วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลไต่สวน ทหารยิง‘ชัยภูมิ ป่าแส’หนุ่มลาหู่-ฆาตกรรม หรือวิสามัญฆาตกรรม

ศาลเชียงใหม่ นัดไต่สวนการตาย ‘อะเบ แซ่หมู่-ชัยภูมิ ป่าแส’ ชาวชาติพันธ์ุลีซู ลาหู่ หลังถูกวิสามัญฯ โดยทหารประจำด่านบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว ด้วยเหตุผลเดียวกัน "ขว้างระเบิดใส่" มีทนายจาก 3 องค์กรมาช่วยว่าความ แม่เผย มีคนเสนอเงิน 3 แสน...  

เวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ย. 60 ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้นัดไต่สวนการตายของ นายอะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ซึ่งทั้ง 2 คนเป็น (ชาวชาติพันธุ์ เผ่าลีซู-ลาหู่) ได้ถูกเจ้าหน้าที่หหารยิงเสียชีวิต สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำอยู่ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนยิงนายอะเบ แซ่หมู่ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยอ้างว่านายอะเบจะขว้างระเบิดใส่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายอะเบ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และกล่าวหาว่านายอะเบมียาเสพติดประเภทเฮโรอีน 2 หลอด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย เหตุเกิดบริเวณถนนระหว่างบ้านรินหลวง-บ้านป่าบงงามลีซอ เลยด่านตรวจบ้านรินหลวงไปไม่ไกล

ต่อมา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่ทหารอีกชุดหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่ที่ด่านบ้านรินหลวงเช่นเดียวกัน ใช้อาวุธปืนยิงนายชัยภูมิ ป่าแส (ชาติพันธุ์ลาหู่) จนเสียชีวิต โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้ข้อเข้าตรวจค้นรถยนต์นายชัยภูมิ และพบยาเสพติดประเภทยาบ้าจำนวนมากบรรจุซองพลาสติกซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณส่วนกรองอากาศของรถ แต่นายชัยภูมิได้ขัดขืนต่อสู้เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจะใช้อาวุธระเบิดที่นายชัยภูมิมีไว้ในความครอบครองขว้างใส่ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายชัยภูมิ เหตุเกิด ณ บริเวณจุดตรวจด่านบ้านรินหลวง

ทั้งนี้ นายชัยภูมิ ป่าแส เป็นเยาวชนนักกิจกรรมทางสังคม และอยู่ระหว่างศึกษาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงดาว ทั้งสองกรณี พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นคำร้องชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องด้วยเหตุแห่งการตายของนายอะเบและนายชัยภูมิ เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่า ได้กระทำในขณะปฏิบัติราชการตามหนาที่ จึงต้องมีการไต่สวนเพื่อให้ทราบว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน อย่างไร รวมถึงเหตุและพฤติการณ์แห่งการตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเป็นคดีหมายเลขดำ ที่ ช.18/2560 และคดีหมายเลขดำ ที่ ช.19/2560 นัดไต่สวนทั้งสองคดีในวันที่ 4 กันยายน 2560

ด้าน นายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความของผู้ตายทั้ง 2 คนเผยว่า วันนี้อัยการได้เป็นโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนการเสีนชีวิตของคนทั้ง 2 โดยคดีของนายอะเบนั้น ทางทนายความได้ขอเลื่อนการนัดไต่สวนออกไปในวันที่ 31 ม.ค.62 ส่วนการไต่สวนคดีของนายชัยภูมิ ป่าแส วันนี้ทหารได้นำทหาร 3 นาย ที่เกี่ยวข้องกับการทำวิสามัญฯ ขึ้นไต่สวน รูปคดีขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะต้องดูให้จบก่อน ฝ่ายทหารคงเบิกความไปตามสถานการณ์ที่เขาอ้าง ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีก็ต้องไปดูพยานหลักฐานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหรือว่าหลักฐานการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมกับพยานที่เกี่ยวข้องอีกหลายปาก ที่ศาลจะเรียกขึ้นเบิกความในนัดถัดไป ตอนนี้ทีมทนายยังบอกอะไรไม่ได้เพราะยังเป็นช่วงการสืบพยาน

นางอาหมีมะ แซ่หมู่ มารดานายอะเบ แซ่หมู่ และ นางณัฐนันท์ แซ่หมู่ น้าสาวกล่าวว่า ยังคงติดใจในการตายของลูกชายที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิต และหลังจากที่เกิดเรื่อง มีคนติดต่อให้เงิน 3 แสนบาท เพื่อขอยุติคดีนี้ แต่ทางญาติไม่ยอม เช่นเดียวกับ นางปอย ป่าแส มารดาของนายชัยภูมิ ป่าแส ก็ติดใจการเสียชีวิตลูกชายเช่นกัน จึงร้องขอความช่วยเหลือจากองค์กรสิทธิมนุษยชน เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย มีการแต่งตั้งทนายความจาก 3 องคก์ร ได้แก่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น เป็นทนายความให้แก่ญาติผู้ต้ายทั้งสองคดี เข้าซักถามพยานของพนักงานอัยการ และสืบพยานอื่นๆ เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตามบิดามารดา และญาติของผู้ตายทั้งสองเชื่อว่า บุตรชายของตนถูกฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ทหารกระทำเกินสมควรแก่เหตุ และเป็นที่สงสัยอย่างยิ่งว่าทั้ง สองกรณีเกิดเหตุในระยะเวลาห่างกันไม่ถึงเดือน ปรากฏระเบิดชนิดเดียวกันกับศพผู้ตาย ซึ่งขัดแย้งกับพยานบุคคลและพยานอื่นๆ ที่รู้เห็นเหตุการณ์ว่าทั้ง 2 คนก่อนตายไม่มีอาวุธใดๆ ซึ่งฝ่ายญาติจะได้นำสืบให้ปรากฏความจริงในศาลต่อไป.