วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เจ้าสัวซีพี" ปั้นคนรุ่นใหม่ ไทย-จีน-อินเดีย ผงาดเถ้าแก่น้อยอินเตอร์

“เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ฉลองวันเกิดวัย 78 ปี เดินหน้าสร้าง “คน” เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เป็นเจ้าของธุรกิจ ชงหลักสูตร “เถ้าแก่น้อยสู่เวทีโลก” ปั้นคนรุ่นใหม่เครือซีพีจาก 3 ประเทศ คือ ไทย อินเดีย และจีน ให้เป็น “เถ้าแก่น้อยอินเตอร์” ต่อยอดธุรกิจของโลกอนาคต วาดฝันจะสร้าง “เถ้าแก่น้อย” ไปทั่วโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผ่านวันเกิดวัย 78 ปีของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) นั้น เจ้าสัวธนินท์ได้จัดหลักสูตรเป็นโมเดลสร้าง “คน” ตามความฝันของเจ้าสัว ที่ต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีอาชีพ และสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เพื่อสร้างความยั่งยืนไปกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคต

สำหรับ “โครงการปั้นเถ้าแก่น้อยสู่เวทีโลก” หรือ “โครงการเถ้าแก่น้อยอินเตอร์” เป็นการจัดอบรมผู้นำคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหารโดยผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้าอบรมคือพนักงานหนุ่มสาวของเครือซีพี 500 คน จาก 3 ประเทศ คือ ไทย อินเดีย และจีน ซึ่งมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีทักษะความเป็นผู้นำหลักสูตรที่ใช้เวลาฝึกอบรมไม่เกิน 6 เดือนนี้ จะเน้นการปฏิบัติจริง ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่เรื่องวัตถุดิบ การประกอบอาหาร ไปจนถึงการวางแผนบริหารจัดการ ทั้งในด้านการตลาด บริการ ต้นทุน การคิดค้นเมนูอาหาร ทำเลที่ตั้ง การออกแบบตกแต่งร้านให้โดนใจผู้บริโภค รวมถึงการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่-หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรสร้างผู้นำรุ่นใหม่ให้กับคนในเครือ โดยเน้นให้ได้เรียนรู้และปฏิบัติจริงในทุกด้าน เสมือนเป็นเถ้าแก่เจ้าของกิจการเอง ต่อยอดการขายเพื่อให้เกิดเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับ “สตาร์ตอัพ” ที่กำลังโด่งดัง

เจ้าสัวธนินท์เน้นชูบทบาท “เถ้าแก่” โดยบอกว่า แม้คำนี้จะฟังดูเป็นคำเก่าโบราณ แต่ “เถ้าแก่” นั้น มีตัวตนและมีตำนานความสำเร็จที่จับต้องได้จริง พิสูจน์แล้วว่าเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตนเองได้จริงทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นเจ้าสัวจึงคิดสร้างชื่อ “เถ้าแก่น้อยอินเตอร์” ให้เป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดกับแนวทางธุรกิจของโลกอนาคต ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอี หรือสตาร์ตอัพสำหรับโครงการนี้ เจ้าสัวใช้เครือข่ายร้านอาหารเชสเตอร์กริลล์, ร้านค้าปลีก7-11, ร้านกาแฟมวลชน, ทรู คอฟฟี่ (True Coffee), และทรูช็อป (True Shop) เป็นโรงเรียนกระจายนักศึกษาลงเรียนรู้และปฏิบัติจริง มีอาจารย์ใหญ่คือเจ้าสัวธนินท์ คอยติดตามเยี่ยมชมการฝึกอบรมภาคสนามอย่างใกล้ชิดแม้กระทั่งก่อนจบหลักสูตรที่ผู้เข้าอบรมทุกคนต้องเสนอแผนงาน เจ้าสัวยังได้ให้เวลานั่งฟังและแนะนำ ร่วมให้คะแนนการนำเสนอแผนของนักศึกษาแต่ละกลุ่มอย่างตั้งใจ

โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าสัวธนินท์ได้เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่บรรดานักศึกษาที่จบหลักสูตรรุ่นแรกของ “โครงการเถ้าแก่น้อยอินเตอร์” จำนวน 250 คน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ที่คัดเลือกจากประเทศไทยและประเทศจีน ส่วนรุ่น 2 ที่จะจบตามมาในอีก 5 เดือนข้างหน้า จะมีเถ้าแก่น้อยอินเตอร์จาก 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย, จีน และอินเดีย รวมเบ็ดเสร็จกว่า 236 คน ทั้งนี้ ในอนาคตโครงการนี้ยังจะมีคนรุ่นใหม่จากแถบประเทศยุโรปและอเมริกามาร่วมฝึกฝน อันจะช่วยเสริมสร้างให้ “เถ้าแก่น้อย” ไปทั่วนานาชาติ สู่เวทีโลกได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในส่วนของผลงานปฏิบัติจริงจากผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้ในรุ่นแรกได้ทำให้มีร้านอาหารเกิดขึ้นจริงจากแนวความคิดของกลุ่มนักศึกษารุ่นแรกนี้ จำนวน 2 ร้าน คือ ปาปาเบอร์เกอร์ และฮาบุราเมง ที่อาคาร G ทาวเวอร์ เปิดขายโดยกลุ่มนักศึกษานานาชาติอย่างเป็นทางการแล้ว โดยในพิธีการมอบประกาศนียบัตรแก่บรรดานักศึกษาที่จบหลักสูตรรุ่นแรกของ “โครงการเถ้าแก่น้อยอินเตอร์” ซึ่งได้จัดขึ้น ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P. LEADERSHIP INSTITUTE) เจ้าสัวธนินท์ยังได้เชิญคณะกรรมการหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย “กลินท์ สารสิน” ประธานหอการค้าไทย มาเข้าร่วมชมศึกษาโครงการ และร่วมแสดงความยินดีกับเหล่านักศึกษาที่มีโอกาสได้เข้าร่วมการอบรมจนจบ และก้าวสู่การเป็น “เถ้าแก่น้อยอินเตอร์” ซึ่งเป็นผลการผลิตรุ่นแรก อันจะนำสู่ความยั่งยืนต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศตามนโยบาย 4.0 ย้ำความเชื่อของเจ้าสัวธนินท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ว่า “หากสามารถพัฒนาคนที่เก่งและดีได้สำเร็จ คนเหล่านั้นก็จะสามารถสร้างธุรกิจ สร้างงาน และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติได้อีกหลายเท่าทวีคูณ”.