วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หญิงคนแรกของการบินไทย

หลังประเทศไทยต้องเข้าสู่ข้อตกลงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ที่เรียกกันว่า ต้มยำกุ้งในปี 2540 สิ่งที่ IMF ขีดเส้นใต้ให้ประเทศไทยต้องทำตามกฎของเขาจริงๆมีอยู่หลายด้านรวมๆกันเรียกว่า การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่

หนึ่งในกฎที่เขาขีดเส้นใต้ให้เราต้องปฏิบัติก็คือ รัฐวิสาหกิจต้องแปรรูป และผู้บริหารระดับสูงสุด ต้องสรรหาจากผู้มีความรู้ความสามารถภายนอก คนในจะสมัครก็ได้ แต่ต้องลาออกเพื่อตัดขาดจากพวกเดียวกัน...อันนี้ตลกดี

สายการบินแห่งชาติของไทยจึงกลายเป็นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ทุกคนมีส่วนร่วม

แต่ความที่เป็นองค์กรใหญ่ และมีพี่เลี้ยงตัวโตอย่างกองทัพอากาศ ทำให้การบินไทยต้องแยกกิจการงานบางส่วนเข้าตลาด คงเหลือส่วนงานที่สร้างมูลค่าไว้กับการบินไทยเหมือนเดิม การแยกชิ้นส่วนออกจากกันแบบกระจัดกระจาย แถมเอาคนนอกซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้เข้ามาเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) กุมบังเหียนธุรกิจสายการบินที่คนในเท่านั้นจะรู้ซึ้ง ยิ่งทำให้การบินไทยเตลิดเข้ารกเข้าพงไป

สิ่งที่ทำไว้โดย นายธรรมนูญ หวั่งหลี เป็น DD นับแต่ปี 2536-2543 ราว 12 ปีเต็มตั้งแต่ที่ทำให้การบินไทย (เจ้าจำปี) ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงขจรขจายไปไกลด้วยผลประกอบการที่มีแต่กำไร และเป็นสายการบิน Top five ของโลกติดต่อกันยาวนานด้วยความเป็นลูกหม้อ เป็นกูรูแห่ง สายการบินโลก และผู้ประสานสิบทิศ...ต้องสูญหายไปในชั่วเวลาไม่กี่ปี เมื่อรัฐบาลเริ่มเข้าสู่กระบวนการสรรหา DD ในปีถัดมา จนถึงวันนี้...

สถานะการบินไทยถึงขั้นไม่มีเงินพอจ่ายเงินเดือน และอยู่ในสภาพที่แทบจะเจ๊ง! ต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูของซูเปอร์บอร์ดที่รัฐบาลตั้งขึ้นเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเมื่อเป็นเช่น ว่านี้ ทำให้รัฐบาลเห็นด้วยที่จะให้หยุดสรรหา DD และแต่งตั้งรักษา การ DD ที่เรียกกัน ว่า Acting DD จากพนักงานที่เป็นลูกหม้อขึ้นมา ลูกหม้อที่มีคุณสมบัติประเภทที่เรียกว่าผ่านงานมาตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบคนนี้ชื่อ นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว เธอมีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะผ่านงานทุกประเภทตั้งแต่ก้นครัว ใต้ท้องเครื่องบิน จนถึง Business Unit ที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ของการบินไทยขึ้นสู่ระดับสูงสุดคือ D1 รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หน่วยธุรกิจ-บริการการบิน ที่ขึ้นตรงคณะกรรมการบริหารหน่วยธุรกิจ (TEAM)

นี่เป็นครั้งแรกที่นักข่าวได้เห็นรอยยิ้มที่เปิดใจ และการโอบกอดอย่างเป็นมิตรของผู้บริหารการบินไทยในทุกระดับชั้น เมื่ออุษณีย์นำพาพวกเขามาทำความรู้จักกับพวกเรา

