วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เวลคัม ทู รัสเซีย

โดย หมวดแซม

ผ่านไปแล้วกับศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (ศุกร์ 1 ก.ย.–อาทิตย์ 3 ก.ย.) ปรากฏว่าบรรดาทีมบิ๊กเนมอย่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี, “กระทิงดุ” สเปน, “ฝอยทอง” โปรตุเกส, “สิงโต คำราม” อังกฤษ และ “อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ ต่างเก็บชัยชนะได้อย่างทั่วหน้า

“กระทิงดุ” สเปน ภายใต้การคุมทัพของ ฮูเลน โลเปเตกี กุนซือคนใหม่ป้ายแดง โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง ด้วยการเปิดบ้านที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว ไล่ขวิด “อัซซูรี” อิตาลี ไส้แตก 3-0 ในการลงสนามนัดที่ 7 ของกลุ่มจี

นัดนี้ พระเอกของทีมกระทิงดุ ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น อิสโก กองกลางเพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด ที่เหมาตะบันคนเดียวสองประตู ส่วนอีกลูกเป็นผลงานของ อัลบาโร โมราตา กองหน้าเจ้าของค่าตัว 70 ล้านปอนด์ของ “สิงห์บลู” เชลซี ที่ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง

จากการคว้าชัยนัดนี้ ทำให้ สเปน ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายเอาไว้ได้ต่อไป จากการลงเล่น 7 นัด (ชนะ 6 เสมอ 1) มีเพิ่มเป็น 19 คะแนน ยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มจี อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับยัดเยียดความปราชัยนัดแรกให้กับอิตาลีด้วย ทำให้ทีมอัซซูรีมี 16 แต้ม รั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม

ทางด้าน “สิงโตคำราม” อังกฤษ ทีมขวัญใจมหาชนชาวไทย บุกไปถล่มทีมบ๊วยของกลุ่มอย่าง มอลตา ขาดลอย 4-0 ในเกมนัดที่ 7 กลุ่มเอฟ ทำให้ อังกฤษ เตะไป 7 นัด ยังไม่แพ้ใคร (ชนะ 5 เสมอ 2) มี 17 คะแนน รั้งจ่าฝูงของกลุ่ม

แม้เกมนี้อังกฤษจะคว้าชัยขาดลอย 4-0 แต่รูปเกมกลับสวนทางต่างจากสกอร์อย่างสิ้นเชิง เพราะเล่นกันสะเปะสะปะ ดูแล้วชวนง่วงอย่างยิ่ง และนี่คือเกมแรกที่อังกฤษไม่มี เวย์น รูนีย์ กองหน้าตัวเก๋า เพราะประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว ด้วยวัย 31 ปี

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า “สิงโตคำราม” อังกฤษ จะตีตั๋วเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย กลางปีหน้าอย่างแน่นอน

แต่ที่พลิกล็อกสุดๆก็คือ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ที่เหนือกว่าทั้งชื่อชั้นและตัวผู้เล่น แต่กลับทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับชาติเล็กๆในยุโรปอย่าง ลักเซมเบิร์ก แบบไร้สกอร์ 0-0 เก็บได้แค่แต้มเดียว ในเกมกลุ่มเอ

ว่ากันตามตรง เทียบนักเตะกันแบบปอนด์ต่อปอนด์แล้ว ฝรั่งเศสต้องถล่มเอาชนะลักเซมเบิร์ก ด้วยสกอร์ไม่ต่ำกว่า 4-0

เกมนี้ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมตราไก่จัดทัพเต็มสูบในแนวรุก โดยส่งทั้ง คีเลียน เอ็มบัปเป, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, อองตวน กรีซมันน์ และโตมาส์ เลอมาร์ ลงล่าตาข่าย

ฝรั่งเศสครองบอลมากถึง 76 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสยิงประตู 34 ครั้ง แถมยังชนเสาคานอีก 2 ครั้ง แต่สุดท้ายกลับเจาะแนวรับทีมรองบ่อนอย่าง ลักเซมเบิร์ก ไม่เข้า

สำหรับลักเซมเบิร์กแล้ว การบุกมายันเสมอฝรั่งเศสถึงถิ่นก็เหมือนกับคว้าชัยชนะเลยทีเดียว นี่คือวันแห่งประวัติศาสตร์ของลักเซมเบิร์ก

ส่วน “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียมกลายเป็นทีมแรกจากรอบคัดเลือกโซนยุโรปที่คว้าตั๋วไปเล่นบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่รัสเซียแล้ว หลังบุกไปพิชิตกรีซ 2-1 นัดนี้ โรเมลู ลูกากูหัวหอกแมนฯยู เป็นฮีโร่โหม่งประตูชัยให้เบลเยียม

ทำให้ตอนนี้ได้แล้ว 6 ชาติที่ผ่านเข้าไป เล่นเวิลด์คัพ 2018 รอบสุดท้ายที่รัสเซีย ได้แก่ รัสเซีย (เจ้าภาพ), บราซิล, ญี่ปุ่น, อิหร่าน, เม็กซิโก และเบลเยียม.

หมวดแซม