วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บี้' เจองานยากในจอ ใช้ชีวิตจริงมองให้ง่าย เลือกโสดยอมขึ้นคาน เธอคือพรหมลิขิตยังไม่เจอ

งานเล็กๆไม่! งานใหญ่ๆต้องยกให้นักร้องพระเอกแถวหน้า “บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว” ผ่านหลายบททดสอบเจองานยากพลิกบทบาทในละครฟอร์มยักษ์ “เธอคือพรหมลิขิต” ทาง ช่องวัน 31 ประกบคู่นางเอกสาว “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” ที่ บี้ เล่าถึงความยากในการทำงาน แต่กลับตรงข้ามกับที่เจ้าตัวมองทุกอย่างให้ง่ายในการใช้ชีวิต บี้ เล่าว่า “ตอนเล่นเราไม่รู้หรอกว่าเป็นละครฟอร์มใหญ่ มาเริ่ม เอ๊ะ!ถ่ายต่างประเทศเลยเหรอ มีเรือ ไปสิงคโปร์ เป็นละครใหญ่ ซื้อลิขสิทธิ์มาด้วย เลยโอเค ถ้าเดินทางนี้ผมจัดให้เต็มที่” พลิกบทบาทมาร้าย? “บทภาวุฒินี้ โชคดีที่เวิร์กช็อปกันเป็นสิบครั้ง ดีไซน์คาแรกเตอร์ตอนแรก ผู้ใหญ่เค้าไม่ชอบ ลองกันหลายรูปแบบก่อนเปิดละคร ผมนึกว่าเล่นละครเวที ซ้อมกันเยอะมาก ว่ามันจะเป็นรูปแบบไหน เสื้อผ้าหน้าผมอีก ลองมาหมด ผมยาวผมปอย เปิดกล้องถ่ายไปแล้ว ไม่ผ่านก็มี มีถ่ายใหม่อีก หลายซีนมาก นี่ล่ะครับ ละครฟอร์มยักษ์ อย่างตัวละครเราจะทำยังไงให้มันกลม มันตัวร้ายแต่ก็มีโชว์ความดีว่าจะออกมาตอนไหน จะร้ายซ่อนดีหรือโชว์ความดีออกมาเลย เรื่องมันซับซ้อน” 

ทำงานกับเอสเธอร์? “ไม่ต้องห่วงเค้า ห่วงผมดีกว่า เค้าเป็นเหมือนน้ำใสๆ เล่นอะไรก็ได้ บทจะโหดเค้าก็เล่นแรงแบบที่ผมตะลึง” ความคาดหวังกับวงการละครช่วงนี้มีบางเรื่องฟอร์มยักษ์แต่ไม่เปรี้ยง เรากังวลมั้ย? “เราก็ลุ้นนะ อยากให้ทุกๆคนรอบตัวเราประสบความสำเร็จเราจะได้ยินดีกับเค้า ตัวเราเองถ้ามันได้มันก็ดีกับเรา ถ้ามันไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้ามันดี คนดูได้ดีใจมันจะได้ยกระดับวงการละครไทยด้วย” เพลงประกอบเธอคือพรหมลิขิตล่ะ? “ฟังอาจจะฟังง่าย แต่กระบวนการเตรียมงานยาก ทำมาเกือบ 20เวอร์ชั่น จนเราแทบเอาเพลงนี้ทิ้ง ขอเฮือกสุดท้ายในการแก้ คือรู้สึกว่าทำไมดนตรีมันไม่ถึง ฟังแล้วไม่อิน เนื้อมันยังกำกวม สไตล์การร้องไม่ได้ ไม่ขนลุกตาม จนเวอร์ชั่นสุดท้าย ขอลองอัดครั้งเดียว ร้องเทกเดียว ผ่านเลย” เพราะเป็น “บี้” ด้วยรึเปล่า ผู้ใหญ่เลยอยากให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด? “ขอเปลี่ยนได้มั้ยครับ ว่าเป็นได้อะไรที่ยากที่สุด และไม่รู้ว่าสิ่งยากที่สุดนั้น มันดีที่สุดรึเปล่า บางเพลงออกไปก็แป้ก ละครบางเรื่องก็แป้ก อาจจะไม่ได้ดีที่สุดดีกว่า (ยิ้ม) แต่มันยากที่สุด สำหรับคนมีฝันและแพสชั่นมันดีนะ ทำให้เราก้าวไกล แต่ใครที่อยากสโลว์ไลฟ์ ไอ้อย่างนี้ไม่เหมาะแน่ แต่ตัวผมอยู่ตรงกลางระหว่างแพสชั่นกับสโลว์ไลฟ์ ผมก็เคลียร์ว่าผมขอบคุณที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มา ผมจะตั้งใจทำอันนั้นอันเดียวเต็มที่แต่ผมจะให้เวลาชีวิตด้วย คิดแบบนี้มา 2-3 ปีแล้ว แต่เพิ่งได้ทำ 1-2 ปีนี้ ก็ให้เหตุผลทางผู้ใหญ่เค้า โชคดีที่คุยด้วยการที่เรามีความกตัญญูต่อเค้า เค้าเป็นผู้ให้ เราเข้าใจกันง่าย”

เรื่องความรักที่บอกว่ามีความสุขกับตัวเองและครอบครัว เกี่ยวมั้ยว่าเพราะเราเจอรักที่ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้? “ใช่นะ แต่ไม่ใช่เฉพาะความสัมพันธ์ช่วงล่าสุด แต่ค่อยๆมองย้อนไป ตอนนี้ผมอายุ 31 ก็มองความสัมพันธ์ย้อนไปกับหลายๆคนที่ผ่านเข้ามา จุดเริ่มต้น ตรงกลาง และจุดจบคล้ายกันแบบไหน เราเก็บเรกคอร์ดมาในหัวใจ ฉะนั้นถ้าวันนี้เรามีความสุขอยู่แล้ว เราจะเอาคนเข้ามาวุ่นวายเพื่อสร้างความสุขและความทุกข์ในเวลาเดียวกันทำไม เราก็มองย้อนตัวเองนะ ก่อนหน้านี้เวลาเราเห็นคนคิดแบบนี้ เรายังรำคาญเลยว่าเค้าบ้ารึเปล่า ว่าอยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอ ตอนนี้เราก็ชอบที่เราคิดแบบนี้” จะคิดแบบนี้ไปตลอดมั้ยหรือวันนึงเจอสาวโดนใจจริงๆ อาจเปลี่ยนความคิด? “ตอนนี้นิ่งแล้วนะ แต่ถ้าวันนึง เจอแบบนั้น ผมมองว่าเป็นคนที่เคยอธิษฐานต่อกันมาในชาติปางก่อน แต่ถามว่าอยากเจอมั้ย ไม่อยากเจอนะ วันนี้เราพอใจกับสุขที่มี ไม่อยากมีสุขทุกข์ทุกข์สุข แต่เราก็ไม่ได้โน้มน้าวว่าทุกคนมาเป็นโสดมาๆ เพราะเราก็เป็นอย่างเค้ามาก่อน” เพราะเข็ดรักรึเปล่า? “ไม่เข็ดครับ เรียกว่าเราเข้าใจในสิ่งต่างๆเราชอบแบบนี้” ถ้าคนมองว่าบี้ยอมขึ้นคานล่ะ? “ยังไงก็ได้ คนก็แปลได้หลายอย่าง โสดเข็ด ไม่เป็นไร ถ้าเขียนถึงเราก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่กระทบคนอื่น”.