ทุกฝ่ายตั้งแต่ฝ่ายการพาณิชย์-การตลาด ฝ่ายสำรองที่นั่ง ROP ฝ่ายกำหนดยุทธศาสตร์การบิน ครัวบินไทย ฝ่ายดูแลพนักงาน รวมทั้ง กัปตัน-แอร์โฮสเตส ฝ่ายสื่อสาร และประชาสัมพันธ์ ตลอดจนถึงบริษัทลูกอย่าง ไทยสมาย ฯลฯ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อุษณีย์คือคนที่เขายอมรับ”

อุษณีย์จึงเป็นความคาดหวังของพนักงานว่า เธอจะผลักดันให้การบินไทยกลับมาเป็นสายการบิน 1 ใน 5 ของโลกได้อีกครั้งด้วยการขยายฐานการบิน-เส้นทางและการเข้าสู่ธุรกิจที่ทำรายได้อื่นๆให้การบินไทยได้อีกมากมาย เช่น ศูนย์ซ่อม กิจการร่วมค้า โรงเก็บเครื่องบินในฐานะเป็น HUB ของภูมิภาค

การทำ Trianing school สร้างระบบการจัดเก็บอะไหล่ อุปกรณ์ ชิ้นส่วน ปรับปรุงบริการ เก้าอี้ และการดูแลลูกค้าส่วนตัว ทำรถลีมูซีนให้เช่า ทำข้อตกลงร่วมกันกับสายการบินอื่นๆในการส่งต่อผู้โดยสาร และปรับระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อการจองและสำรองที่นั่ง เหล่านี้ล้วนเป็นตัวสร้างรายได้เพิ่มทั้งสิ้น

7 เดือนที่เธอทำงานมา ไม่เคยมีวันหยุด และมากกว่า 16 ชม.ของทุกวัน จนพนักงานเกือบทุกฝ่ายได้พบเห็นเธอตลอดเวลา

การทำงานอย่างหนักนี้ ทำให้ทุกฝ่ายก็รับรู้ได้ในไตรมาสที่ 3 ว่าจะบริหารจัดการปัญหาของตนอย่างไร ทั้งยังเห็นร่วมกันว่า เขากำลังเดินถูกทางแล้ว และสามารถทำสัดส่วนรายได้จากยุโรปตะวันออกได้ 20% เอเชีย 20% ออสเตรเลีย-ยุโรป 20% อเมริกา 7% ส่วนไทยมีฐานอยู่ที่ 30% แน่นอนว่า ถ้ามีเครื่องบินใหม่อย่าง A 350 และโบอิ้งใหม่ลำใหม่เข้ามาครบ เพื่อขยายเส้นทางบินไปยังจุดที่มีความต้องการหนาแน่นมากขึ้น รายได้จะ เพิ่มมากขึ้น

“7 เดือนที่ผ่านมา Load factor เพิ่มขึ้นมาที่ 80.2% ถ้าดูงบ การบินไทยเดี่ยวๆเรามีกำไร 4-5 เท่า ขณะนี้ก็มีเงินก้อนอยู่เกือบ 1,000 ล้านบาท บอร์ดตัดสินใจว่าจะขึ้นเงินเดือน และจ่ายโบนัสให้พนักงานได้ 6% ในปลายปี ส่วนปีหน้าเรามีเป้าทำกำไรให้ได้ อย่างไทยสมายก็คาดว่าปีนี้จะทำกำไรแล้ว แต่นกแอร์ขอหารือกันก่อน” อุษณีย์กล่าว

นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า เธอน่าจะพลิกสถานะของการบินไทยกลับมามีกำไรในไตรมาสสุดท้าย หรือไตรมาสแรกของปี 2561 ได้กว่า 3,000 ล้านบาท

ที่น่าประทับใจกว่าก็คือ อุษณีย์ เป็นผู้หญิงคนเดียว และคนแรกของสายการบินในโลกทั้งหมด.

แสงทิพย์ ยิ้มละมัย