วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช่างมัน! จูลี่ รู้อยู่แล้วคลิปจะหลุด เปิดชีวิตดิ้นรนเป็นพนักงานแมคฯ

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ดารัณ เศรษฐิณิช ชนวราสุทธิศิริ หรือ จูลี่ เดอะเฟซ ต้องเจอกระแสข่าวคลิปหลุดจนต้องถูกพักงานไป และล่าสุดได้เจอสาวดารัณที่งานประกวด Miss Fat Thailand 2017 เลยอัพเดตชีวิตหลังเจอมรสุมข่าวฉาวซัดชีวิตจนต้องหยุดรับงานในวงการบันเทิงไปพักใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดหมดใจถึงเรื่องนี้ว่า 

ช่วงที่มีข่าวเครียดมั้ย?
“ช่วงนั้นหนูทำบุญหนักมาก เพราะคิดว่าการที่เราเอาเงินไปทำบุญมันน่าจะได้อะไรกลับมาบ้าง มันจะได้มีงานเข้ามาบ้าง ก็ตั้งใจทำบุญ ไปบวชพระ 9 รูป บวชชีพราหมณ์ พอบวชเสร็จก็เปลี่ยนชื่อเลย

ตอนที่ข่าวออกมา หนูกลัวโดนฉีกสัญญามากๆ รีบโทรไปหาต้นสังกัด และได้รับคำตอบว่า ใจเย็นๆ นะเดี๋ยวจะจัดการให้ ตอนนั้นโล่งใจมาก ดีใจมาก ไม่คิดว่าเค้าจะใจดีกับเราได้ขนาดนี้ คือที่มีคนเข้าใจหนูเพราะก่อนหน้านี้หนูได้ไปออกรายการของติช่า เมคอัพมายเวย์ เล่าเรื่องราวในชีวิตว่าก่อนหน้าที่จะมาประกวดชีวิตต้องลำบากขนาดไหนมาก่อน

เพราะไปออกรายการครั้งนั้น คนเข้าใจพื้นฐานชีวิตของหนู คนเลยเข้าใจในสิ่งที่หนูทำมากขึ้น ว่าทำไมหนูถึงต้องทำอะไรแบบนี้ ตอนนั้นก็คิดว่าตัวเองคงยังพอมีบุญอยู่บ้าง (ยิ้ม) ไม่งั้นคงหนักกว่านี้

ดีใจที่ผู้ใหญ่ยังให้โอกาสหนู เพราะเอาจริงๆ มีคนหมั่นไส้หนูเยอะมากเหมือนกัน บอกว่าหนูทำเรื่องหนักขนาดนี้ทำไมผู้ใหญ่ไม่ให้ออกไปจากวงการ ทำไมยังอยู่ได้เหมือนไม่เกิดอะไรขึ้นเลย หนูมองว่าการที่หนูยังได้ทำงานอยู่ตรงนี้ เป็นเพราะว่าหนูทำบุญทำกุศลมาเยอะ สวดมนต์ ก็คงเป็นบุญที่เราได้ทำไว้ ก็คงทำต่อไป เรื่องแค่นี้ไม่เป็นไรเราต้องทนได้

เพราะกว่าจะมีวันนี้ได้ ชีวิตหนูมันลำบากมาก่อน เราเคยทำงานพาร์ตไทม์เป็นพนักงานร้านแมคโดนัลด์ได้วันละไม่กี่บาท เป็นนางงามเดินสาย และพอวันนึงมีโอกาสได้เข้ามาประกวดในรายการเดอะเฟซ ก็ได้มาอยู่ในวงการบันเทิง การมีโอกาสได้เข้ามาทำงานในวงการมันไม่ใช่ได้มากันทุกคน มันไม่ได้เข้ามากันง่ายๆ หนูจึงอยากขอทำตรงนี้ให้ดีที่สุด

ถ้ารุ่งในสายอาชีพนี้หนูก็จะทำอาชีพนี้ ไม่ต้องเป็นนางเอก ขอแค่มีงานให้ได้ทำ และขอใช้ความสามารถพิสูจน์ตัวเอง ทำให้เต็มที่ที่สุด เพราะโอกาสไม่ได้มีบ่อยๆ วันนี้หนูได้มันมาอีกครั้ง หนูก็จะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

ใครเป็นคนแนะนำให้เปลี่ยนชื่อ?
“ไม่มีค่ะ แต่หนูอยากเปลี่ยนนานแล้ว แต่ด้วยช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้ไม่มีเวลา เพราะการเปลี่ยนชื่อมันต้องใช้เวลา เพราะต้องเปลี่ยนเอกสารหลายอย่าง ใจจริงหนูอยากจะเปลี่ยนชื่อตั้งแต่ก่อนเข้าประกวดเดอะเฟซแล้วค่ะ พอเกิดเรื่องเลยได้หยุดงาน ว่าง ก็เลยทำให้เราได้คิดเยอะขึ้น ได้ทำอะไรมากขึ้น

