วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห่วงคนไทย-เอสเอ็มอีพากันตายหมู่ กฎหมายภาษีที่ดินใหม่ไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์ผลกระทบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2560 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เบื้องต้นพบว่า จะกระทบประชาชนในวงกว้างรวมถึงภาคธุรกิจ โดยเฉพาะขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ไม่สามารถแบกรับภาระภาษีได้ โดยเฉพาะหากมีที่ดินสิ่งปลูกสร้างอยู่ใจกลางเมือง เช่น สีลม สุรวงศ์ เจริญกรุง เยาวราช หรือสุขุมวิท หรือภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา ซึ่งที่ดินมีราคาสูงมากเจ้าของที่ดินเหล่านี้ต้องเสียภาษีในอัตราสูง ทั้งๆ ที่บางรายอาจไม่ใช่เศรษฐี หรืออาจใช้ที่ดินบางส่วนให้เช่าขายของเล็กๆ น้อยๆ หากถูกประเมินว่าเพื่อการพาณิชย์ ต้องเสียภาษี 0.3-2% ของราคาประเมิน ซึ่งรายได้จากการให้เช่าอาจไม่คุ้มค่ากับภาระภาษี

ส่วนเอสเอ็มอีโดยเฉพาะกิจการที่ใช้ที่ดินมากแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ เช่น สถานีบริการน้ำมัน-แก๊ส, คาร์แคร์, ตลาดสด, หอพักราคาถูก, สถานที่จอดรถ, โรงเรียนเอกชน ฯลฯ ที่เดิมไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่หรือเสียน้อย แต่เมื่อต้องเสียภาษีตามกฎหมายใหม่ รายได้จากค่าเช่าและการประกอบกิจการจะไม่คุ้มค่ากับภาระภาษีอีกเช่นกัน และอาจต้องปิดกิจการหรือขายที่ดินในที่สุด นอกจากนี้ สิ่งที่กังวลที่สุด คือ กำหนดบทลงโทษทางอาญาด้วย เช่น เจ้าของที่ดินเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยไม่แจ้ง จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, หากโอนย้ายทรัพย์สินที่ผู้บริหารท้องถิ่นสั่งยึด อายัดไว้แล้ว จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, หากแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 60,000 บาท ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เลี่ยงภาษีมีโทษทางอาญา

ขณะเดียวกัน ยังกังวลถึงกรณีที่ให้อำนาจองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งการประเมินและการจัดเก็บ รวมทั้งยึดและอายัดทรัพย์ขายทอดตลาด จึงเกรงว่าอาจเป็นช่องทางเอื้อให้เกิดทุจริต เพราะกฎหมายเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจได้เอง รวมถึงอาจกลั่นแกล้งผู้ประกอบการจนจัด เก็บไม่เป็นธรรม หรืออาจถูกส่งดำเนินคดีอาญาได้ ดังนั้น ต้องการให้มีคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใสของเจ้าหน้าท้องถิ่นด้วย สำหรับ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คาดจะบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.62 โดยกำหนดจัดเก็บภาษีที่ดิน 4 ประเภทคือ ที่ดินเกษตรกรรมไม่เกิน 0.2% ที่ดินที่พักอาศัยไม่เกิน 0.5% ที่ดินพาณิชยกรรมไม่เกิน 2% และที่ดินรกร้างว่างเปล่า 2% และจะเพิ่ม 0.5% ทุกๆ 3 ปี โดยมีเพดานภาษีสูงสุด 5%.