข้อหาจอดรถลักษณะกีดขวางการจราจร โดยคำฟ้องระบุว่าในวันเวลาที่เกิดเหตุเดียวกัน นายณัฐวุฒิกับพวกได้รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่มาระงับเหตุทะเลาะวิวาท และรุมทำร้ายนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนายณัฐวุฒิกับพวกรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 7 พ.ย.นี้

หลังจากนั้นนายสุเทพได้ใช้กรมธรรม์ประกันภัยวงเงิน 500,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ยื่นขอประกัน ตัว ขณะที่ฝ่ายวัยรุ่นคู่กรณีทั้ง 4 คน นำเงินสดคนละ 80,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัวเช่นกัน ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว

ด้านเรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า กรณีเหตุชายวิวาทกับวัยรุ่นที่ขับรถตู้ขวาง เป็นคดีสำคัญเป็นที่สนใจของประชาชน และผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ซึ่งอัยการมีการตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณา และมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร แต่สั่งไม่ฟ้องข้อหามีและครอบครองอาวุธปืน เนื่องจากผู้ต้องหามีใบอนุญาตครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมาย และเสนอให้นายศิริศักดิ์ อัครปรีดี อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการเขต 2 เห็นชอบ และมีคำสั่งดังกล่าว ขอยืนยันว่าอัยการพิจารณาสั่งคดีด้วยความเป็นธรรมเป็นกลาง เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน