วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนก่อเหตุสารภาพคาคุก ดูดกัญชาจนไฟเผาบ้านคนอื่น 2 ผัวเมียตกเป็นแพะนับปี

2 ผัวเมียที่สระแก้วตกเป็นแพะคดีวางเพลิงเผาบ้านคนในหมู่บ้านเดียวกัน ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ติดมาแล้ว 2 ปี 5 เดือน สุดท้ายคนก่อเหตุตัวจริงสารภาพคาคุก บอกดูดกัญชาจนไฟเผาบ้านคนอื่น ญาติแพะขอรื้อคดีใหม่

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 60 นางลำพวน งามบุญคำ อายุ 74 ปี ชาวจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ลูกชายคือ นายเชษฐา งามบุญคำ อายุ 41 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน และลูกสะใภ้ คือนางสาววลัยพร กอนเสพ ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันวางเพลิงบ้านของผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 55 ซึ่งครอบครัวของตนได้ต่อสู้คดีมาโดยตลอด ซึ่งลูกชายและลูกสะใภ้ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง

นางปันชรี สรดิลก พี่สาวของนายเชษฐา กล่าวว่า ทางอัยการได้ยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง ซึ่งทางศาลได้มีคำพิพากษากลับ ให้น้องชายและน้องสะใภ้ถูกจำคุกคนละ 5 ปี และชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของบ้าน จำนวน 266,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ครอบครัวของตนได้ต่อสู้จนถึงชั้นศาลฎีกา โดย ศาลฎีกาเห็นพ้องตามศาลอุทธรณ์​ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม พยานที่เห็นน้องชายของตนวางเพลิงนั้น ตนดูแล้วว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีต้นกล้วยบังอยู่ และไม่สามารถมองเห็น ซึ่งแสงสว่างจากหลอดไฟที่พยานกล่าวอ้างได้ถูกรถบรรทุกชนแตกดับไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทั้งนี้ น้องชายของตนที่กำลังอยู่ในเรือนจำได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปที่กระทรวงยุติธรรม โดยทางกระทรวงอยู่ระหว่างส่งเรื่องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งน้องชายและน้องสะใภ้ถูกจำคุกมาแล้ว 2 ปี 5 เดือน

ขณะเดียวกัน นายเชษฐา น้องชายของตนได้ส่งหนังสือไปยังศาลจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา เพื่อขอรื้อพื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ โดย นายเชษฐา ได้ให้เหตุผลว่า ได้พบกับ นายกฤษณพนธ์ แดงอ่อน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรืองจำเช่นเดียวกัน และเป็นคนตำบลผ่านศึก ซึ่งเป็นตำบลเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ทั้งนี้ นายกฤษณพนธ์ มาเล่าให้ฟังว่า ในวันที่เกิดเหตุ นายกฤษณพนธ์ ขึ้นไปสูบกัญชาบนบ้านของผู้เสียหาย โดยจุดเทียนไขเพื่อใช้ไฟลนกัญชา ระหว่างที่เสพกัญชาได้เผลอหลับไป จนไฟจากเทียนไขลุกไหม้เผาบ้านของผู้เสียหาย

โดย นายเชษฐา ได้ถามนายกฤษณพนธ์ว่า บ้านอยู่ที่ใดของบริเวณที่เกิดเหตุ บอกว่าอยู่หมู่ 13 ตำบลผ่านศึก อ.อรัญประเทศ โดยวาดแผนที่สังเขปให้ดู เมื่อนายเชษฐา ดูแล้ว เห็นว่า หมู่ที่ 6 ซึ่งตนเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ในขณะนั้น กับหมู่ที่ 13 ห่างกันประมาณ 6 กิโลเมตร นายเชษฐาจึงได้ให้ นายกฤษณพนธ์ เขียนบันทึกรับสารภาพว่า เป็นผู้ทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านผู้เสียหายขึ้นมา 1 ฉบับ

นายกฤษณพนธ์ แดงอ่อน อายุ 22 ปี ได้ระบุไว้ในจดหมายดังนี้ ตนเคยถูกต้องโทษถึงจำคุกมาแล้ว 2 คดี คดีแรก ข้อหาลักทรัพย์ ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 4 ปี 9 เดือน แต่ตนรับโทษจริง 2 ปี 1 เดือน 15 วัน ก็พ้นโทษ คดีที่ 2 คดีถูกจำคุกอยู่ในปัจจุบัน ข้อหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก คดีเสพยาบ้า ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 10 เดือน

ทั้งนี้ ตนได้รับโทษมานาน 5-6 เดือน ขณะรับโทษอยู่ในเรือนจำจังหวัดสระแก้ว ในคดีนี้ ถูกขังอยู่ในแดนเดียวกับนายเชษฐา จึงได้รู้จักกัน เพียงแต่ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ตนได้เล่าเรื่องไฟไหม้บ้านของผู้เสียหายที่เกิดขึ้นให้กับ นายเชษฐา ฟัง

อย่างไรก็ตาม ตนถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ รู้สึกไม่สบายใจ เพราะคิดว่าเวรกรรมตามสนองตนอยู่ ตนเคยรับโทษมาแล้ว 2 ครั้ง หลังจากพ้นโทษไปแล้วคดีแรก ภรรยาของตนไปมีคนอื่น ตนพยายามที่จะกลับไปคืนดีกับภรรยา และจะบวช แต่บวชไม่ได้

ตนจึงไปรับจ้างขับรถบรรทุกก็ถูกจับในข้อหาเสพยาบ้าอีก พอมาเห็นสภาพนายเชษฐา ที่ตกเป็นจำเลยคดีวางเพลิง ตนก็เกิดความสงสาร เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระทำของตน และอยากไถ่บาป ตนจึงได้มารับสารภาพดังกล่าว