วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอละพ่อ คดีพลิก! ปมดราม่าแม่ทิ้งลูกเพิ่งเกิด 22 วัน เผยสาเหตุที่แท้จริงแล้ว

คดีพลิก เมื่อหนุ่มนั่งร้องไห้พร้อมอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดได้ 22 วัน โดยระบุว่าถูกเมียทิ้งไปอยู่กับผัวใหม่ ชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์ด้านลบอย่างหนักถึงแม่ของเด็ก ล่าสุดเรื่องทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิด วอนชาวเน็ตเห็นใจและเข้าใจว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้คิดทิ้งลูกและไม่ได้หนีไปหาผู้ชายคนใหม่....

จากข่าว จิตใจทำด้วยอะไร! แม่ทิ้งลูกเพิ่งเกิด 22 วัน ซ้ำขโมยเงินหนีไปอยู่กับผัวใหม่ ล่าสุด วันนี้ (4 ก.ย. 60) นายธนาเอก นเรศ รอดงาม หรือปู พี่ชายแท้ๆ แต่ต่างบิดาของชายหนุ่มนั่งร้องไห้อุ้มลูก ทราบชื่อต่อมาว่า นายเกียรติศักดิ์ไพศาล ไพบูลย์ หรือ กบ วัย 37 ปี เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า เมื่อเห็นข่าวทางสื่อออนไลน์ ก็รีบติดต่อน้องชายทันทีเพื่อสอบถามความจริง จึงรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิด ตอนนี้ทั้งสองปรับความเข้าใจและกลับมาอยู่ด้วยกันสามคน พ่อแม่ลูกแล้ว วอนชาวเน็ตเข้าใจว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้ทิ้งลูกตามที่เป็นข่าว

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เข้าใจผิดกัน นายธนาเอกกล่าวว่า ในคืนวันเกิดเหตุทั้งสองทะเลาะกันเพราะความหึงหวง ฝ่ายหญิงถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยความเสียใจจึงหนีออกจากบ้านโดยไม่มีโทรศัพท์ติดตัว จึงไม่สามารถติดต่อกันได้หลายชั่วโมง อีกทั้งฝ่ายชายคิดว่าฝ่ายหญิงนอกใจ เลยหอบลูกหนีเพื่อกลับบ้านที่ชัยภูมิ เเละออกมาเเบบไม่มีเงินติดตัว จนได้รับการช่วยเหลือจาก จ.ส.ต.ปฏิวัติ ทะวาปี และ น.ส.ณัฐิดา ทะวาปี ให้เงินซื้อตั๋ว เเต่ต้องคืนตั๋ว เพราะฝ่ายหญิงติดต่อมาและรีบมาหาเคลียร์และทำความเข้าใจกัน จากนั้นก็ตัดสินใจพากันกลับบ้านฝ่ายหญิงที่ศรีสะเกษโดยรถไฟ

“ทั้งสองยอมรับว่าทะเลาะกันจริงถึงขั้นลงไม้ลงมือด้วย แต่ฝ่ายหญิงซึ่งเป็นน้องสะใภ้ไม่ได้หนีไปหาผู้ชาย เเต่น้องชายผม เข้าใจผิดเอง ทำให้สังคมมองฝ่ายหญิงไม่ดี เเละน้องชายก็ไม่มีเจตนาโกหกสังคมเพื่อประโยชน์ส่วนตัว” นายธนาเอก กล่าว

ด้าน “นา” วัย 33 ปี ภรรยาของนายกบ เปิดใจกับทีมข่าวฯ ว่า ตอนนี้ทั้งสองเข้าใจกันดี และย้ำหนักแน่นว่าเหตุวันนั้นเกิดจากหึงหวงและความเข้าใจผิดของสามีจริงๆ ซึ่งโดยปกติสามีเป็นคนขี้หึงอยู่แล้ว 

“ที่แฟนบอกว่าทิ้งลูก ทิ้งผัวนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่เคยคิดจะทิ้งลูก แม้ตอนนี้เราจะตกงานก็ตาม เรื่องมันเกิดจากความเข้าใจผิดของแฟน เพราะวันนั้นทะเลาะกันอย่างรุนแรง ขอโทษสังคมที่ทำให้เข้าใจผิด อยากให้ทุกคนนำเรื่องของเราไปเป็นอุทาหรณ์ หากมีปัญหาอะไรควรรีบปรับความเข้าใจกัน และอย่าหนีออกจากบ้าน เพราะจะยิ่งทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตได้” นา กล่าวทิ้งท้าย.