นึกขึ้นได้ว่าจะเปลี่ยนชื่อ เพราะชื่อเดิมมีคนทักนานแล้ว และทักหลายคนว่าชื่อเล่นชื่อจริงไม่ดี มันได้ผลออกมาว่าหนูจะเป็นโรคเกี่ยวกับช่องท้อง ไม่ดีให้ระวังด้านนี้ ซึ่งหนูป่วยเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เด็กด้วยโรคลำไส้มาตลอด ล่าสุดไปดูหมอมา เค้าก็ทักว่าให้ระวังเรื่องซีสต์ในช่องท้อง หนูก็กลัว

แล้วพี่ไดญาเป็นคนแนะนำให้รู้จักค่ะ อาจารย์คนนี้ก่อนหน้านี้เค้าไม่เชื่อเรื่องนี้ เลยถูกอาจารย์อีกคนนึงท้าให้เปลี่ยน บอกว่าเปลี่ยนสิ แล้วจะรวย เค้าก็เปลี่ยนแล้วก็รวย หลังจากนั้นเค้าก็ยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก เพราะว่าพูดไว้ว่าถ้าเปลี่ยนแล้วรวยจริงจะทำ ตอนแรกกะเปลี่ยนแค่นามสกุล แต่อาจารย์บอกว่า เปลี่ยนแค่นี้กรรมเก่าก็ไม่หมด ก่อนเปลี่ยนก็ปรึกษาแม่ แม่อนุญาต เพราะแม่ก็เปลี่ยน เปลี่ยนแล้วได้บ้านได้รถ ไม่น่าเชื่อจริงๆ พอหนูเปลี่ยนก็ดีขึ้นค่ะ


ตั้งแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นอย่างไรบ้าง?
“ชีวิตดีขึ้นค่ะ (ยิ้ม) งานเข้ามาจากตอนแรกที่เงียบไป เพราะผู้ใหญ่ให้พักงานและสภาพจิตใจ และภาพลักษณ์ต่างๆ ก็เข้าใจในส่วนนั้น เงียบไปประมาณเดือน 2 เดือน ช่วงนั้นก็ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้ก็มีผลกระทบกับชีวิตเหมือนกันในช่วงที่ไม่ได้รับงาน ไม่มีรายได้เข้ามา แต่ก็ยังขายเสื้อผ้า เลยพอช่วยได้บ้าง”

บางคนมองว่าที่เปลี่ยนชื่อเพราะไม่อยากให้เสิร์ชชื่อแล้วเจอในเน็ต?
“ไม่เกี่ยวกันเลยค่ะ คือเรื่องนี้หนูไม่เคยกลัวอยู่แล้ว ยังไงคนก็จำเราได้อย่างนั้นอยู่แล้ว เปลี่ยนเพราะเรื่องสุขภาพ และแก้เคล็ด เพราะถ้าใช้ชื่อนั้น อาจจะเป็นผลในการทำงานต่อไป ก็เป็นการเปลี่ยนแก้เคล็ด ปรับดวงใหม่ ไปเปลี่ยนชื่อมาหนูเน้นให้รวยค่ะ (ยิ้ม)”

ดูเป็นฝรั่งไม่น่าจะเชื่อเรื่องแบบนี้?
“ตอนแรกหนูก็ไม่เชื่อนะคะ ไม่เชื่อเลย เพิ่งมาเจอกับตัว ก็เลยเชื่อ และพี่ไดญา เค้าก็เปลี่ยนชื่อ เค้าได้ออกเทป คุณแม่พี่ไดญาเป็นมะเร็งเปลี่ยนชื่อแล้วหาย อะไรหลายๆ อย่างมันก็ทำให้หนูเริ่มเชื่อมากขึ้น”

ข่าวส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์กับไดญามั้ย?
“ไม่เลยค่ะ ความสัมพันธ์สนิทกว่าเดิมด้วยซ้ำ (ยิ้ม) แต่ช่วงที่หนูมีข่าวพี่ไดญาน่าสงสารมาก เพราะเป็นช่วงที่แม่เค้าป่วยเป็นมะเร็งพอดี แล้วหนูก็เกิดเรื่อง ไหนจะแม่ ไหนจะหนู ช่วงนั้นเค้าไม่รู้จะแยกร่างมาดูแลทั้ง 2 คนได้อย่างไร กับหนูก็ต้องดูแลเพราะสภาพจิตใจตอนนั้นแย่มาก

เค้าก็บอกว่าเรื่องแค่นี้เล็กน้อยมากกับที่เคยผ่านมาของหนู แค่นี้เด็กๆ สบายๆ เค้าก็บอกดูเค้าสิ แม่ป่วยนะ หนูก็ยิ่งรู้สึกเออ เราต้องแข็งแรงขึ้นนะ (ยิ้ม) ถามว่าตอนนั้นแย่ขนาดกินไม่ได้นอนไม่หลับมั้ย คือไม่ขนาดนั้น เพราะว่าหนูทำใจมาระดับนึง เพราะหนูรู้ว่าวันนึงเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้น

คือคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว และเรื่องนี้หนูก็บอกพี่ไดญาเค้าไว้แล้วหนูกลัวเรื่องนี้มากเลย ที่ว่าวันนึงจะเกิดขึ้น และพอมันเกิดขึ้นเค้าก็อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจหนูดีมากเลยค่ะ”