วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดวิชาหนีคุก

ถึงวันนี้กระแสข่าวคุณยิ่งลักษณ์หนีคุก หนีไปทางไหน คุณทักษิณพี่ชายวางแผนให้หนี หรือคุณสมชายขยิบตาให้หนี...ก็คงยังเป็นประเด็นพูดกัน

กระแสต่อมาที่น่าสนใจไม่น้อยกว่า ก็คือหลายคนที่เข้าคุกไปแล้วจะมีวิธีหนีออกจากคุกได้อย่างไร

สามสี่วันที่ผ่านมา ถ้าใครเป็นแฟนรายการชูวิทย์ตีแสกหน้า ทางไทยรัฐทีวีคงมีคำตอบบ้างแล้วในใจ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวิชาหนีคุก ผมใช้คำ “หนีคุก” เรียกความสนใจไปยังงั้น ความจริงคุณชูวิทย์ตั้งใจจะให้ความรู้ของนักโทษที่ติดคุก ติดอย่างไรจึงจะพ้นโทษออกมาเร็วกว่ากัน

ในวันที่พูดถึงรายคุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ ที่เจอเข้า 43 ปีทนายกำลังวิ่งทั้งขอประกันตัว วิ่งทั้งขออุทธรณ์ คุณชูวิทย์บอกทำนองว่า กระบวนการวิ่งแบบที่ว่า...ล้วนแต่เป็นการตัดโอกาสตัวเอง

กระบวนการยุติธรรมในประสบการณ์คุณชูวิทย์ มีแต่ความเป็นเมตตา ขอเพียงรับสารภาพ...โทษก็ลดกึ่งหนึ่ง

เมื่อมาอยู่ในคุกก็ต้องอยู่ในคิวนักโทษชั้นล่างๆ แล้วก็ค่อยไต่ระดับ ขึ้นไปถึงนักโทษชั้นดี ชั้นดีเยี่ยม

ระดับของนักโทษนั้น มีส่วนสำคัญกับจำนวนการลดโทษที่จะได้จากการอภัยโทษแต่ละครั้ง

รายคุณบุญทรง เมื่อได้รับการอภัยโทษ 4 ครั้ง โทษก็จะลดลงได้ เหลือแค่ 8 ปี

ส่วนรายคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา คุณชูวิทย์บอกว่า โทษ 13 ปี 4 เดือน...ถ้าได้อภัยโทษสี่ครั้งก็ไม่เกิน 3 ปีครึ่ง

วันที่ออกรายการตีแสกหน้า คุณชูวิทย์ไปเยี่ยมคุณสรยุทธ ผมไม่รู้ว่าบรรยากาศและเวลาจะมีมากพอให้คุณชูวิทย์ได้แนะนำคุณสรยุทธ บ้างหรือไม่

ถ้ารู้ก็ต้องชั่งใจ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์กับการยอมรับนับหนึ่ง เวลาที่จะพ้นจากคุก

วิชาหนีคุก ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนสมัยจั้นกั๋วราวๆ 2,500 ปีที่แล้ว เงินทองก็ไม่ใช่ตัวช่วยที่ดี

มหาเศรษฐีระดับเทพเจ้าแห่งการค้า เถาจูกงใช้เงินสร้างเครือข่าย ซื้อใจผู้มีอำนาจไว้หลายแคว้น ครั้งหนึ่งลูกชายคนรองฆ่าคนตายถูกจับอยู่ที่แคว้นฉู่โทษถึงประหาร

เถาจูกงเรียกลูกชายคนเล็ก สั่งให้เอาทองหนึ่งเล่มเกวียนไปให้จวงเชิงเพื่อนเก่ามีอำนาจใกล้ชิดฉู่อ๋อง

แต่ลูกชายคนโตประท้วงพ่อจะฆ่าตัวตาย ถ้าไม่มอบงานช่วยน้องให้ เถาจูกงจำใจให้ไป

เมื่อทองคำหนึ่งเล่มเกวียนไปถึงมือจวงเชิงที่แคว้นฉู่ จวงเชิงนั้นเป็นปราชญ์มีปกติซอมซ่อสันโดษ ไม่ได้ยินดีกับทองคำนัก แต่ความที่มีไมตรีอันดีกับเถาจูกงอยู่ก่อนก็รับทองคำไว้ แล้วสั่งให้ลูกชายเถาจูกงรีบกลับบ้าน

เมื่อมีโอกาสก็ไปบอกฉู่อ๋องว่ากำลังมีเคราะห์ ควรปล่อยนักโทษสะเดาะเคราะห์ ฉู่อ๋องเชื่อสั่งการทันที

ทุกครั้งก่อนมีการอภัยโทษ เป็นที่รู้กันในวงใน ฉู่อ๋องจะสั่งปิดพระคลังทั้งสามแห่ง

ลูกคนโตเถาจูกงไม่ฟังคำของจวงเชิงที่สั่งให้รีบกลับบ้าน ดื้ออยู่ในแคว้นฉู่ เมื่อยังไม่ได้ข่าวอภัยโทษน้องชายก็ใจร้อน เอาทองคำส่วนตัวไปติดสินบนฉู่กุ้ยเหญิน ขุนนางใหญ่อีกคน

ฉู่กุ้ยเหญินเข้าวังรู้ข่าวฉู่อ๋องสั่งปิดสามท้องพระคลัง ออกมาบอก“ท่านอ๋องจะสั่งปล่อยน้องชายท่านแล้ว”

ลูกชายเถาจูกงฟังก็คิดว่าเป็นผลงานฉู่กุ้ยเหญินไปหาจวงเชิงทำทีเป็นไปลา แต่ความนัยบอกว่ามีคนอื่นช่วยน้องชายแล้ว จวงเชิงรู้ทัน โกรธแต่ก็ออกปากให้ขนทองคำหนึ่งเล่มเกวียนคืนไป

แล้วก็ไปบอกฉู่อ๋องว่า มีข่าวเถาจูกงขนทองมาติดสินบน ข่าวนี้ทำให้การอภัยโทษไม่เป็นคุณแก่ฉู่อ๋องเลย

เพื่อแก้ข้อครหานี้ควรที่จะสั่งประหารลูกคนรองเถาจูกงก่อน แล้วจึงค่อยให้อภัยโทษ

งานนี้จบลงตรงพี่ชายเถาจูกงต้องขนศพน้องชายกลับบ้านไปหาพ่อ

เรื่องนี้มีแง่คิด เงินบางครั้งนอกจากไม่ใช่ตัวช่วยที่ดี ถ้าใช้ผิดที่ผิดเวลายังเป็นตัวเร่ง

แทนที่จะได้ออกจากคุก แต่ผลสุดท้ายกลายเป็นตายในคุก

เมืองไทยเคยมีรัฐมนตรีติดคุก ตายในคุก หวังว่าจะไม่มีข่าวรัฐมนตรีตายในคุกรายที่สอง.

กิเลน ประลองเชิง