วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"คลัง" ดันใช้ ม.44 แจ้งเกิด พ.ร.บ.สตาร์ตอัพ เว้นภาษีส่วนต่างกำไรจากการขายหุ้น!

นายสมชัย สัจจพงษ์

นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยภายหลังการหารืออย่างเป็นทางการครั้งที่ 1 ร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการเสนอพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิสาหกิจเริ่มต้น พ.ศ. ... หรือสตาร์ต อัพ (Start Up) ว่า การหารือในครั้งนี้เพื่อต้องการให้กระทรวงการคลังออกกฎหมายที่ชัดเจนและแยกแยะระหว่างวิสาหกิจเริ่มต้น (Start Up) กับกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เพื่อให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยให้ถูกจุด และตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการสตาร์ต อัพ โดยจะมีการกำหนดนิยามที่ชัดเจนให้แก่ธุรกิจสตาร์ต อัพ

สำหรับคำนิยามของสตาร์ต อัพ ประกอบด้วย ธุรกิจที่จดทะเบียนและก่อตั้งไม่เกิน 60 เดือนหรือ 5 ปี มีการจ้างแรงงานที่มีความรู้และความสามารถทางด้านเทคโนโลยี และมีการลงทุนที่มีลักษณะที่เป็นนวัตกรรม โดยจะขอให้กระทรวงการคลังยกเว้นภาษีส่วนต่างของกำไร (Capital Gain) จากการขายหุ้นที่ลงทุนในสตาร์ต อัพ ภายในระยะเวลาลงทุนไม่เกิน 5 ปี ส่วนเจ้าของกิจการสตาร์ต อัพ นั้น ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในระยะเวลา 5 ปีอยู่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับทำธุรกิจสตาร์ต อัพ ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และหากไม่ประสบความสำเร็จก็สามารถเลิกกิจการได้รวดเร็วเช่นกัน

นายพันธุ์อาจกล่าวว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะรีบนำกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็วที่สุด และขอนายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการสตาร์ต อัพ รอคอย เนื่องจากการลงทุนในกิจการสตาร์ต อัพ มีความเสี่ยงสูง เช่น ลงทุนใน 10 ธุรกิจ อาจจะขาดทุนไป 8 กิจการ และอีก 2 กิจการที่เหลือมีกำไร ซึ่งกำไรที่เกิดขึ้นอาจมีมูลค่ามาก กว่าเงินลงทุนใน 8 กิจการก็ได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รายงานว่า มีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่สนใจลงทุนในกิจการสตาร์ต อัพ ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.