วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุติธรรมต้องมาก่อนความรู้สึก

โฆษกอัยการสูงสุด ร.ท.สมนึก เสียงก้อง กล่าวถึงคดีของ วรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาตามหมายจับที่อัยการส่งฟ้องในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 ข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนตามสมควร และไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานทันทีที่ชน ได้ขาดอายุความไปแล้ว คงเหลือแต่ข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่อายุความจะสิ้นสุดในปี 2570 และอยู่ในระหว่างการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามกระบวนการที่จะต้องรู้และแจ้งพิกัดในต่างประเทศจึงจะส่งคำร้องที่ชัดเจนได้ โดยกระบวนการแล้วเราไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการจับเองได้

เหตุการณ์ในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ปี 2555 พยานหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดในขณะนั้นปรากฏภาพของผู้เสียชีวิตได้ขับรถจักรยานยนต์ในลักษณะที่ไม่ได้เปิดไฟไปตามถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าไปทางพระโขนง ในช่องซ้ายสุด มีรถกระบะขับอยู่ในช่องกลางหรือช่องที่ 2 และรถยนต์ของวรยุทธขับมาในช่องขวาสุด เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณซอยสุขุมวิท 47 ผู้เสียชีวิตได้ขับรถจักรยานยนต์เปลี่ยนช่องทางเดินรถตัดหน้ารถกระบะและชนเข้ากับรถของวรยุทธในช่องขวาสุดอย่างกะทันหัน โดยที่ไม่สามารถหยุดรถหรือหักหลบได้ทัน

ทันทีที่เกิดเหตุรถของวรยุทธได้พยายามเบี่ยงเข้าเลนซ้าย ปรากฏว่ามีคนกลุ่มหนึ่งได้วิ่งเข้ามาที่รถ ประกอบกับอาการตกใจ จึงได้ขับรถเข้าบ้านซอยสุขุมวิท 53 ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ต่อมาก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นายมาล้อมบ้านเอาไว้ จนกระทั่งทนายได้นำ วรยุทธ ไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจทองหล่อ

เบื้องต้นพนักงานอัยการมีความเห็นควร สั่งฟ้อง วรยุทธ ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่นถึงแก่ความตายและไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือตามสมควร และมีความเห็น สั่งไม่ฟ้อง วรยุทธ ข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย สั่งไม่ฟ้อง วรยุทธ ข้อหาขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด ตามคำให้การของ พ.ต.ท.สุรพล เดชรัตนวิไชย ผู้เชี่ยวชาญศาลในทางตรวจพิสูจน์เครื่องกลและอุปกรณ์ส่วนควบของยานยนต์ จากร่องรอยความเสียหายที่เชื่อว่ารถยนต์ที่แล่นมามีความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นการหักล้างความเร็วที่พนักงานคำนวณไว้ถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จุดนี้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาจึงได้มีการร้องขอความเป็นธรรมไปยังชั้นอัยการ

และกรณีนี้ได้มีการขอความเป็นธรรมไปที่ กรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ ของ สนช. ว่าการที่ อัยการมีคำสั่งให้ยุติการร้องขอความเป็นธรรม เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อมีการพิสูจน์ยืนยันจาก รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม หัวหน้าศูนย์วิจัยวิศวกรรม การประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ด้วยการตรวจสอบจากข้อมูลกล้องวงจรปิดคำนวณตามหลักวิชาการก็ยังยืนยันว่าความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 76.175 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจริง

นี่คือปรากฏการณ์ในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นช่องว่างระหว่าง ข้อเท็จจริงกับกระแสในการพิจารณาความผิด เพราะถ้าจะตัดสินจากสมมติฐานของความรวยความจน คนดังกับชาวบ้านทั่วไป จะกลายเป็นทัศนะผิดๆ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนดังหรือดารา อย่างเช่นกรณีที่เกิดกับดีเจชื่อดังเมื่อเร็วๆนี้และจบลงด้วยพยานหลักฐานข้อเท็จจริงมากกว่าจะตัดสินไปตามการชี้นำของกระแส เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไม่ให้วุ่นวายเหมือนทุกวันนี้.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th