วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตา "เก้าอี้ร้อน ผอ.พศ." หลังเด้ง "พงศ์พร" เข้ากรุสำนักนายกรัฐมนตรี : วัดใจรัฐบาล คสช.

ย้าย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ “พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์”

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงคณะสงฆ์ไทยขึ้นมาทันที

เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 29 ส.ค. มีมติตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร จากตำแหน่ง ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไปเป็นผู้ตรวจราชการ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งๆที่ พ.ต.ท.พงศ์พรเพิ่งทำงานที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯยังไม่ถึง 6 เดือน

และที่สำคัญการมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯของ พ.ต.ท.พงศ์พร เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2560 ยังมาด้วยมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับ ชั่วคราว พ.ศ.2557

นั่นหมายความว่า พ.ต.ท.พงศ์พร คือคนที่รัฐบาลเลือกให้มาดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ

การที่รัฐบาลเลือก พ.ต.ท.พงศ์พร มาเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯในขณะนั้น ซึ่งหลายคนมองว่า เพื่อต้องการให้ช่วยแก้ปัญหากรณีวัดพระธรรมกาย เพราะ พ.ต.ท.พงศ์พร มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวน สอบสวน โดยขณะที่ทำงานที่กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เคยเป็นทั้ง ผอ.ส่วน สืบสวนสะกดรอย และผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร

แม้จะยังไม่สามารถจับกุมตัว พระไชยบูลย์ ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรได้ แต่ต้องยอมรับ ว่า พ.ต.ท.พงศ์พร เข้ามาช่วยประสานงานระหว่างคณะสงฆ์ และดีเอสไอ ทำให้สถานการณ์กรณีวัดพระธรรมกายคลี่คลายลงไปมากทีเดียว

แต่จากการทำงานที่ดูเหมือน “เข้าตา” รัฐบาล เหตุใดจึงกลับกลายเป็นโดนเด้งเข้ากรุ

คือคำถามจากสังคมที่เหมือนจะมีคำตอบกันอยู่ในใจ จากการคาดการณ์กันว่า สาเหตุสำคัญที่ พ.ต.ท.พงศ์พรโดนคำสั่งย้ายในครั้งนี้คือ การทำงานในลักษณะ “ข้ามหัว” คณะสงฆ์ และทำให้เกิดภาพลบต่อคณะสงฆ์ ทั้งยังออกคำสั่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์โดยที่ไม่ปรึกษา หรือแม้แต่สอบถามมหาเถรสมาคม (มส.)

โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ๆ 3 เรื่องคือ การสั่งตรวจสอบงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด งบฯรายหัวโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา งบฯการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งเกือบทุกครั้งที่ พ.ต.ท.พงศ์พร ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการ ตรวจสอบ ก็เหมือนจะเป็นไปในลักษณะที่สร้างความเสียหายให้คณะสงฆ์

ทั้งยังไม่ให้ความสำคัญกับการประชุมมหาเถรสมาคม ในฐานะที่ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯจะต้องดำรงตำแหน่งเลขาธิการมหาเถรสมาคมอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย แต่กลับไม่เข้าประชุมมหาเถรสมาคมถึง 3 ครั้งติดต่อกันคือ วันที่ 20 ก.ค., 31 ก.ค., 10 ส.ค. โดยให้เหตุผลว่า ติดราชการสำคัญ

จนนำมาสู่การต่อต้าน พ.ต.ท.พงศ์พร จาก องค์กรพระสังฆาธิการแห่งคณะสงฆ์ไทย ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และ สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ที่ถึงขั้นมีประกาศ “คว่ำบาตร” พ.ต.ท.พงศ์พรกันเลยทีเดียว

และแม้กระทั่งครั้งล่าสุด ในการประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 30 ส.ค. หลัง ครม.มีมติย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร ไปสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว พ.ต.ท.พงศ์พรก็ยังไม่มาเข้าร่วมประชุม เพื่อกราบลามหาเถรสมาคมตามธรรมเนียมปฏิบัติ อีกทั้งมีรายงานด้วยว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ก่อนเสด็จกลับด้วยว่า ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯไปไหน

จากการโยกย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร ในครั้งนี้ ยังส่งผลให้เก้าอี้ ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ถูกมองว่าเป็นตำแหน่งที่ “เก้าอี้ร้อน” ขึ้นมาในทันที

เพราะเวลาไม่ถึง 1 ปี มีการย้าย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไปแล้วถึง 2 คน คือ นายพนม ศรศิลป์ และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์

ขณะที่ผู้มีรายชื่อว่ามีโอกาสที่รัฐบาลจะทาบทามให้มาเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ คนที่ 9 ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ที่ปรึกษา (สบ 10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา ต่างก็แสดงท่าทีว่าไม่อยากมานั่งเก้าอี้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ

เหลือเพียงอีก 2 รายชื่อ ที่ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ คือ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษ ดีเอสไอ และรายชื่อ ที่ติดโผล่าสุด นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่มีดีกรีเคยเป็นศิษย์ก้นกุฏิของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ระดับสมเด็จพระราชาคณะ ทั้งยังเคยมีชื่อ ติดโผลุ้นเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2549

ณ วันนี้ ตำแหน่ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯคนใหม่ กำลัง ถูกจับตาทั้งจากคณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน ว่ารัฐบาลจะเลือกใคร มีความเหมาะสมหรือไม่ ในการมาดำรงตำแหน่งที่ต้องสนองงานคณะสงฆ์ โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม

“ทีมข่าวศาสนา” มองว่า เมื่องานหลักของ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ คือการสนองงานคณะสงฆ์ ทั้งยังต้องทำหน้าที่เป็นเสมือนโซ่ข้อกลางเชื่อมระหว่างคณะสงฆ์และรัฐบาล จึงควรเป็นคนที่เข้าใจงาน เข้าใจพระพุทธศาสนา เข้าใจคณะสงฆ์

เราเชื่อว่า คณะสงฆ์พร้อมทำงานกับทุกคน หากมีเจตนาที่ดีในการเข้ามาเป็น ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ทั้งมั่นใจว่าคณะสงฆ์เองก็คิดไม่ต่างจากรัฐบาลที่ต้องการทำให้ทุกองคาพยพของประเทศเกิดความโปร่งใสและปลอดคอร์รัปชัน

การตั้งคนที่เก่ง แต่ไม่เข้าใจงานพระพุทธศาสนามาสนองงานคณะสงฆ์ คือบทเรียนที่รัฐบาล รวมทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องใส่ใจและไม่มองข้าม

คงไม่มีใครอยากเห็นภาพ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ถูกคณะสงฆ์ “บอยคอต” เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน.

ทีมข่าวศาสนา